topleft
topright

หนูน้อยนมแม่

เชิญสมัครสมาชิก

ยินดีต้อนรับสมาชิก ศูนย์นมแม่ทุกท่าน .. กรุณา login

ค้นหา

สถิติผู้เยี่ยมชม

วันนี้: 70
วานนี้: 1292
เดือนนี้: 24348
ผู้เยี่ยมชมรวมทั้งหมด: 90736
เริ่มบันทึกข้อมูลตั้งแต่: 2008-02-17
.... เตรียมตัวก่อนคลอด... อยากให้ลูกกินนมแม่..... พิมพ์ อีเมล์
เขียนโดย บี มามี๊ต่าต๋า   
จันทร์, 21 เมษายน 2008

เลี้ยงลูกด้วยนมแม่  ตอน.....ก่อนคลอด

บรรณาธิการ : ยุพยง แห่งเชาวนิช , นงนุช บุญยเกียรติ
เมื่อปี 2547 ศูนย์นมแม่ฯ ร่วมกับสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ได้จัดทำหนังสือ "ถาม-ตอบ เลี้ยงลูกด้วยนมแม่" 3 ชุด 3 ตอน ... ก่อนคลอด...เมื่ออยู่โรงพยาบาล...เมื่อกลับบ้าน ชุดนี้เป็นชุดแรกสำหรับว่าที่คุณแม่


Image 
ถาม : อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ต้องมีการเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษหรือไม่

ตอบ :
การจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ไม่มีอะไรที่ต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ เป็นการเตรียมพร้อมมากกว่า เริ่มต้นด้วยการฝากครรภ์ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ คุณแม่ควรเลือกฝากครรภ์ในโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ซึ่งในสถานที่เหล่านั้น คุณแม่จะได้รับการตรวจสุขภาพ ตรวจครรภ์ ตรวจเต้านม และได้รู้เรื่องวิธีการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ล่วงหน้า เมื่อคลอดลูกแล้วจะเลี้ยงได้อย่างถูกวิธี


ถาม : แล้วควรไปฝากครรภ์ที่ไหนดี

ตอบ :
ปัจจุบันเรามีโรงพยาบาลที่ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ที่เรียกว่า “ โรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม่-ลูก” เป็นจำนวนมาก คุณแม่อาจจะสอบถามจากคุณหมอ คุณพยาบาลเมื่อไปฝากครรภ์ก็ได้ ถ้าเป็นโรงพยาบาลหรือคลินิก ที่ไม่ได้รับการประกาศเป็นโรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม่-ลูก ควรลองสอบถามก่อนตัดสินใจฝากครรภ์ว่า โรงพยาบาลมีระบบการช่วยเหลือแม่ให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วยหรือไม่


ถาม : ตอนมาฝากครรภ์ พยาบาลสอนท่าอุ้มและการให้ลูกดูดนม รู้สึกแปลกๆ ต้องรู้ล่วงหน้าด้วยหรือ

ตอบ :
การสอนและการฝึกหัดดังกล่าว เป็นเหมือนการเตรียมพร้อม นับว่าเป็นสิ่งที่ดีทีเดียว ถ้าคุณแม่ได้พอรู้วิธีเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ตั้งแต่ตอนฝากครรภ์ จะช่วยให้คุณแม่เข้าใจ ได้เตรียมตัวไว้ก่อน ในทางปฏิบัติ ระยะหลังคลอด คุณแม่มักจะมีเวลาน้อย ต้องยุ่งกับเรื่องของลูกน้อยหลายเรื่อง ไม่ค่อยมีเวลาฝึกหัด และต้องปฏิบัติจริง การรู้มาก่อนจึงเป็นการเตรียมตัวที่ดี


