topleft
topright

หนูน้อยนมแม่

เชิญสมัครสมาชิก

ยินดีต้อนรับสมาชิก ศูนย์นมแม่ทุกท่าน .. กรุณา login

ค้นหา

สถิติผู้เยี่ยมชม

วันนี้: 49
วานนี้: 733
เดือนนี้: 8940
ผู้เยี่ยมชมรวมทั้งหมด: 146478
เริ่มบันทึกข้อมูลตั้งแต่: 2008-02-17
เลี้ยงลูกอย่างไร ลูกจึงไม่สับสน พิมพ์ อีเมล์
เขียนโดย แม่น้องอินทรี   
จันทร์, 09 มิถุนายน 2008
ดัชนี บทความ
เลี้ยงลูกอย่างไร ลูกจึงไม่สับสน
หน้า 2

เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้สับสน


คงจะมีหลายครั้งหลายคนที่ความขัดแย้งในครอบครัวเกิดจากทัศนคติในการเลี้ยงลูกที่ไม่ตรงกันของพ่อกับแม่ แม้ในบางครอบครัวอาจมีการสร้างข้อตกลงในการเลี้ยงดูลูกบ้าง แต่เมื่อไม่ชัดเจนนัก ก็อาจสร้างความสับสนให้กับเจ้าตัวเล็กได้เหมือนกัน นั่นเพราะคนสองคนที่เติบโตมาต่างกัน ได้รับการเลี้ยงดูจากครอบครัวที่ต่างกันมา เมื่อต้องมาอยู่ร่วมกันและต้องเลี้ยงลูกด้วยกัน จึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบาก เพราะฉะนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงจำเป็นต้องปรับตัวปรับใจเป็นพิเศษ

จะเป็นเทวดานางฟ้า หรือเป็นผู้ร้ายดี

 

คุณพ่อคุณแม่คงต้องเลือกแล้วล่ะค่ะว่าอยากเป็นเทวดานางฟ้าหรือเป็นผู้ร้ายของลูก ลองมาดูตัวอย่างของครอบครัวนี้กันนะคะ
" นั่งกินข้าวให้เรียบร้อยสิ หยุดเคาะโต๊ะเดี๋ยวนี้นะ เวลากินข้าวต้องนั่งให้เรียบร้อย" คุณแม่ท่านหนึ่งดุลูก ทำเอาเจ้าตัวเล็กจอมซนร้องไห้งอแง เมื่อแม่ห้ามไม่ให้ใช้ช้อนเคาะโต๊ะ
" ไม่เป็นไรหรอกน่า... ลูกจะนั่งยังไงก็ปล่อยไปเถอะ จะดุอะไรนักหนาก็ไม่รู้" คุณพ่อแย้ง พร้อมกับโอ๋ลูกเป็นการใหญ่

 

เมื่อเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น คงจะพอมองออกใช่ไหมคะ ว่าคุณแม่กลายเป็นนางมารร้ายของลูก ในขณะที่คุณพ่อเป็นพระเอก เป็นฮีโร่และแน่นอนว่าเมื่อคุณแม่ดุอีกเมื่อไหร่ เจ้าตัวเล็กจอมซนของบ้านนี้ คงจะวิ่งเข้าหาคุณพ่อก่อนเลย เพราะเขาเรียนรู้แล้วว่าเป็นวิธีที่จะทำให้หลบเลี่ยงแม่ได้ และจะรอดพ้นความผิด คงไม่มีคุณพ่อคุณแม่คนไหนอยากเป็นผู้ร้ายของลูกใช่ไหมคะ แต่ถ้ามัวเป็นนางฟ้าเทวดาในเหตุการณ์แบบนี้คงได้ชื่อว่า เป็นนางฟ้าเทวดาที่ใจร้ายรังแกลูกแน่ๆ เพราะไม่ปลูกฝังคุณลักษณะที่ดีให้กับลูก แต่จะทำอย่างไรดีล่ะ ที่จะสามารถทำให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจในเรื่องนี้ เพราะต่างฝ่ายต่างต้องคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกแน่ๆ และเมื่อเป็นเช่นนี้ ความไม่เข้าใจก็อาจเกิดขึ้นได้


ลูกจะเป็นอย่างไรเมื่อสอนคนละอย่าง

 

