หน้าแรก
กระดานสนทนา
ข่าวสารนมแม่
Facebook/Twitter
ติดต่อศูนย์นมแม่
รวมลิ้งค์
หนูน้อยนมแม่
คำถามยอดฮิต
เตรียมตัวเตรียมใจก่อนให้นมแม่
รู้ไว้..ใช้แก้ปัญหา
นมแม่กับลูกรัก
นมแม่ยามป่วยไข้
แม่ทำงานนอกบ้าน
อาหารเสริมกับนมแม่
อื่นๆ
วิชาการน่ารู้
สุขภาพลูก
เรื่องของนมแม่
จิตวิทยา-พัฒนาการของลูก
อาหารและโภชนาการ
สุขภาพแม่
อื่นๆ
สังคมนมแม่
ชุมชนนมแม่
มุมนมแม่ในที่ทำงาน
code นมแม่
ความจริงเรื่อง code
เชิญสมัครสมาชิก
ยินดีต้อนรับสมาชิก ศูนย์นมแม่ทุกท่าน .. กรุณา login
จำข้อมูลไว้
Forgot Password?/ลืมรหัสผ่าน
Register/ลงทะเบียน
กระดานสนทนาศูนย์นมแม่
Forum
Threaded View
Rules
Help
Welcome,
Guest
Please
Login
or
Register
.
Lost Password?
กระดานสนทนาศูนย์นมแม่
กระดานสนทนาทั่วไป
เรื่องของเจ้าตัวน้อย
บทความ...วัยนี้ก็ "ดุ" กันบ้างได้แล้ว (1 viewing)
(1) Guest
การโพสต์ข้อความขอให้เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อประโยชน์แก่มวลสมาชิก และขอให้งดการโฆษณาในเชิงพาณิชย์
Favoured: 0
กระทู้ก่อนหน้า
กระทู้ถัดไป
TOPIC:
บทความ...วัยนี้ก็ "ดุ" กันบ้างได้แล้ว
Forum Tools
Post New Topic
Show latest posts
Rules
Help
#82105
aorsompong
(User)
Gold Boarder
Posts: 239
บทความ...วัยนี้ก็ "ดุ" กันบ้างได้แล้ว
1 Year, 11 Months ago
วัยนี้ก็ "ดุ" กัน (บ้าง) ได้แล้ว! (momypedia)
โดย: วาศิล
หากปล่อยลูกทำอะไรได้ตามใจทุกอย่าง คุณอาจคิดว่าลูกวัยนี้เล็กเกินไปที่จะเอาแต่ใจตัวเอง แต่สิ่งนี้ก่อตัวได้เร็วเกินกว่าที่คุณคิด นี่คือแนวทางสำหรับพ่อแม่ว่าจะเริ่มจำกัดหรือห้ามพฤติกรรมบางอย่างของลูกได้ อย่างไรและเมื่อไหร่)
"ดุ" กันได้บ้างเมื่อใกล้ขวบ
แม้ว่าเจ้าตัวเล็ก โดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนแรกจะเล็กเกินไปที่จะรู้เรื่องการเอาแต่ใจตัวเอง แต่เมื่อวัยใกล้ๆ ขวบ การปล่อยให้ลูกทำทุกอย่างตามอำเภอใจ อาจไม่ก่อผลดีเท่าไรนัก วัยนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถกำหนดข้อจำกัดง่าย ๆ ให้ลูกได้ อาจดุหรือห้ามลูกได้บ้างเมื่อแกไม่ทำตาม จิตแพทย์เด็กบอกว่าการทำเช่นนี้เท่ากับเป็นการวางพื้นฐานเรื่องระเบียบวินัย (ที่ว่ากันว่าเด็กไทยเรายังขาดกันอยู่) ซึ่งจะทำให้เราฝึกวินัยลูกได้ง่ายเมื่อเขาโตขึ้น