 
ถาม : ทำไมระยะนี้มีการส่งเสริมให้ลูกกินนมแม่กันมากขึ้น

ตอบ :
เนื่องจากการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มีประโยชน์นานัปการ เป็นที่ยอมรับว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เป็นเรื่องของการให้อาหาร และการเลี้ยงดูแก่ลูกที่ดีที่สุดในระยะเริ่มต้นของชีวิต ลูกที่กินนมแม่เมื่อเทียบกับการกินนมผสม มีข้อเด่นคือ ลูกมีโอกาสเจ็บป่วยลดลงมาก ทั้งโรคติดเชื้อ และไม่ติดเชื้อ มีโอกาสเป็นโรคกลุ่มภูมิแพ้น้อยกว่า และมีการพัฒนาการของสมองและอารมณ์ที่ดีกว่า น้ำนมแม่เป็นน้ำนมที่มาพร้อมกับภูมิคุ้มกัน พบว่าลูกที่กินนมแม่ มีกาสเป็นโรคท้องเสียน้อยกว่ากินนมผสม 2-10 เท่า และมีโอกาสเป็นโรคกลุ่มทางเดินหายใจ เช่น ปอดอักเสบน้อยกว่า 17 เท่า นอกจากนั้นโปรตีนในน้ำนมแม่ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ในลูกอีกด้วย


Image
ถาม : ทำไมการเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ ช่วยให้ลูกมีพัฒนาการทางสมองที่ดีกว่า

ตอบ :
ในนมแม่อุดมด้วยสารอาหารที่จำเป็นในการเจริญเติบโตของสมอง เช่น สารดีเอชเอ สารเอเอ สารซีรีโบรไซด์ กรดไขมันไม่อิ่มตัว สารทอรีน ฯลฯ ซึ่งเราจะพบว่านมผสมในท้องตลาด มีภาพและพยายามสื่อให้เห็นว่ามีการเติมสารเหล่านั้นแล้ว ในนมของบริษัทตน ซึ่งแต่ละยี่ห้อก็ไม่สามารถทำให้ครบถ้วนเท่านมแม่ได้ น้ำนมแม่นอกจากจะมีสารเหล่านี้พร้อม ครบ อย่างเหมาะสมแล้ว ยังมีสารช่วยย่อยและสารอื่นๆ เช่น สารเร่งการเจริญเติบโตของประสาท ฮอร์โมน สารคัดหลั่ง ฯลฯ ที่มีหน้าที่ในการนำพาสารอาหารไปใช้บำรุงสมองได้อย่างเต็มที่ สารช่วยย่อยและสารอื่นๆเหล่านี้ นมผสมไม่สามารถปรุงแต่งขึ้นมาได้ ประกอบกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ทำให้แม่และลูกได้อยู่ใกล้ชิดกัน มีการเรียนรู้และสนองตอบทั้งทางร่างกายและอารมณ์ที่ดี ทำให้ลูกที่กินนมแม่มีโอกาสพัฒนาการทางสมองที่ดีกว่า


ถาม : จริงหรือที่ว่า เด็กที่กินนมแม่ จะมีพัฒนาการและเชาวน์ปัญญาดีกว่า

ตอบ :
ในระยะ 4-5 ปีที่ผ่านมา มีการศึกษาที่มีคุณภาพเกินกว่า 30 ชิ้น ที่แสดงให้เห็นว่า ทารกที่กินนมแม่ มีระดับพัฒนาการ และเชาวน์ปัญญาที่ดีกว่า ทารกที่ได้รับนมผสม แตกต่างกันตั้งแต่ 2-3 จุด จนถึง 8-11 จุด ในการศึกษาหนึ่ง เขาติดตามเด็กจำนวน 3,880 คน ตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 5 ปี พบว่าเด็กที่ได้รับนมแม่นาน 6 เดือน มีระดับพัฒนาการดีกว่าเด็กที่ไม่ได้รับนมแม่เลย 5.8-8.2 จุด อีกการศึกษาหนึ่ง ซึ่งติดตามพัฒนาการของเด็กน้ำหนักตัวน้อยตั้งแต่แรกเกิด จำนวน 220 ราย พบว่าเด็กที่ได้รับนมแม่นาน 6 เดือน เมื่ออายุ 5 ปี มีระดับเชาวน์ปัญญาเบื้องต้นดีกว่าเด็กที่ได้รับนมแม่เพียง 3 เดือน ถึง 11 จุด ในประเทศเดนมารก์ ศึกษาในผู้ใหญ่ที่โตๆแล้ว ประมาณ 3,000 คน ที่เกิดเมื่อ 40 ปี ที่แล้ว (พ.ศ. 2503) กลุ่มที่มีประวัติกินนมแม่นาน จะมีระดับเชาวน์ปัญญาดีกว่ากลุ่มที่กินระยะสั้นกว่า โดยพบว่าถ้ากินนมแม่นานกว่า 9 เดือน มีระดับเชาวน์ปัญญาดีกว่ากลุ่มที่กินนมแม่น้อยกว่า 1 เดือน ประมาณ 5 จุด การศึกษาเหล่านี้วิเคราะห์โดย พยายามตัดข้อแตกต่างระหว่างเศรษฐานะและสังคม จะได้เห็นผลจากเรื่องของนมแม่อย่างเดียว อีกการศึกษาหนึ่ง ทารกที่กินนมแม่ โดยเฉลี่ยมีระดับพัฒนาการทางสมองดีกว่าทารกที่ได้รับนมผสม ประมาณ 3 จุด และในกลุ่มทารกที่คลอดก่อนกำหนดและมีน้ำหนักตัวน้อย จะมีระดับที่ดีกว่าถึงประมาณ 5 จุด