รศ.ดร.ดวงเดือน ศาสตรภัทร อาจารย์พิเศษประจำภาควิชาจิตวิทยา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ แสดงความคิดเห็นถึงการเลี้ยงดูลูกที่เป็นไปคนจะทิศทางว่า

 

" มีพ่อแม่บางคนตามใจลูกจนทำให้เด็กเสียไปเลย เด็กรู้ว่าใครที่สามารถช่วยเหลือเขาได้ เพราะฉะนั้นเวลามีใครสักคนดุเขา เขาจะเข้าหาคนที่เข้าข้างเขาทันที ที่นี้ก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่ถูกคือแบบไหน เขาจะวิ่งเข้าหาคนที่โอ๋เขาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อแม่ที่อยากยึดลูกไว้เป็นพวกเดียวกับตัวเอง เข้าข้างลูกทุกอย่าง บางพฤติกรรมที่ตอนเด็กๆ ก็ดูน่ารักดี แต่เมื่อเด็กโตขึ้นก็เพิ่งจะเห็นว่า สิ่งที่สอนลูกไปนั้นเกิดผลอย่างไรแก้ไขเอาเมื่อโตนั้นก็สายเสียแล้ว เพราะการพัฒนาบุคลิกภาพของคนเราขึ้นอยู่กับวัยเด็กเป็นส่วนมาก"

 

การสอนของพ่อแม่จึงมีความสำคัญต่อชีวิตของลูกมาก ลูกจะเป็นอย่างไร พ่อแม่นี่แหละค่ะที่เป็นผู้สร้าง ซึ่งเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่พ่อแม่ต้องมีวิธีการสอนลูกในทิศทางเดียวกัน แต่การที่คุณพ่อกับคุณแม่คิดเห็นไม่ตรงกันในเรื่องการเลี้ยงลูกก็เป็นเรื่องธรรมดานะคะ ครอบครัวไหนๆ ก็อาจเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ได้ทั้งนั้น เพราะคนสองคนเติบโตมาในรูปแบบการเลี้ยงดูที่ต่างกัน ก็เป็นเรื่องปกติค่ะที่จะมีทัศนคติและมาตรฐานการเลี้ยงดูลูกที่ต่างกันด้วย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากนะคะที่จะช่วยกันปรับเปลี่ยนมุมมองและทำให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน


สอนลูกอย่างไร...ลูกจึงไม่สับสน

 

รศ.ดร.ดวงเดือน ศาสตรภัทร ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกโดยไม่ให้ลูกสับสนว่า
  • วางแผนก่อนแต่ง ดีกว่า
    อย่างแรกที่ดีสุดคือ การคุยกันก่อนแต่งงานเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำได้ เพราะการวางแผนเป็นการวางรากฐานอนาคตของครอบครัว ไม่ควรแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เช่น เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมา จนคุณพ่อกับคุณแม่ทะเลาะกันเองเรื่องการเลี้ยงลูก แล้วค่อยมาหาวิธีคุยกันคงเป็นเรื่องที่แก้ไขลำบาก
    ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจเป็นพ่อเป็นแม่ควรตกลงเรื่องทัศนคติและการดูแลลูกก่อน ซึ่งช่วงก่อนแต่งงานนี่ล่ะค่ะที่คุณพ่อคุณแม่ยังมีเวลาคุยกัน ปรับเปลี่ยนทัศนคติให้ตรงกันได้ดีที่สุด

     

  • เตรียมความพร้อมก่อนเป็นพ่อแม่
    การเตรียมความพร้อมเป็นเรื่องสำคัญ คู่สมรสที่ตัดสินใจมาสร้างครอบครัวด้วยกัน ควรจะมีความรู้เรื่องการวางแผนครอบครัว การรับมือกับสภาวะต่างๆ เมื่อมีชีวิตคู่ และการดูแลเลี้ยงดูบุตร ซึ่งมีความเป็นไปได้มากที่จะจัดให้มีการอบรมโดยหน่วยงานต่างๆ เช่น การจัดอบรมเรื่องเหล่านี้ให้กับผู้ร่วมสมรสหมู่ หรือ การจัดการอบรมสัมมนาของหน่วยงานต่างๆ คุณพ่อคุณแม่เองก็ต้องมองเห็นความสำคัญ และเปิดใจให้กว้างที่จะรับข้อมูลและนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตครอบครัวค่ะ

