topleft
topright
mymind2.png

หนูน้อยนมแม่

เชิญสมัครสมาชิก

ยินดีต้อนรับสมาชิก ศูนย์นมแม่ทุกท่าน .. กรุณา login
เมื่อลูกแพ้นมวัว ตอนที่ 1
เขียนโดย Sansmile   
Tuesday, 08 April 2008

ลูกแพ้นมวัว 

บทความนี้มีทั้งหมด 3 ตอน จึงขอให้ท่านผู้อ่านได้โปรดติดตามทั้ง 3 ตอน โดยเริ่มจากตอนที่ 1 นี้ เพื่อจะได้รับเนื้อหาที่สมบูรณ์ เหตุที่ต้องเขียนเรื่องนี้เพราะว่าในปัจจุบันได้พบปัญหานี้มากขึ้นเรื่อย ๆ แพทย์ส่วนใหญ่รวมทั้งกุมารแพทย์ยังไม่รู้ว่าปัญหาของทารกต่าง ๆ นั้นมีสาเหตุมาจากการแพ้โปรตีนในนมวัว


      

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมทุกชนิดควรเลี้ยงลูกในวัยแรกเกิดด้วยน้ำนมของสัตว์ชนิดนั้น เพราะจะมีส่วนประกอบต่าง ๆ ที่จะเหมาะสมสำหรับตัวอ่อนที่แรกเกิด จำนวนเต้าของสัตว์แต่ละชนิดบ่งบอกถึงความสามารถในการเลี้ยงดูลูกอ่อนว่าได้กี่ตัว เช่น มี 10 เต้าก็เลี้ยงได้ 10 ตัวในคราวเดียวกัน มนุษย์ก็เช่นกัน เมื่อทารกแรกเกิดก็สมควรเลี้ยงด้วยนมแม่ การมี 2 เต้าก็แสดงว่าสามารถเลี้ยงทารกได้พร้อมกันถึง 2 คน


          น้ำนมแม่มีคุณค่ามหาศาลทั้งทางด้านโภชนาการและทางด้านการสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน และโปรตีนของนมแม่ก็ไม่สร้างปัญหาที่ทำให้ทารกแพ้ได้ ทารกที่ได้รับนมแม่ จึงไม่เจ็บป่วย เติบโตดี และสมองมีการพัฒนาได้เร็วกว่าทารกที่ได้รับนมวัว


          ประมาณ 200 กว่าปีที่นมวัวได้รับการพัฒนามาเรื่อย ๆ เพื่อนำมาใช้ทดแทนนมแม่ให้แก่ทารกแรกเกิด ถึงจะพัฒนามากเพียงใด มีการเติมสารอาหารต่าง ๆ ให้ใกล้เคียงกับที่พบในนมแม่ แต่คุณค่าและคุณประโยชน์ยังห่างไกลจากนมแม่มากมาย


          ในแต่ละปี ประเทศไทยจะมีทารกแรกเกิดประมาณ 800,000 คน แต่มีทารกเพียง 200,000 คนเท่านั้นที่ได้รับนมแม่มากกว่า 6 เดือน ทารกอีกมากกว่า 600,000 คนได้รับการเลี้ยงด้วยนมวัวที่ได้รับการพัฒนาเป็นนมผงสำหรับทารกแรกเกิด ปัญหาใหญ่ ๆ ที่เกิดจากการใช้นมผงก็คือ การเตรียมที่ไม่สะอาด ทำให้ทารกท้องเสียได้ และอีกปัญหาหนึ่งที่พบได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะนี้ก็คือ การแพ้โปรตีนในนมวัวของทารก ซึ่งตามตำราทั่วไปมักจะกล่าวไว้ว่า ทารกที่แพ้โปรตีนในนมวัวจะพบได้ราวร้อยละ   2-3 แต่จากประสบการณ์คิดว่าพบได้มากกว่านั้น โดยอาจพบได้ถึงร้อยละ 5 หรือมากกว่า


          อาการของทารกมากมายในอดีต    ที่ไม่รู้สาเหตุ แต่ในขณะนี้เริ่มรับการพิสูจน์อย่างชัดเจนว่าเกิดจากการแพ้โปรตีนในนม วัว ยกตัวอย่าง ทารกที่ร้องกวนในช่วงอายุ  2-3 สัปดาห์แรกของชีวิตที่ทางการแพทย์เรียกว่า โคลิก นั้น ในอดีตเราจะบอกว่าร้องกวน 100 วัน ไม่ต้องทำอะไร ปล่อยไว้ 2-3 เดือนเดี๋ยวก็หายเอง ซึ่งก็เป็นจริงเช่นนั้น คือจะหายได้เอง แต่กว่าอาการจะหายไป ก็ทำให้คนทั้งครอบครัวอดหลับอดนอนไปหลายเดือน แต่ในขณะนี้เราพบว่า การร้องกวนโคลิกนี้มีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการแพ้โปรตีนในนมวัว เมื่องดนมวัวหรือนมผสมโดยให้นมชนิดอื่น    ที่ไม่ใช่นมวัว อาการก็จะหายไปภายใน 2 วัน และทารกที่ได้รับนมแม่อยู่แล้วเกิดอาการ   โคลิก เมื่อให้แม่งดดื่มนมวัว ก็พบว่าอาการ โคลิก ของทารกหายไปภายใน 2 วัน เช่นกัน การค้นพบเช่นนี้เป็นการยืนยันว่า นมวัวมีส่วนทำให้เกิดโคลิก