 ถาม : ระดับพัฒนาการ และเชาวน์ปัญญาที่ต่างกัน 2 จุด 3 จุด 5 จุด 10 จุด มีความสำคัญด้วยหรือ

ตอบ :
ความแตกต่างของระดับพัฒนาการ และเชาวน์ปัญญา ไม่ว่าจะน้อยหรือมาก นับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ถ้าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ในอนาคตเด็กๆอาจจะมี ระดับเชาวน์ปัญญาที่ถดถอยไปเรื่อย อย่างไรก็ตามข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มีผลในทางบวก ในการส่งเสริมพัฒนาการและสติปัญญาของเด็กๆ ที่ชัดเจน


ถาม : เห็นลูกของเพื่อนบ้านเขากินนมผสมก็ฉลาดและมีพัฒนาการที่ดีได้ ดูแล้วไม่น่าแตกต่างกับการกินนมแม่

ตอบ :
เป็นความจริงที่ทารกที่กินนมผสม ก็ฉลาดและมีพัฒนาการที่ดีได้ เนื่องจากความฉลาดและเชาวน์ปัญญา เป็นผลของพันธุกรรมประมาณ 50 % และเป็นเรื่องของการเลี้ยงดู ประมาณ 50 % การที่เด็กกินนมผสมบางราย มีสติปัญญาอยู่ในเกณฑ์ลาด อาจเป็นเพราะได้รับการถ่ายทอดพันธุกรรมที่ดี จากพ่อแม่ แม้จะขาดสารที่สำคัญหลายอย่างที่มีในนมแม่ หรือขากการกระตุ้นการพัฒนาการที่เหมาะสม ก็ยังมีสติปัญญาในเกณฑ์ดี ซึ่งถ้าหากได้กินนมแม่เพิ่มขึ้น น่าจะทำให้มีระดับสติปัญญาที่ดีกว่านี้อีก


ถาม : ทำไมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จึงช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ได้

ตอบ :
การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยเฉพาะการให้ลูกได้กินนมแม่อย่างเดียวในระยะ 4-6 เดือน จะช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ได้จริง เพราะโปรตีนของน้ำนมแม่ เป็นโปรตีนของคน จึงไม่ก่อให้เกิดการแพ้ แต่ถ้าเป็นนมผสม (นมวัว) จัดเป็นโปรตีนของวัว จะสามารถผ่านเซลล์เยื่อบุลำไส้ได้ง่าย เพราะช่วงอายุนี้เซลล์ดังกล่าวยังอยู่ห่างกัน น้ำย่อยอาหารยังทำงานไม่เต็มที่ และสารภูมิคุ้มกันที่คอยดักจับสารแปลกปลอมก็ยังไม่พัฒนาดีพอ โปรตีนแปลกปลอมจึงมีโอกาสเล็ดลอดเข้าไปกระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้ได้ง่าย แต่ถ้าได้รับนมแม่ นอกจากจะมีโปรตีนชนิดที่ทำให้ไม่เกิดการแพ้แล้ว ยังมีสารภูมิคุ้มกันในน้ำนมแม่ที่จะไปเคลือบเยื่อบุลำไส้ ทำให้ไม่แพ้