     

  • อ่านหนังสือด้วยกันก็ช่วยได้
    ปัจจุบันนี้มีหนังสือเกี่ยวกับการเลี้ยงดูเด็ก ออกวางขายตามท้องตลาดเป็นจำนวนมาก สามารถซื้อหามาอ่าน คุณพ่อคุณแม่นั่งอ่านด้วยกัน หรือคุณแม่อ่านแล้วเล่าให้คุณพ่อฟังก็ได้ จากนั้นค่อยนำความรู้และคำแนะนำในหนังสือมาปรับใช้ในชีวิตจริง

     

  • ปรึกษาหารือกันสองคน
    เมื่อเจ้าตัวเล็กโยเยอยากได้อย่างนั้น อยากทำอย่างนี้ คุณพ่อคุณแม่ต้องชั่งใจและปรึกษากันแล้วค่ะ ว่าจะทำอย่างไร บางครั้งเรื่องเล็กน้อยที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ก็อาจเป็นนิสัยที่ติดตัวลูกได้ อยู่ที่คุณพ่อคุณแม่เองที่จะตกลงกัน ให้เกียรติกัน หมั่นปรึกษากันในเรื่องของลูก ต้องระลึกไว้เสมอว่าลูกเป็นเลือดเนื้อของทั้งสองคน ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง ดังนั้นการดูแลอบรมเลี้ยงดูจึงต้องอาศัยทั้งพ่อและแม่จึงจะสมบูรณ์

พ่อแม่กับปู่ย่าตายาย...หนูจะเชื่อใครดี

 

ลำพังพ่อกับแม่เลี้ยงลูกกันสองคนยังเลี้ยงลูกไปคนละทิศทางได้ หลายๆ ท่านคงเกิดคำถามว่า ถ้าครอบครัวที่เป็นครอบครัวขยาย มีพ่อแม่ปู่ย่าตายาย พี่ป้าน้าอา ลูกจะยิ่งไม่สับสนใหญ่หรือ เพราะผู้ใหญ่แต่ละคนต่างก็ปรารถนาให้เจ้าตัวเล็กขวัญใจของบ้านเป็นอย่างที่ตัวเองต้องการ

 

การที่มีญาติพี่น้องอยู่รวมกันเยอะเป็นเรื่องดีนะคะ มีการสำรวจประชามติในนิตยสารนิวสวีค ปรากฏว่าประชาชนชาวสหรัฐอเมริการ้อยละ 59 บอกว่า ปู่ย่าตายายมีความสำคัญมากในการเลี้ยงดูเด็ก ซึ่งตรงกับนักวิชาการหลายท่านที่บอกว่า ความสัมพันธ์ระหว่างปู่ย่าตายายและหลานนั้นเป็นความสัมพันธ์ที่สำคัญ รองลงมาจากพ่อแม่ลูก และครอบครัวที่ดีที่สุดคือครอบครัวที่มีญาติพร้อมหน้า แต่จะทำอย่างไร หากการมีญาติพี่น้องพร้อมหน้าแล้วทำให้การอบรมลูกยากขึ้น เพราะแต่ละคนก็สอนเด็กคนละแบบ

 

รศ.ดร.ดวงเดือน ศาสตรภัทร แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีนี้ว่า "คงเป็นไปได้ยากที่ปู่ย่าตายายจะเข้าใจวิธีการเลี้ยงลูกของคนสมัยใหม่ เมื่อตัวลูกของท่านเองยังเด็ก ท่านอาจเข้มงวดสารพัด แต่เมื่อมีหลานท่านกลับตามใจ ให้ความรักล้นจนเสียเด็ก เป็นเรื่องธรรมดาที่พบเห็นได้บ่อยในสังคมไทยค่ะ กว่าพ่อแม่จะรู้ ลูกตัวเองก็ถูกตามใจจนเสียไปแล้ว เด็กแยกไม่ได้หรอกค่ะว่าจะเชื่อพ่อแม่หรือปู่ย่าตายายดี สิ่งที่เขาเรียนรู้ได้คือ ต้องเชื่อและเข้าหาคนที่ทำตามความต้องการเขาได้ ดังนั้นใครที่ตามใจเขาก็จะวิ่งเข้าหาคนนั้น แต่การที่มีพ่อแม่ปู่ย่าตายายช่วยเลี้ยงก็มีข้อดีข้อเสียนะคะ ข้อดีคือ เวลาคุณพ่อคุณแม่ออกไปทำงาน ก็มั่นใจได้เลยว่ามีคนที่รักคุณรักลูกของคุณ และเต็มใจที่จะดูแลลูกให้อย่างดี และคุณปู่คุณย่าก็เป็นผู้ใหญ่ที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกได้ แต่ก็มีข้อเสียที่ปู่ย่ามักตามใจหลานนี่แหละค่ะ ที่ทำให้เด็กเกิดความสับสนและในที่สุดก็เชื่อฝ่ายที่ตามใจเขา ซึ่งมักจะเป็นความลำบากใจของพ่อแม่ในการอบรมสั่งสอนลูก"