แต่อย่าเร็วเกินไป
ขณะที่พ่อแม่ส่วนใหญ่ไม่มั่นใจที่จะจำกัดขอบเขตพฤติกรรมให้ลูกวัยนี้ พ่อแม่บางคนกลับไปจำกัดเร็วเกินไป ด้วยความความคาดหวังกับลูกเกินความจริง พ่อแม่บางคนมองว่าการกระทำของลูกนั้นล้วนเป็นสิ่งที่เรียกร้องความสนใจ จึงทำให้เกิดการตั้งกฎเกณฑ์ของระเบียบวินัยที่ไม่มีผลใด ๆ ขึ้นมา เช่น พ่อเห็นว่าการที่ลูกวัย 3 เดือนร้องไห้นั้นก็เพื่อจะทำให้พ่อโกรธ เขาก็จะเอาลูกลงเปล ทิ้งไว้ในห้องแล้วปล่อยให้ลูกร้องจนหลับไปเอง (โดยที่คิดว่าจะสร้างนิสัยการไม่เอาแต่ใจตัวเองให้ลูก) แต่คุณทราบมั้ยคะว่าลูกยังเล็กเกินไปที่จะทำอย่างที่คุณคิด แทนที่จะฉุนเฉียวคุณควรพยายามเข้าใจแก เช่น แกอาจหิว ไม่สบายเนื้อตัว ฯลฯ หรือถ้าลูกอายุแค่ 5 เดือน พ่นผักที่คุณป้อนใส่คุณ แทนที่จะคิดว่าลูกพยายามทำให้คุณโกรธ ลองเอาใจลูกมาใส่ใจคุณดู แกอาจยังกลืนผักเหล่านี้ไม่เป็น หรืออยากทานอาหารอย่างอื่นมากกว่า ยิ่งคุณรู้พัฒนาการของเด็กมากเท่าไหร่ คุณจะเข้าใจความคิดของพวกเขาและยอมรับความรู้สึกของเขามากขึ้น
ลูกโตตอบสนองน้อยลงได้
ช่วง 6 เดือนแรก พ่อแม่เกิดคำถามกันมากว่า พ่อแม่ที่เข้าไปอุ้มลูกทุกครั้งที่แกร้องจะทำให้ลูกเสียนิสัยหรือเปล่า คำตอบก็คือสำหรับลูกวัย 3 เดือนเป็นเรื่องที่ถูกต้องค่ะที่พ่อแม่จะตอบสนองแกเช่นนั้น แต่เมื่อลูกโตขึ้นสัก 7-8 เดือน และคุณแยกเสียงร้องไห้ของลูกที่แตกต่างจากร้องเพราะหิวหรือเจ็บปวดได้ คุณอาจปล่อยให้แกร้องไห้ไปสัก 2-3 นาทีได้ หากกำลังทำงานที่สำคัญอยู่
ลูกน้อยของเราจะค่อย ๆ เรียนรู้ว่าบางครั้งแม่ก็ไม่อาจตอบสนองสิ่งที่หนูต้องการอย่างทันทีทันใด พ่อแม่จึงควรให้โอกาสลูกได้เรียนรู้ที่จะปลอบและอยู่กับตัวเองบ้างในบางครั้ง ซึ่งแกก็ทำได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นดูดนิ้ว จ้องมองโมบายล์ มองเงาบนผนัง หรือทำเสียงอืออาไป นอกจากลูกจะได้รับผลดีจากการเรียนรู้ที่จะรอคอยพ่อแม่แล้ว การรอคอย(เสียบ้าง)ยังทำให้แกตระหนักว่าการมีคนมาคอยดูแลเอาใจใส่นั้นทำให้ แกมีความสุข ความรักความผูกพันระหว่าง (พ่อ) แม่ลูกก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ
"ไม่นะ" กับลูกได้แล้ว