ถาม : ทำไมลูกที่กินนมแม่จึงไม่ค่อยท้องเสีย

ตอบ :
นมแม่เป็นอาหารธรรมชาติ สะอาด และย่อยง่าย มีสารที่ช่วยให้ลำไส้แข็งแรง สารภูมิต้านทานในน้ำนมแม่จะช่วยจับกินและสลายเชื้อโรค รวมทั้งมีสารช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ ที่ไม่ก่อให้เกิดโรคในลำไส้ เช่น แลคโตแบซิลไล ซึ่งแบคทีเรียเหล่านี้ จะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคที่ทำให้เกิดท้องเสีย หากมีเชื้อโรค เช่น แบคทีเรียที่หลุดเข้ามาในลำไส้ของลูก จึงลดโอกาสติดเชื้อในลำไส้



ถาม : จริงหรือที่ว่า ลูกกินนมแม่แล้วจะไม่ค่อยเป็นโรคติดเชื้อในทางเดินหายใจ

ตอบ :
ในน้ำนมแม่มีสารต้านทานเชื้อโรค ซึ่งจะช่วยกำจัดเชื้อโรค ทั้งแบคทีเรียและไวรัสที่ติดบนเยื่อบุผิวในทางเดินหายใจ และมีสารวิตามิน เอ ที่ช่วยในการเจริญเติบโตและซ่อมแซมเยื่อบุดังกล่าว วัยทารกยังมีระบบภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง ที่เห็นชัดคือ สารอิมมิวโนโกลบูลิน ที่ช่วยกำจัดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ในช่วงแรกเกิดทารกยังไม่สามารถสร้างสารดังกล่าวได้ดีพอ จะสร้างได้ดีเมื่ออายุ 1-2 ปี ดังนั้นการได้รับนมแม่ซึ่งมีสารเหล่านี้ในปริมาณมาก จึงช่วยป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจได้ในระดับหนึ่ง


ถาม : ในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคเบาหวาน จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้หรือไม่

ตอบ :
การให้ลูกกินนมแม่ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานในวัยผู้ใหญ่ของลูก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้นมแม่แก่ลูก เพราะทารกในครอบครัวที่เป็นเบาหวาน จะมีโอกาสเป็นเบาหวานมากขึ้น หากได้รับโปรตีนนมวัว ข้าว หรือ อาหารอื่นๆ ก่อน อายุ 4 เดือน ปัจจุบันจึงมีการแนะนำให้ทารกกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ กินนมแม่อย่างเดียวในระยะ 6 เดือนแรก และหลีกเลี่ยงการได้รับนมวัว (นมผสม) ในระยะดังกล่าว


ถาม : ถ้าอยากคลอดโดยผ่าท้องคลอด จะเป็นอุปสรรคต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หรือไม่

ตอบ :
อาจมีอุปสรรคบ้าง แต่ก็แก้ไขได้ ซึ่งแม่สามารถให้ลูกดูดนมแม่ได้เสมอ ไม่ว่าจะคลอดโดยวิธีธรรมชาติ หรือผ่าท้องคลอด แม่ที่ผ่าท้องคลอด อาจประสบปัญหา เช่น ความอ่อนเพลีย การเจ็บปวด ช่วยตัวเองยังไม่ค่อยได้ นอกจากนี้ทารกอาจได้รับยาจากแม่ ทำให้ง่วง มีการตอบสนองช้า จึงจะส่งผลให้มีการเริ่มต้นดูดนมแม่ช้ากว่าวิธีคลอดธรรมชาติ ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ คุณแม่ที่ไม่ได้มีข้อห้ามใดๆ ควรเลือกคลอดโดยการคลอดตามธรรมชาติ แม่มักได้รับยาน้อย แม่ฟื้นตัวได้เร็ว ลูกก็ตื่นตัวได้ทันทีหลังเกิด ทำให้มีการเริ่มต้นดูดนมแม่ ได้เร็วและน้ำนมก็มาเร็วขึ้น