ปู่ย่าชอบตามใจ...ทำไงดี

 

คุณแม่ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า อยู่ในครอบครัวของสามีซึ่งเป็นครอบครัวขยาย คุณแม่ไม่สิทธิ์มีเสียงในบ้านเลย สิทธิ์การอบรมเลี้ยงดูลูกเป็นของญาติสามี ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นแม่แต่ดุลูกไม่ได้เลย ทุกครั้งที่ดุลูกเมื่อลูกทำผิด ญาติๆ ของสามีก็จะโอ๋หลาน พร้อมกับสอนไม่ให้เชื่อแม่ทั้งยังต่อว่าแม่ให้ลูกเห็น นานวันเข้าก็ยิ่งรู้สึกว่า แม่หมดความสำคัญในใจลูกไปทุกที เพราะลูกไม่เชื่อฟังแม่ ไม่เคารพและไม่ให้เกียรติเลย ซ้ำยังมีนิสัยที่ไม่น่าปรารถนาอีกด้วย


เมื่อมีเรื่องอย่างนี้จะทำยังไงดี

 

รศ.ดร.ดวงเดือน ศาสตรภัทร แนะนำว่า
" คุณแม่ควรจะปรึกษาคุณพ่อของลูก คุณพ่อเป็นบุคคลสำคัญมากนะคะ เพราะเป็นคนกลางสำหรับกรณีนี้ และทางที่ดีที่สุดที่จะนำลูกกลับมาได้คือการแยกครอบครัวออกมาค่ะ เพราะการไปพูดกับญาติของสามีนั้นคงเป็นเรื่องลำบาก แยกตัวออกมา แล้วค่อยๆ อบรมสั่งสอนลูกใหม่ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องรีบอบรมตั้งแต่เด็กๆ เพราะการพัฒนาบุคลิกภาพในวัยเด็กมีความสำคัญมาก แต่อย่างไรก็แล้วแต่คุณพ่อของลูกก็เป็นบุคคลสำคัญที่สุดเลยค่ะที่จะช่วยได้ คุณแม่กับคุณพ่อต้องปรึกษากันว่าจะทำอย่างไร”

 

เมื่อคุณพ่อคุณแม่มองเห็นแล้วว่าคุณปู่คุณย่าของลูก กำลังรักลูกของเรามากเกินไป จนอาจทำให้เจ้าตัวเล็กที่ไม่รู้ประสากลายเป็นเด็กที่มีลักษณะอันไม่พึงประสงค์แล้วล่ะก็ คุณแม่คงต้องทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะค่ะ

 

รศ.ดร.ดวงเดือน ศาสตรภัทร แนะนำวิธีการรับมือความรักล้นๆ ของปู่ย่าตายายว่า
  • ปรึกษาและพูดคุยกับปู่ย่าตายายของหลานให้รู้เรื่อง
    วิธีแรกคือ ค่อยๆ ปรึกษาหรือเสนอข้อคิดเห็นให้กับปู่ย่าตายายดู ซึ่งก็แน่นอนค่ะว่า ท่านคงจะเชื่อมั่นว่าการเลี้ยงดูแบบของท่านนั้นเป็นวิธีที่ดี เพราะท่านก็เลี้ยงคุณมาจนได้ดีอย่างนี้ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องใจเย็นๆ นะคะ บางทีอาจต้องใช้เวลา และอาจหาหนังสือให้ท่านอ่าน หรืออ่านให้ท่านฟังด้วยก็ได้ค่ะ