เมื่อลูกอายุ 7 เดือนครึ่งขึ้นไป แกพร้อมที่จะได้ยินคำว่า "ไม่" "อย่านะ" หรือคำห้ามอื่น ๆ จากผู้ใหญ่ได้แล้วเมื่อแกทำสิ่งที่ไม่เหมาะไม่ควร จิตแพทย์เด็กเชื่อว่า เด็กอายุต่ำกว่า 7 เดือนนั้นมีขีดความจำจำกัดและจำไม่ได้ว่าพฤติกรรมไหนที่พ่อแม่ห้าม พ่อแม่จึงต้องคอยดูและดึงตัวแกออกมาจากสิ่งที่เป็นอันตรายเสียเองแต่เมื่อ อายุ 7 เดือนครึ่งขึ้นไป เด็กๆ ส่วนใหญ่สามารถเชื่อมโยงสิ่งที่แกเคยทำกับคำห้ามของพ่อแม่ได้ แกจะเริ่มจำน้ำเสียงของคำดุนั้นได้และโยงเข้ากับท่าทางเอาจริงเอาจังของพ่อ แม่ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะแกไม่ชอบให้พ่อแม่ทำเสียงและท่าทางที่ดูแล้วไม่สบายใจ ไม่มีความสุข
จะดุได้อย่างไร
มีหลักสำหรับพ่อแม่ที่ต้องห้ามหรือดุลูกในช่วงแรก (ซึ่งอาจจะไม่สะดวกใจที่จะทำ) ว่าให้พูดในเชิงบอก ไม่ใช่ตวาด เพราะเราคงไม่ต้องการให้โลกอันสดใสของลูกถูกจู่โจมด้วยคำดุ ลูกจะขวัญเสียได้ค่ะ ให้พูด "ไม่นะ" "อย่านะ" ด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวมั่นคงเมื่อลูกทำสิ่งที่จะเป็นอันตราย เช่น แกะที่ครอบปลั๊กไฟ เขวี้ยงแก้วน้ำ ฯลฯ ถ้าแกยังไม่ฟัง หรือหันกลับมาดูว่าพ่อแม่หมายความจริงอย่างที่พูดหรือเปล่า ก็ห้ามซ้ำ เด็ก ๆ วัยนี้จะเรียนรู้จากการทำซ้ำเมื่อลูกไปตีเด็กอื่น คุณก็ต้องห้ามเช่นกัน ไม่ใช่ไปดึงตัวแกออกมาโดยไม่พูดอะไร เพราะหากคุณทำแบบนี้เท่ากับว่าคุณช้าไปแล้วที่จะสอนให้ลูกเรียนรู้ว่า พฤติกรรมก้าวร้าวแบบนี้ไม่เป็นที่ยอมรับของคนอื่นแต่ในกรณีที่ลูกทำสิ่งที่ อาจทำให้คุณรำคาญแต่ไม่เป็นอันตราย ให้กัดลิ้นตัวเองไว้ก่อนจะพูดคำดุคำห้ามออกมา เช่น ลูกเอาของเล่นออกมาจากกระบะ แม้ว่าคุณจะเบื่อกับการต้องคอยเก็บของเล่นเข้าที่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ลูกก็สนุกที่ได้เล่นแบบนี้ ซึ่งแทนที่จะดุหรือห้ามคุณแม่น่าจะใช้เทคนิคล่อหลอกให้ลูกมาช่วยเก็บด้วยจะ ดีกว่าค่ะ
ที่สำคัญ คุณ (และลูก) ต้องมั่นใจว่าขณะที่คุณห้ามหรือดุลูกนั้นเกิดเพราะความรักห่วงใยและไม่ใช้ อารมณ์ เช่น เมื่อลูกเอื้อมจะไปคว้าแจกัน แล้วหดมือกลับพร้อมกับหันมามองปฏิกิริยาของคุณ (เพราะจำได้ว่าคุณเคยห้ามไว้ และแกจะทดสอบดูว่าคราวนี้คุณจะห้ามอีกหรือเปล่า) คุณก็ควรพูดชมแก เช่น บอกว่า "ดีมากลูก อย่าไปจับเลยเดี๋ยวมันแตก" แล้วก็ยิ้มให้ลูก ลูกอาจไม่เข้าใจคำพูดของคุณทั้งหมดหรอกค่ะ แต่แกรู้ว่าทำให้คุณพอใจได้ ที่สำคัญคุณทราบมั้ยคะว่าเด็กที่ได้รับคำชมหรืออาการชมเชย (เช่น ปรบมือให้) เมื่อทำสิ่งที่ถูกต้อง มีแนวโน้มจะเป็นเด็กที่ชอบทำลายน้อยกว่าเด็กที่ถูกห้ามตลอดเวลาค่ะ