          ทารกกลุ่มใหญ่อีกกลุ่มที่อาจจะมีอาการคัดจมูก หรือมีเสมหะครืดคราดตลอดเวลา โดยพบได้ตั้งแต่อาการน้อย ๆ จนถึงมีอาการรุนแรง จนรบกวนต่อการนอนของทารก ซึ่งกุมารแพทย์ส่วนใหญ่มักจะรักษาตามอาการ เช่น ให้ยาลดน้ำมูก ยาเสริมภูมิ หรือยาละลายเสมหะ การที่ไม่ได้รักษาที่ต้นเหตุ ทำให้ทารกต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง และบ่อยครั้งที่ถึงแม้จะให้ยาเต็มที่ อาการของทารกน้อยก็ยังไม่ดีขึ้น จนเกิดการคั่งของเสมหะในหลอดลม จนเกิดเป็นอาการหอบหืด จนถึงขั้นต้องรับไว้รักษาในโรงพยาบาล ก็พบได้อยู่เสมอ แต่ครั้นเมื่อคิดถึงว่า อาการเหล่านี้เกิดจากการแพ้โปรตีนในนมวัว และไม่ได้รับการเปลี่ยนเป็นนมชนิดอื่นที่ไม่ใช่นมวัว เมื่อเปลี่ยนถูกชนิด ก็จะทำให้อาการผิดปกติเหล่านี้หายไปได้ภายใน 2-3 สัปดาห์ โดยไม่ต้องให้ทารกน้อย รับประทานยาต่าง ๆ อีกเลย


          อาการผื่นลมพิษในทารกก็พบได้บ่อยเช่นกัน โดยสังเกตเห็นเป็นวงแดง ๆ ขนาดไม่เท่ากัน และทารกมักจะคันร่วมด้วย และเห็นจะเป็นอาการเดียวที่จะทำให้แพทย์คิดถึงเรื่องการแพ้โปรตีนในนมวัว การเปลี่ยนเป็นนมอื่นที่ถูกชนิดก็จะทำให้อาการผื่นลมพิษหายได้ภายใน 2-3 วัน แต่ยังมีผื่นอีกชนิดหนึ่งที่เป็นฝ้าขาวตามผิวหนัง โดยผิวหนังภายในฝ้าขาวนี้ ลูบแล้วจะรู้สึกสาก ๆ และมีผิวหน้าหนาตัวขึ้น ที่ทางการแพทย์ eczema ถือว่ามีสาเหตุจากการแพ้โปรตีนในนมวัวได้เช่นกัน ถ้าไม่ได้รับการวินิจฉัย แต่ใช้วิธีรักษาโดยการให้ยาทาและยา รับประทาน ก็จะทำให้ผื่นนี้หายได้เช่นกัน แต่ภายใน 1-2 สัปดาห์ ก็จะกลับมาเป็นใหม่ จึงต้องให้ยาทาและยารับประทานอยู่เป็นประจำ แต่ถ้าให้การเปลี่ยนเป็นนมชนิดอื่นที่ไม่ใช่นมวัว และถูกชนิดก็จะทำให้ผื่นหายได้ภายใน 2 สัปดาห์ โดยไม่ต้องให้ยาทาหรือยารับประทานใด ๆ เลย


          อาการอาเจียน อาการท้องเสีย และอาการท้องผูกเรื้อรังของทารกก็มีสาเหตุมาจากการแพ้โปรตีนในนมวัวได้เช่นกัน จนถึงขณะนี้ ยังมีทารกจำนวนมากที่ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกทาง ถ้ามีอาการเหล่านี้ ถ้าแพทย์ไม่คิดถึงว่าเกิดอาการแพ้โปรตีนในนมวัว โดยให้เพียงแต่รักษาตามอาการ อาจจะส่งผลเสียแก่สุขภาพของทารกจนถึงขั้นขาดอาหารขั้นรุนแรงได้


          ที่เขียนเล่ามาทั้งหมดในตอนนี้ คือ อาการของทารกที่เนื่องมาจากการแพ้โปรตีนในนมวัว การไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาเรื่องนี้ อาจจะไม่เป็นผลเสียต่อทารก แต่อาจต้องรับประทานยา เพื่อรักษาอาการเหล่านี้ เป็นระยะเวลาหลายเดือนจนกว่าจะหายจากการแพ้โปรตีนในนมวัว แต่ถ้าได้รับการรักษาเรื่องการแพ้โปรตีนในนมวัวตั้งแต่ระยะเริ่มแรก โดยการเปลี่ยนเป็นนมที่ถูกชนิด ก็จะทำให้ทารกไม่จำเป็นต้องรับประทานยาใด ๆ และมักจะมีภาวะโภชนาการที่สมบูรณ์เหมือนทารกที่ไม่แพ้โปรตีนในนมวัว

 

ที่มา : คอลัมน์ Good Food for Health : เมื่อลูกแพ้นมวัว (ตอนที่ 1)
Source - เดลินิวส์ (Th)

Friday, April 04, 2008  15:32

เรื่องแพ้นมวัวยังสามารถอ่านเพิ่มได้ที่

มารู้จักโรคแพ้โปรตีนนมวัว http://www.thaibreastfeeding.org/content/view/61/81/

เมื่อลูกแพ้นมวัว ตอนที่ 2 http://www.thaibreastfeeding.org/content/view/185/81/
เมื่อลูกแพ้นมวัว ตอนที่ 3 http://www.thaibreastfeeding.org/content/view/246/81/
ลูกผมเกือบแย่เพราะนมวัว http://www.thaibreastfeeding.org/content/view/489/81/ 
นมแม่กับการป้องกันโรคภูมิแพ้ http://www.thaibreastfeeding.org/content/view/59/81/
 

Syndicate

Copyright 2007-2010 Thai Breast Feeding. All rights reserved
Joomla Templates by JoomlaShack Joomla Templates