     

  • เข้าโรงเรียนอนุบาลหรือเนอสเซอรี่ก็ดีเหมือนกัน
    เมื่อลูกโตขึ้นแล้วอาจพาลูกไปโรงเรียนอนุบาลก็ได้ค่ะ จะได้ห่างจากปู่ย่าตายายบ้าง และก็เป็นเรื่องที่ดีด้วยนะคะ เพราะการเข้าสังคมกับเด็กๆ วัยเดียวกันเป็นเรื่องจำเป็น ทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ให้กับลูกด้วย แต่ก็ต้องเลือกโรงเรียนให้ลูกสักนิดนะคะ

     

  • อยู่กันตามประสาพ่อแม่ลูกก็ดีนะ
    การอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ถือเป็นวิถีปฏบัติที่ครอบครัวไทยเรานิยมกันมานาน ยิ่งในสมัยนี้ พ่อแม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านด้วยกันทั้งคู่ด้วยแล้ว ยิ่งถือเป็นอีกทางเลือกที่ดีที่จะมีปู่ย่าตายาย มาช่วยเลี้ยงดูเจ้าตัวน้อยๆ ให้อีกแรง แต่ถ้าหากอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่แล้ว และรู้สึกว่าปู่ย่าตายายทำให้การอบรมเลี้ยงดูลูกเป็นไปอย่างลำบาก คุณพ่อคุณแม่ก็ควรเตรียมความพร้อม และตัดสินใจแยกออกมาดีกว่าค่ะ บางครั้งแม้ว่าจะไม่มีผู้ใหญ่ใกล้ชิดแต่การอยู่ด้วยกันอย่างเข้าใจระหว่างพ่อแม่ลูก ก็ทำให้มีความสุขดีเหมือนกัน

การเลี้ยงดูเป็นปัจจัยที่สำคัญในการปลูกสร้างบุคลิกที่ดีให้กับลูกตัวน้อยของคุณ ดังนั้นการพูดคุยเพื่อหาแนวทางร่วมกันระหว่างพ่อแม่ และหรือญาติผู้ใหญ่ที่เป็นสมาชิกร่วมในครอบครัว จะเป็นส่วนส่งเสริมให้การเลี้ยงดูของคุณเกิดประสิทธิผลได้มากขึ้นค่ะ

ที่มา : http://www.oknation.net


Add as favourites (1) | Quote this article on your site | Views: 7391

Comments (12)
RSS comments
1. 12-06-2008 15:12
น่าอนาถ ชีวิตฉัน 
มีลูกสองคนแรก ฉันเป็นพนักงานบริษัท ลูกไม่ได้กินนมแม่ 
พอมีลูกคนที่สาม ห่างจากคนที่2 6ปี ฉันทำงานอิสระ  
ฉันตั้งใจจะเลี้ยงลูก ด้วยนมแม่ และฉันก็ทำได้  
 
ตอนนี้คนเล็กเบอร์3 1ขวบกับ10เดือน ยังคงกินนมแม่ 
ลูกนอนรวมกับพ่อแม่เพ ราะกลางคืนลูกสาวยังต ื่นมากินนม 
พ่อหงุดหงิดที่ลูกตื่ นบ่อย รำคาญ ไม่ได้นอนเช้าต้องไปท ำงาน 
ฉันอยากให้พ่อได้หลับ สบาย เกรงใจเขา จึงแยกไปนอนอีกห้องกั บลูก 
แล้วก็เกิดปัญหา พ่อหาว่าฉันสนใจแต่ลู ก ไม่สนใจผัว  
มีปากเสียงกัน ฉันจึงขอเลิกกับเขาเม ื่อคืน  
เขาจะไปหาที่อยู่ใหม่ เมื่อพร้อม 
 
