ลูกแพ้นมวัว
บทความนี้เป็นตอนสุดท้ายของเรื่องทารกแพ้นมวัว ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องเปลี่ยนไปดื่มนมชนิดอื่นที่ไม่ใช่นมวัว หรือถ้ามีนมวัวบางส่วน โปรตีนของนมวัวก็ควรได้รับการย่อยให้ละเอียด เพื่อให้โอกาสเกิดการแพ้โปรตีนลดลง แต่ยังมีทารกอีกจำนวนมากที่ยังแพ้นมทุกชนิดที่มีจำหน่ายอยู่ จึงต้องได้รับนมกรดอะมิโนเท่านั้น ซึ่งนมชนิดนี้มีราคาแพงมาก 'นมเนื้อไก่' จึงเป็นแนวทางใหม่ของโลกในการรักษาทารกแพ้นมวัว
มีหลักฐานจากตำราตั้งแต่ครั้งอดีต ที่มักจะแนะนำว่า ถ้าพบทารกที่แพ้นมทุกชนิดให้ลองป้อนด้วยซุปไก่ และมีรายงานความสำเร็จในการใช้ซุปไก่ รักษาทารกที่แพ้นมวัว รวมทั้งทารกที่มีอาการท้องเสียเรื้อรัง อีกทั้งพบความจริงที่ว่า ไม่ค่อยพบเด็กและผู้ใหญ่ที่มีอาการแพ้เนื้อไก่เลย จึงได้นำเนื้อไก่นี้มาพัฒนาเป็นนมสำหรับทารกที่แพ้นมวัว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540
มีหลากหลายปัญหาในการนำเนื้อไก่มาทำเป็นนม ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ท้อแท้ ไม่คิดจะนำมาทำเป็นน้ำนม แต่ในที่สุดหลังความพยายามอยู่ 6 ปี ผมและทีมงานก็สามารถทำนมจากเนื้อไก่ได้เนียนละเอียดมากจนทารกสามารถดูดจากจุกนมได้ และมีการเติมสารอาหารต่าง ๆ อย่างครบถ้วน จนเหมาะสำหรับทารกที่ต้องพึ่งแต่นมเพียงอย่างเดียวเป็นอาหารหลักในแต่ละวัน
ในระยะแรกมีทารกที่แพ้นมทุกชนิดและมีความจำเป็นต้องดื่มหรือดูดนมจากเนื้อไก่ยังไม่มาก แต่เมื่อให้นมจากเนื้อไก่นี้ไปมากขึ้นเรื่อยๆ พบว่า ทารกที่แพ้นมทุกชนิดมีการแพ้นมจากเนื้อไก่ประมาณ ร้อยละ 10-20 ซึ่งถือว่าช่วยทารกที่รักษายากเหล่านี้ถึงร้อยละ 80-90 และยังช่วยผู้ปกครองในการประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก อีกทั้งนมจากเนื้อไก่นี้ก็มีรสชาติที่ดีกว่านมทางเลือกอื่นมาก ผมจึงต้องการพิสูจน์ว่านมจากเนื้อไก่นี้ดีจริงหรือไม่ โดยการทำวิจัยนมจากเนื้อไก่เปรียบเทียบกับการใช้นมจากถั่วเหลืองสำหรับใช้รักษาทารกที่แพ้โปรตีนในนมวัว
จากการทำวิจัยประมาณ 4 ปี พบว่าการ ใช้นมจากเนื้อไก่มีทารกที่แพ้นมจากเนื้อไก่นี้ประมาณ 10% ซึ่งน้อยกว่าการใช้นมถั่วเหลืองมาก นมจากเนื้อไก่ให้การรักษาที่ดีกว่านมจากถั่วเหลืองถึง 8 เท่า ซึ่งผลงานนี้ได้รับการตีพิมพ์ที่วารสารโภชนาการในเด็กที่ต่างประเทศ เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2550 ที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน ผู้ปกครองของทารกที่แพ้นมทุกชนิดได้ขอให้ลูกได้ดื่มนมจากเนื้อไก่อย่างต่อเนื่อง เพราะเห็นว่าลูกดื่มได้ดี และทารกทุกรายก็ดื่มนมจากเนื้อไก่นี้เป็นระยะเวลานาน จนทารกเหล่านี้หายจากการแพ้นมวัว ซึ่งอาจเป็นเวลา 1 ปี หรือ 2 ปี และจากการติดตามผลหลังการดื่มนมจากเนื้อไก่เป็นระยะเวลานาน ก็พบว่า ทารกและเด็กเหล่านี้มีสุขภาพแข็งแรง และไม่ค่อยเจ็บป่วยในระหว่างและหลังจากการดื่มนมจากเนื้อไก่