ใจเย็นและยืดหยุ่น
เมื่อลูกทำเรื่องยุ่งยาก เช่น พ่นข้าวใส่หน้าแม่ แทนที่คุณจะตะโกนดุแกว่าเป็นเด็กไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ คุณควรเน้นไปที่การกระทำมากกว่าที่ตัวแก ในกรณีนี้คุณควรบอกว่า "หยุดนะ เราไม่พ่นข้าวใส่หน้ากัน" ซึ่งอาจต้องอาศัยความใจเย็นของพ่อแม่เป็นพิเศษค่ะแต่อย่างไรก็ตาม บางกรณีคุณก็ต้องยืดหยุ่นการห้ามหรือดุบ้าง เช่น ถ้าลูกบังเอิญปัดจานข้าวแตก (อาจจะเพราะไม่เห็นหรือไม่ตั้งใจ) ก็ไม่ต้องไปดุว่าลูก เพราะแค่นี้แกก็อาจตกใจมากพอดูแล้ว ที่ต้องจำใส่ใจไว้อีกอย่างก็คือ คนเราไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ และการยืดหยุ่นให้ลูกนั้นไม่ได้เป็นการตามใจลูกค่ะ มีหลักอย่างนี้ คง "ห้าม" และ "ปล่อย" ลูกได้ถนัดถนี่ขึ้นนะคะ
เมื่อลูกเป็นแบบนี้..ทำไงดี
ลูกตกใจ ร้องไห้ ก็ก่อนหน้านี้พ่อแม่ไม่เคยดุหรือห้ามอะไรหนูเลยนี่ หนูทำอะไรก็ดูน่ารักไปหมด แล้วจู่ ๆ มาห้ามหนูเสียงดังเชียว หนูก็ตกใจสิ เมื่อลูกเป็นเช่นนี้คุณควรเข้าไปกอดปลอบใจ แต่ไม่ต้องรู้สึกผิด และต้องยืนยันข้อห้ามของตนไว้ ไม่ใช่พอเห็นลูกร้องไห้ ครั้งต่อไปก็ไม่ห้ามอีก
ลูกทำท่าไม่เข้าใจ ก็ตัวกะเปี๊ยกแค่เนี้ยะจะไปเข้าใจได้อย่างไร แรก ๆ อาจไม่เข้าใจ ต่อไปแกก็จะรู้ไปโดยปริยายว่าการกระทำของพ่อแม่หมายความว่าอย่างไร พ่อแม่จึงไม่ควรคิดนะคะว่าจะอธิบายไปทำมั้ย ลูกไม่เข้าใจหรอก คิดอย่างนี้ระวังจะสายเกินไปเมื่อพบว่าห้ามอะไรลูกก็ไม่ฟังเสียเลยนะคะ
เรื่องนี้..ต้องระวัง
ท่าที อย่าทำท่าเครียดขมึงทึงขณะที่ห้ามหรือดุลูก แค่ทำหน้าจริงจังกว่าปกติก็พอค่ะ เพราะไม่อย่างนั้นทั้งคุณทั้งลูกจะเครียดกันไปหมด
อายุลูก ไม่ควรเริ่มต้นเร็วหรือช้าเกินไป เพราะเร็วเกินไปลูกก็ไม่รู้เรื่อง ช้าเกินไปก็ไม่ทันการณ์ อายุที่เหมาะที่จะจำกัดพฤติกรรมลูกและห้ามหรือดุเมื่อลูกไม่ทำตามก็คือ 7 เดือนครึ่งขึ้นไป
สถานการณ์ ไม่ควรดุพร่ำเพรื่อค่ะ ควรทำเมื่อเห็นว่าลูกทำในสิ่งที่เป็นอันตราย หากเอะอะอะไรก็ดุ ลูกอาจโตเป็นเด็กที่ขาดความมั่นใจในการจะทำสิ่งใด ๆ ก็ได้ค่ะ