จริงๆแล้วมันมีปัญหาอ ย่างอื่นด้วย คือคิดไม่เหมือนกัน 
สำหรับฉัน ลูกสำคัญที่สุด แต่ลูกไม่ใช่ทุกสิ่งท ุกอย่าง งงมั๊ย 
คือ ฉันพยายามบาลานซ์ทุกอ ย่างให้ลงตัว ทั้งงาน ทั้งครอบครัว 
แต่เขาไม่รับรู้ เขาอยากให้ฉันทำในสิ่ งที่เขาต้องการ ช่วยให้เขาด้วย 
แล้วฉันก็ต้องทำทุกอย ่างในบ้านเอง เลี้ยงลูก หุงข้าว ทำกับข้าว 
(ซื้อเขาไม่กิน ไม่อร่อย)กวาดบ้านถูบ าน ขัดส้วม ล้างห้องน้ำ  
ซักผ้า (เครื่อง) ตากผ้า เก็บผ้า รีดผ้า  
หลังๆนี้ ฉันรีดแต่ของลูก ป 1 ป2ของเขาฉันไม่รีด เขาก็ว่าฉันไม่ดูแล  
 
บ้านช่องฉันอยากให้เร ียบร้อย 3นอน3น้ำ ฉันต้องทำเอง  
ฉันทำงานได้เดือนละหม ื่นสี่ หมดไปกับค่าใช้จ่ายใน บ้าน ค่าอาหาร 
นมสดลูก น้ำไฟ โทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต ค่าประกันให้ลูก บางทีฉัน ลืมนึกถึงตัวเอง ดีที่ฉันไม่อ้วน เสื้อผ้าก่อนแต่งงาน  
ฉันยังใส่ได้อยู่เลย อายุ 20 กับ 35 ฉัยยังนน.เท่าเดิมคือ 48 
ฉันอ้วนไม่ขึ้น คงเพราะฉันต้องทำเองท ุกอย่าง  
ฉันเหนื่อยทั้งกาย เหนื่อยทั้งใจ ฉันอยากจ้างแม่บ้าน แต่มีเงินไม่พอ 
เงินใช้พอแบบเดือนชนเ ดือน สามีฉันเขาจะจ่ายแต่ค ่าผ่อนบ้าน 
กับค่าเทอมลูกเท่านั้ น สองคนรวมสามหมื่นจ่าย ปีละ2ครั้ง 
บางเดือนฉันเอ่ยปากขอ เขาก็บ่นว่าใช้อะไรนั กหนา 
ฉันก็แจกแจง fix costของฉันให้เห็น 
เขาให้มาห้าพัน ฉันสบายไปหน่อยนึง ได้ไปหาซื้อเสื้อผ้าใ หม่ๆ 
ให้ลูกใส่บ้าง เดือนต่อๆมาเขาทำเฉย ถ้าอยากได้เงิน ฉันต้องขอ 
เหมือนขอทาน ทำไมเขาไม่รู้สึกด้วย ตัวเขาเอง 
 
ใครจะมาบ้าน เขาจะไปซื้อมารับรองเ พียบ เราก็ต้องรับรองญาติเ ขาให้ดี 
ห้ามหน้างอ เสร็จแล้ว รก เลอะ เราต้องเก็บล้าง ปัดกวาด เหนื่อย  
แต่บ้านเรานี่ ต้องทำ ลูกก็ร้องกระจองอแง จะกินนม 
 
ถ้าไปร้านอาหาร เขาก็จะเลี้ยงคนอื่นๆ เอง  
ญาติพี่น้อง 10 20 คนไม่อั้น ทำใจใหญ่  
ถ้าไปกันพ่อแม่ลูก เขาจะให้เราจ่าย  
ไม่เคยมีซักครั้งที่เ ขาจะรีบควักกระเป๋าจ่ ายเอง เหมือนที่ไปเลี้ยงคนอ ื่น 
กับลูกเมีย ทำไมเป็นอย่างนี้ ? ?  
 
 
ฉันเหนื่อยจัง  
 
ฉันพูดมากไปไหมนี่  
 
ต้องขอโทษทุกท่าน  
 
แค่ฉันอยากระบาย 
 
 
:sigh
Written by นี่หรือ ชีวิต (IP: 124.120.37.184) (Guest)
2. 12-06-2008 15:19
อ้อ ลืมบอกไป  
สามีฉันเงินเดือนแสนก ว่า 
 
แล้วคุณคิดเหมือนฉันม ั๊ยว่า 
ฉันจะมีสามีไว้ทำ_ากอ ไร 
ถ้าชีวิตฉันและลูกต้อ งเป็นอย่างนี้  
 