ถาม : เคยรู้ว่า น้ำนมแม่จะมีน้อยหลังคลอดใหม่ๆ กลัวลูกจะไม่ได้กินนม ควรเตรียมขวดนม นมผสม เอาไปจากบ้านไปเลยดีไหม

ตอบ :
การคลอดในโรงพยาบาลที่ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ คุณแม่ไม่จำเป็นต้องเตรียมอุปกรณ์การให้นมผสม เพราะในโรงพยาบาลเหล่านี้ จะมีวิธีการช่วยเหลือแม่ เพื่อให้น้ำนมแม่มาเร็วและมีปริมาณเพียงพอแก่ลูก เช่น ลูกจะได้ดูดนมแม่ทันทีหลังเกิด สอนให้ลูกงับนมให้ถูกวิธี สนับสนุนให้ลูกดูดนมแม่บ่อยครั้งตามที่ลูกต้องการ ช่วยให้แม่ได้เลี้ยงลูกอย่างสะดวก เช่น มีหมอนช่วยรองตัวลูก ฯลฯ การปฏิบัติเหล่านี้ จะช่วยให้คุณแม่สามารถหลั่งน้ำนมได้เร็วและเพียงพอ โดยไม่ต้องเสริมด้วยนมผสม


ถาม : อยากให้นมแม่ แต่เต้านมเล็ก ไม่ค่อยมั่นใจเลยว่าจะให้ลูกกินนมแม่ได้

ตอบ :
เต้านมไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก แม่ในระยะหลังคลอด สามารถสร้างน้ำนมได้เท่าเทียมกัน ปริมาณน้ำนมที่จะสร้างได้ขึ้นกับการดูดของลูกเป็นสำคัญ ไม่ใช่ขนาดของเต้านม


ถาม : ถ้าลูกดูดนมแม่จากเต้าไม่ได้ ให้ดูดนมแม่จากขวดดีกว่าหรือไม่

ตอบ : การให้ลูกดูดนมจากเต้าไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าคุณแม่ไม่มั่นใจ เช่น มีปัญหาหัวนม หรืออื่นๆ แพทย์และพยาบาลจะช่วยได้ เราสามารถให้ลูกดูดนมแม่จากขวดได้ ถ้ามีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ แต่ให้คำนึงถึงข้อเสียของการดูดจากขวด การให้ลูกเริ่มดูดหัวนมยางหรือหัวนมหลอกเร็วเกินไป ในระยะ 1-2 เดือนหลังเกิด ซึ่งลูกยังดูดนมแม่ไม่เก่ง จะทำให้ลูกติดหัวนมยางและไม่ยอมดูดนมแม่จากเต้า เนื่องจากกลไกการดูดหัวนมยางกับนมแม่แตกต่างกันอย่างมาก และผลเสียสำคัญคือ ทำให้ลูกดูดนมแม่น้อยลง จะมีผลให้การสร้างน้ำนมลดลง และทำให้เสียโอกาสในการสร้างความรัก ความผูกพัน


Image
ถาม : จะรู้ได้อย่างไรว่าหัวนมบอดหรือไม่

ตอบ : เราจะรู้ได้ด้วยการลองใช้นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือดึงหัวนม ให้ยืดออกมา ถ้าจับติดและหัวนมยืดหยุ่นดี ก็แน่ใจได้ว่า หัวนมไม่บอด แต่ถ้าหัวนมไม่โผล่ออกมา หรือจับไม่ติด ให้สงสัยว่าหัวนมอาจจะบอดจริง ถ้าไม่แน่ใจ อาจปรึกษาแพทย์ พยาบาลตอนไปฝากครรภ์
 