เมื่อพบว่านมจากเนื้อไก่นี้ช่วยทารกที่แพ้นมวัวได้เกือบทุกคน จึงได้รายงานเสนอต่อท่านคณบดี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ซึ่งเมื่อได้สืบค้นก็พบว่า นมจากเนื้อไก่นี้เป็นผลิตผลแรกของโลกที่มีการนำมา ใช้รักษาทารกที่แพ้นมวัว คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จึงได้จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ทั้งนี้เพื่อประชาสัมพันธ์ให้คนไทยได้รับทราบ ถึงความสำเร็จครั้งนี้เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2550
ปรากฏว่านมจากเนื้อไก่ ได้รับการตอบสนองจากสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ เป็นอย่างดี ทั้งโทรทัศน์ทุกช่องได้นำเสนอข่าวการเกิดนวัตกรรมนมเนื้อไก่นี้เป็นข่าวแรก มีวิทยุหลายสถานีขอสัมภาษณ์เรื่องนมจากเนื้อไก่ และวันรุ่งขึ้นหนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับได้ลงข่าวนมจากเนื้อไก่บนหน้าหนึ่ง
จากการเสนอข่าวของสื่อมวลชนสาขาต่าง ๆ ทำให้ผู้ปกครองที่ลูกเป็นโรคแพ้นมวัวและมีปัญหาจากการใช้นมชนิดอื่นอยู่ ได้ติดต่อเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทางทีมงานจึงได้คัดกรองผู้ที่มีความจำเป็นจริง ๆ ในการได้รับนมจากเนื้อไก่ ซึ่งทารกที่มาเหล่านี้มีมากกว่าร้อยละ 80 ที่สามารถดื่มนมจากเนื้อไก่โดยไม่มีปัญหา และผู้ปกครองขอให้ลูก ๆ ได้ดื่มอย่างต่อเนื่อง
ขณะนี้นมจากเนื้อไก่ผลิตได้เฉพาะในโรงพยาบาลศิริราช ผู้ปกครองท่านใด ถ้าหากมีปัญหาในการเลือกชนิดนมให้ลูกในกรณีที่ลูกมีปัญหาแพ้นมวัว สามารถขอเข้ารับนมจากเนื้อไก่นี้ได้ แต่นมจากเนื้อไก่ขณะนี้อยู่ในรูปของของเหลวแช่แข็ง ที่มีความเข้มข้นเท่าตัว เวลาจะนำมาให้ลูกดื่มต้องปล่อยให้ละลายในตู้เย็น และเติมน้ำเท่าตัว จึงจะเหมาะสมสำหรับการดื่ม
โรคของทารกที่แพ้นมวัวนี้นับวันมีแต่จะพบมากขึ้น จึงควรได้รับการวินิจฉัยที่รวดเร็ว เพราะถ้าไม่ได้รับการวินิจฉัย อาจทำให้ทารก นั้นมีการเจริญเติบโตที่ช้า แคระแกร็น หรือ อาจทำให้เสียชีวิตได้ และเมื่อวินิจฉัยได้แล้ว ก็สมควรได้รับการเปลี่ยนนมที่เหมาะสมกับ ทารก นมจากเนื้อไก่นี้เป็นผลิตภัณฑ์แรกของโลกที่กำเนิดขึ้นในประเทศไทย สามารถนำมา ใช้รักษาได้ดีในทารกที่เป็นโรคนี้ จึงขอให้คนไทยมีความภูมิใจว่านมจากเนื้อไก่นี้เป็นผลิตภัณฑ์ของคนไทย ซึ่งในอนาคตอาจจะส่งไปจำหน่ายในต่างประเทศได้
จาก คอลัมน์ Good Food for Health : 'นมเนื้อไก่' แนวทางใหม่ของโลกในการรักษาทารกแพ้นมวัว เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 19 เม.ย. 2551
เรื่องแพ้นมวัวยังสามารถอ่านเพิ่มได้ที่
|