:sigh
Written by นี่หรือ ชีวิต (IP: 124.120.37.184) (Guest)
3. 12-06-2008 16:42
คุณนี่หรือชีวิต น่าเห็นใจมากเลยค่ะ 
เคยบอกเค้ามั้ยคะ ว่าคุณเหนื่อย 
เก่งมากเลย ทำทุกอย่างได้คนเดียว
Written by มัทนี หงส์ธนนันท์ (IP: 203.144.130.176) (Registered)
4. 12-06-2008 21:50
คุณ นี่หรือชีวิต คะ ยินดีรับฟังค่ะ 
คุณคือใครสักคนในเวบท ี่เรารู้จักใช่ไหมคะ... เราจะรู้จักกันหรือไม ่ แต่ก็ขอเป็นกำลังใจให ้นะคะ เห็นใจแล้วก็รู้สึกว่ าคุณแกร่งจังเลยค่ะ 
 
ถ้าอยากได้เพื่อนบ่น อยากระบายเชิญค่ะ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้ ด้วยความยินดีค่ะ
Written by แม่น้องอินทรี (IP: 124.120.86.128) (Registered)
5. 12-06-2008 22:50
เป็นกำลังใจค่ะ
Written by อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้ (IP: 124.121.22.200) (Guest)
6. 14-06-2008 10:15
เห็นใจคุณนี่เหรือชีว ิตมากเลยค่ะ เพราะเราก็เป็นเหมือน กันเราเงินเดือนแค่หม ื่นสองเอง จ่ายค่าเลี้ยงลูกค่าน ม กับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ส่วนสามีจ่ายค่าเช่าบ ้านรายได้เขาแค่ แปดพันกว่าบาทเองที่เ หลือก็กินใช้แทบไม่เห ลือเก็บ แต่คุณมีลูกถึง 3 คนทำไม่ถึงมีเยะยังละ ค่ะ คงเหนี่อยมากเลย แล้วสามีคุณเงินเดือน เป็นแสน แล้วทำไมต้องทำงานไม่ อยู่บ้านเลี้ยงลูกละค ่ะ อาจได้พักบ้าง ฉันก็มีลูกตอนนี้ได้ 5 เดือนเองยังเหนี่อยมา กเลยคุณมีตั้ง 3 คนคงเหนี่อยแย่ เพราะเลี้ยงเองตอนกลา งคืน กลางวันให้คุณแม่เลี้ ยงแต่ลูกฉันค่อนข้างง อแงเวลาง่วงนอน และไม่คอนนอนจะร้องให ้ และให้อุ้มเดิน คุณแม่ก็อุ้มไม่ค่อยไ หว ถ้าคุณอยากมีเพื่อนคุ ยก็โทรมาหาได้นะคะ 087-0497208 แม็กค่ะยินดีรับฟังไม ่ว่าคุณจะเจอเรื่องอะ ไรนะคะ
Written by แม็ก (IP: 58.10.18.160) (Guest)
7. 16-06-2008 09:47
คุณนี้หรือชีวิต คุณเป็นแม่ที่ดีเยื่ย มเลยค่ะ 
ชีวิตของคุณคล้ายชีวิ ตแม่ของดิฉันเลยค่ะ 
เป็นแม่บ้าน ลูก ๆ ทำอะไรผิดคุณพ่อจะโทษ คุณแม่ 
แต่ลูก ๆ ทุกคนก็เห็นความลำบาก ของคุณแม่นะค่ะ 
ทุกวันนี้ลูกๆ ทุกคนก็ทำเพื่อคุณแม่ ค่ะทุกอย่าง 
ไม่ว่าจะอะไรพวกเราก็ ชวยกันดูแลชดเชยที่ 
คุณแม่ต้องลำบากกับพว กเรามาในอดีตค่ะ 
สู้นะค่ะ ลูกของคุณและพื้นที่ใ นนี้เป็นกำลังใจให้ค่ ะ :)
Written by ศิริจันทร์ (IP: 58.8.108.51) (Registered)
8. 19-06-2008 12:41
ขอขอบคุณทุกความเห็นใ จค่ะ 
ตอนนี้ คาราคาซัง เราจะเลิก แต่เขาทำเฉย 
ตอนแรกบอกจะออกจากบ้า นเอง ให้เราอยู่กับลูก 
ตอนนี้ไม่ยอมไป ทำเฉย 
 