Image
ถาม : สงสัยว่าหัวนมบอด จะทำอย่างไร

ตอบ : ถ้าสงสัยว่าหัวนมบอด ควรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลที่ดูแลในระยะฝากครรภ์ เพื่อช่วยเตรียมหัวนมให้พร้อม สำหรับการให้นมลูกหลังคลอด วิธีการแก้ไขหัวนมอย่างง่าย เช่น ใช้นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือรีดให้หัวนมปลิ้นออกมา หรือใช้อุปกรณ์ดึงหัวนม (nipple puller) หรือกระบอกฉีดยาที่ดัดแปลงเพื่อดึงหัวนมก็ได้ หรือปรึกษาคลินิกนมแม่

 

 



ถาม : เคยเห็นอุปกรณ์แก้ไขหัวนมเป็นพลาสติก ใช้ทำอะไร

ตอบ :
ในเมืองไทยที่เรากันบ่อยๆคือ ปทุมแก้ว (breast cup) ซึ่งใช้แก้ปัญหาหัวนมแบน บอด บุ๋ม โดยปทุมแก้วจะช่วยนวดลานหัวนม ให้นุ่ม ทำให้หัวนมโผล่ขึ้นมา ลูกจะดูดนมได้ติดไม่หลุดง่าย แต่การใช้ปทุมแก้ว ระยะนี้ควรอยู่ในความดูแลของผู้มีประสบการณ์


ถาม : ถ้าจำเป็นต้องใช้ปทุมแก้ว เพื่อแก้ปัญหาหัวนมควรจะใส่อย่างไร

ตอบ :
วางปทุมแก้วให้รูตรงกลาง วางครอบหัวนมและจัดให้รูระบายอากาศอยู่ด้านบน ใส่เสื้อยกทรงที่มีขนาดพอเหมาะกับปทุมแก้ว ปรับสายยกทรงให้กระชับ ควรใช้ปทุมแก้วในเวลากลางวัน เพราะการเคลื่อนไหวจะทำให้ปทุมแก้วนวดลานหัวนม ไม่ควรใส่ปทุมแก้วขณะนอน เพราะเคลื่อนไหวน้อย อาจนอนทับปทุมแก้ว และปทุมแก้วอาจไปกดท่อน้ำนม ทำให้อุดตันได้


ถาม : ควรหยุดใส่ปทุมแก้วเมื่อไร

ตอบ :
ควรหยุดใส่เมื่อลานหัวนมนุ่มและยืดหยุ่นดีแล้ว การใส่นานเกินไปอาจทำให้มีผื่นได้


ถาม : ตั้งท้องลูกคนที่สองได้ 2 เดือน ตอนนี้ลูกคนโตอายุ 8 เดือน อยากทราบว่าลูกคนโตยังดูดนมแม่ได้ไหม หรือควรจะหย่านม

ตอบ :
ถ้ายังให้ลูกดูดนมแม่ต่อ ทั้งๆที่แม่กำลังท้อง คุณแม่อาจกังวลใจว่า การให้นมแม่จะแย่งอาหาร ทำให้ลูกในท้องได้รับอาหารน้อยลงหรือไม่ จากการศึกษาพบว่า ถ้าแม่มีสุขภาพดี กินอาหารได้อย่างเต็มที่และแม่มีน้ำหนักขึ้นตามเกณฑ์ของการตั้งครรภ์ ก็สามารถให้นมแม่กับลูกต่อไปได้เรื่อยๆ จนกระทั่งลูกคนใหม่เกิด และพบว่าฮอร์โมนที่เกิดในตัวแม่ขณะตั้งครรภ์ ไม่มีอันตรายต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่


ถาม : การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ขณะตั้งครรภ์ลูกคนใหม่ ควรระมัดระวังอะไรบ้าง

ตอบ :
ถ้าคุณแม่มีอาการผิดปกติ ระหว่างการให้นมลูก มักแนะนำให้หย่านมแม่ หรือปรึกษาคลิกนิกนมแม่ เมื่อ

1.มีเลือดออกทางช่องคลอด
2.มีประวัติหรืออาการแสดงว่าจะคลอดก่อนกำหนด
3.น้ำหนักคุณแม่ ไม่ขึ้นตามที่ควร
4.แม่ขาดอาหาร