ใคร่ครวญสักนิด
การห้ามลูกอยู่บ่อย ๆ และการหยุดยั้งการเคลื่อนไหวร่างกายของลูกนั้น ไม่ได้ทำให้ลูกทำตามคำสั่งของแม่เสมอไป การที่จะให้ลูกเต็มใจอยู่ในระเบียบวินัยนั้น ทางที่ดีที่สุดคือ อย่าฝึกลูกด้วยความเข้มงวด เต็มไปด้วยระเบียบวินัยเคร่งครัด หรือเร่งลูกเกินระดับพัฒนาการตามธรรมชาติของลูก ควรเปิดโอกาสให้ลูกมีอิสรภาพที่จะเติบโตและเรียนรู้ โดยจำกัดไว้เฉพาะเรื่องที่จะเป็นอันตรายต่อตัวเองและผู้อื่น แล้วลูกจะให้ความร่วมมือมากกว่า
Report to moderator
Logged
The administrator has disabled public write access.
#82115
Jasmine
(User)
Gold Boarder
Posts: 310
Re:บทความ...วัยนี้ก็ "ดุ" กันบ้างได้แล้ว
1 Year, 11 Months ago
ขอบคุณค่ะ อ่านแล้วเป็นประโยชน์มากๆเลยค่ะ
Report to moderator
Logged
The administrator has disabled public write access.
#82168
Piyamas
(User)
น้องพลอย
Gold Boarder
Posts: 267
Re:บทความ...วัยนี้ก็ "ดุ" กันบ้างได้แล้ว
1 Year, 11 Months ago
ขอบคุณค่ะ..
กำลังอยากได้คำแนะนำเรื่องนี้เอาไปจัดการกับตัวแสบที่บ้านเลยค่ะ
Report to moderator
Logged
น้องพลอย.. ด.ญ.กษิรา สิงหะ
น้องพลอย.. เป็นเด็กดี ไม่ดื้อ แต่ซน
The administrator has disabled public write access.
#82229
klangklao
(User)
Gold Boarder
Posts: 200
Re:บทความ...วัยนี้ก็ "ดุ" กันบ้างได้แล้ว
1 Year, 11 Months ago
รีบๆดุกันเลยนะคะ แล้วบอกทุกคนในบ้านให้พูดตรงกันด้วย เดี๋ยวลูกสับสน คุณลูกชายที่บ้านมีแม่ดุอยู่คนเดียว คนอื่นตามใจกันหมด ตอนนี้เกือบเป็นเทวดาแล้วค่ะ
Report to moderator
Logged
The administrator has disabled public write access.
กระทู้ก่อนหน้า
กระทู้ถัดไป
Forum List
กระดานสนทนาทั่วไป
เรื่องของเจ้าตัวน้อย
Board Categories
กระดานสนทนาทั่วไป
... คุยเรื่องนมแม่
... อาหารและโภชนาการ
... เรื่องของแม่ๆ
... เรื่องทั่วไป
ปัญหาการใช้งาน Web Site
... ปัญหาการใช้งานเวบไซต์
Powered by
ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย
Syndicate
Copyright 2007-2010 Thai Breast Feeding. All rights reserved
Joomla Templates by JoomlaShack
Joomla Templates