ถาม : แพทย์บอกว่าตั้งครรภ์แฝด จะให้ลูกกินนมแม่ อย่างเดียว สำเร็จหรือไม่

ตอบ :
แม่ที่มีลูกแฝด สามารถให้ลูกกินนมแม่อย่างเดียวได้สำเร็จ โดยเตรียมบำรุงร่างกาย ให้มีภาวะโภชนาการที่ดี ขณะตั้งครรภ์ เตรียมความพร้อมด้านทักษะของสมาชิกในครอบครัว เพื่อช่วยเหลือการเลี้ยงดูบุตรและแบ่งเบาภาระงานบ้านของแม่ ขณะให้นมลูก จัดสรรเวลาให้แม่ได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ เรียนรู้วิธีการให้นมลูก ขณะอยู่ในโรงพยาบาลจนกว่าจะคล่อง


ถาม : ควรกินอาหารอย่างไร จึงจะได้แคลเซียมพอ

ตอบ :
การกินอาหารอื่นๆที่มีแคลเซียมสูงและดูดซึมได้ดีเป็นประจำ ร่วมกับการดื่มนมวันละเพียง 1-2 แก้ว ก็จะทำให้คุณแม่ ได้รับแคลเซียมพอเพียง คือ 800 มิลลิกรัมต่อวัน ตัวอย่างอาหารที่ให้แคลเซียมมากกว่า 200 มิลลิกรัม ต่อการบริโภค 1 ครั้ง คือ นม 1 กล่อง (200 มล.) หรือ โยเกิร์ต 1 ถ้วย (150 กรัม) หรือปลาแก้วแห้งทอด 2 ช้อนโต๊ะ เป็นต้น ตัวอย่างอาหารที่ให้แคลเซียม ระหว่าง 100-200 มิลลิกรัม ต่อการบริโภค 1 ครั้ง คือ ปลาลิ้นหมาแห้งทอด 2 ช้อนโต๊ะ หรือ เต้าหู้ขาวอ่อน 1/3 ถ้วยตวง (60 กรัม) หรือผักคะน้าผัด 3/4 ถ้วยตวง หรือผักกาดเขียวต้ม 1/2 ถ้วยตวง เป็นต้น


บรรณาธิการ
ยุพยง แห่งเชาวนิช
นงนุช บุณยเกียรติ


สมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย เจ้าของ

ขอกราบขอบพระคุณ รศ.พญ.คุณหญิงส่าหรี จิตตินันทน์ ประธานคณะอนุกรรมการ การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ที่อนุญาตให้นำเนื้อหาของหนังสือชุดนี้มาเผยแพร่เป็นวิทยาทาน ณ ที่นี้

สำหรับท่านใดที่จะนำเนื้อหาของหนังสือชุดนี้ไปใช้ในวัตถุประสงค์อื่น กรุณาติดต่อขออนุญาตจากทางสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยก่อนนะคะ
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( ศุกร์, 11 กรกฎาคม 2008 )
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

@หัวข้อล่าสุดจากกระดานสนทนา

มีลูกใรกินแบบนี้บ้างไหมคะเนี่ย : 24-07-08 20:30
จำเป็นต้องปั้มนมหรือเปล่าค่ะ : 24-07-08 19:20
นมแม่เก็บตู้เย็นแบบประตูเดียวแช่แข็งได้กี่เดือนแน่ : 24-07-08 17:54
เป็นแผลร้อนในในปาก ต้องทำไงคะ : 24-07-08 17:42
ถามคุณหมอและแม่ที่ประจำเดือนมาเร็ว : 24-07-08 16:29
สมองดี เริ่มที่...นมแม่ (จาก manager ค่ะ) : 24-07-08 15:43
แนะนำหมอเด็กที่ รพ.ธนบุรี หน่อยค่ะ : 24-07-08 15:09
ผ้าอ้อมโคโดโมะซื้อ1แถม1ที่tops : 24-07-08 14:37
5 วันแล้วไม่อึ : 24-07-08 13:40
เชิญสัมมนาฟรี 26 ก.ค.นี้ที่ ร.พ.เปาโล : 24-07-08 13:10
นมแม่ล้วนๆ 5 เดือนแล้วค่ะ : 24-07-08 13:02
คุณแม่เจ้าปัญหา อยากถามเรื่องการปั้มนมค่ะ : 24-07-08 12:52
รบกวนด้วยค่ะ : 24-07-08 10:48
ตกลงต้องทำยังดีคะ??? : 24-07-08 10:46
ฝึกลูกให้อยู่ใน Play Pen ยังไงให้สำเร็จคะ : 24-07-08 00:26
นมแม่กับลูกวัยสามขวบ : 23-07-08 23:22
ลูก 6 เดือนเริ่มอาหารเสริมอะไรก่อนค่ะ : 23-07-08 22:10
เป็นคุณแม่มือใหม่ เครียดมากร้องไห้ทุกวันเลย : 23-07-08 21:40
เวลาปั๊มนมมันจี๊ดแค่ข้างเดียว... ทำยังไงดี : 23-07-08 16:33
ปั๊มนมวันอาทิตย์ : 23-07-08 15:02

ดูกระดานสนทนาหัวข้ออื่นๆ...ที่นี้

นมแม่โพล

คุณแม่ได้ลูกมาดูดนมแม่หลังคลอดเวลาไหน
 

Editor's pick

editorpick2.png

สมัครจดหมายข่าว

ท่านสามารถสมัครรับจดหมายข่าว
เพื่อรับข้อมูลข่าวสารจากทางศูนย์
นมแม่ได้ครับ






ความคิดเห็นล่าสุด

:D วิธีเก็บ+วิธีใช้ สต็อคนมแม่ :D
ลูกแน่นจมูกเมื่ออยู่ในห้องแอร์
ลองหาซื้อชุดนอนให้ลูกที่เป็นชุดหมีแขนยาว...
23/07/08 13:28 อ่านต่อ...
โดย ชวัลณัฐ ลิ้มทักษิณกุล

ขอผมเล่าบ้างนะครับ
:) ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ คุณแม่บี..จะพยายา...
21/07/08 07:51 อ่านต่อ...
โดย anantaporn

ขอผมเล่าบ้างนะครับ
ลืมตอบคุณแม่น้องแฮปปี้ การเป็น single mom แม่ต้...
17/07/08 09:34 อ่านต่อ...
โดย บี มามี๊ต่าต๋า

ขอผมเล่าบ้างนะครับ
ช่วยด้วย!!! สามีบุกเวป!!!!
17/07/08 09:29 อ่านต่อ...
โดย บี มามี๊ต่าต๋า

ขอผมเล่าบ้างนะครับ
เขินจังเลยครับ พอดีทำผิด ถูกจับได้ เลยต้อ...
16/07/08 17:22 อ่านต่อ...
โดย พจน์ เอมพันธุ์

ขอผมเล่าบ้างนะครับ
หมอพจน์ เป็นทั้งพ่อและสามีที่น่ารักมา สา...
16/07/08 11:52 อ่านต่อ...
โดย จิ๋ว แม่น้องเวบ

ขอผมเล่าบ้างนะครับ
หมอพจน์ เป็นทั้งพ่อและสามีที่น่ารักมา สา...
16/07/08 11:51 อ่านต่อ...
โดย จิ๋ว แม่น้องเวบ

ขอผมเล่าบ้างนะครับ
อ่านแล้วรู้สึกดีจังค่ะ อิจฉาบีอ่ะ นึกถึง...
15/07/08 15:50 อ่านต่อ...
โดย Supatra Eamporn

ชวนดูละครซีรีส์เรื่อง "จิตร-ประภัสสร"ทุกเส...
อืม์ จากที่ติดตามดูแทบจะทุกตอน ยกนิ้วให้ค...
15/07/08 11:36 อ่านต่อ...
โดย วิลาสินี บุญมาสูงทรง

สมาชิกศูนย์นมแม่

782 registered
0 today
5 yesterday
20 this week
96 this month
Last: Lek1506 offline
Copyright 2007-2008 Thai Breast Feeding. All rights reserved
Joomla Templates by JoomlaShack Joomla Templates