:sigh
Written by นี่หรือ ฯ (IP: 124.120.37.61) (Guest)
9. 25-06-2008 14:19
จริงหรือนี่ ว่ายังมี_ว แบบนี้อยู่อีก :eek  
 
คุณนี่หรือฯ กลับมาอยู่บ้านเราดีก ว่าไหมคะ พ่อแม่เราน่ะค่ะ ทนอยู่กะ..ได้ยังงัยคะ
Written by อารีย์ ธีระดำรงตระกูล (IP: 203.151.42.138) (Registered)
10. 25-06-2008 14:51
แต่อยากได้แบบนี้มากก ๆ เลยค่ะ 
 
ผมในฐานะผู้ชายไทยคนห นึ่งที่รักภรรยามากๆ อยากจะเล่าเรื่องตัวเ องกับภรรยาให้ฟังบ้าง ครับ ภรรยาผมตั้งแต่คบมา 12 ปีนั้น ไม่เคย: 
 
1 ทำงานบ้านใดๆเลย ไม่ชอบและไม่ทำ มีบ้างนานๆครั้ง นับครั้งได้ 
2 ไม่ทำอาหารให้ทานเลย 
3 ไม่ชอบเลี้ยงสัตว์ในบ ้าน ผมรักหมามาก แต่ เมียไม่ให้เลี้ยงก็ไม ่เลี้ยง (วุ้ย) เมียกะหมานะ เลือกหมา เอ้ย เมียอยู่แล้ว 
4 ไม่เคยพูดคำหวานหรือ ให้การด์ในวันสำคัญ ผมต่างหาก ชอบ surprise เค้าทุกครั้ง (มีบ้างที่เค้าให้การ ์คือ ผมทวง!) 
5 รายได้ผม เดือนเป็นแสนๆ เค้าเก็บบริหารในบ้าน หมด ผมได้ใช้อาทิตย์ละ 1500 ครับ น้อยกว่าเด็กจบใหม่อี ก 
6 ขี้บ่นมากๆๆ บ่นทุกเรื่องที่บ่นได ้ 
7 ไม่ชอบแต่งตัว ไม่เคยแต่งหน้าไปทำงา นในชีวิต 
8 ไม่ค่อยเปิดมือถือ จนเพื่อนเค้ารำคาญกัน ไปหมดแล้ว 
9 ไม่ชอบเดินห้าง ไม่ชอบของทันสมัย hi-tech ซึ่งตรงข้ามกับผม 
 
แต่.... 
ผมรักเธอมากยิ่งกว่าช ีวิตผม ผมตายแทนเมียได้ทุกเม ื่อ 
เงินประกันชีวิตเป็นช ื่อเธอคนเดียว ทุกข้อที่ยกตัวอย่าง ส่วนใหญ่ผมรับได้แต่ต ้น 
 
บางข้อผมอึดอัดในตอนต ้นแต่คุยกันแล้ว ผมรับได้ครับและตามใจ เธอทุกอย่าง 
อะไรที่ทำแล้ว แฟนผมมีความสุข ผมทำให้ได้ทุกอย่าง ทุกวันนี้ 
ชินและมีความสุขมากๆๆ ถ้าภรรยาผมไปปรับปรุง ตัวเองให้เด่นหรือแปล กไป 
ผมรับไม่ได้ครับ เพื่อนมีล้อว่า กลัวเมียบ้าง ผมเฉยครับและบอกว่า 
ผมมีความสุขมากๆอยู่แ ล้ว ไม่แคร์ใครครับ ระวังเพื่อนกับเมีย 
 
ผมเลือกเมียครับ เวลาคุณแก่ เวลาคุณป่วย เวลาคุณจะตาย 
คุณจะกุมมือเพื่อนแล้ วร้องไห้หรือป่าวครับ ? ลูกเมียต่างหาก คือ คนที่จะแบ่งปัน 
ทั้งสุขและทุกข์กับเร า ผมโชคดีที่มีเพื่อนดี ๆที่ไม่ยุ่งเรื่องส่ว นตัวผมเยอะมากๆ 
ชีวิตผม ผมเลือกเองครับ ผมรักของผมแบบนี้ 
 
สิ่งที่จะบอกทุกคนคือ  
1 คุณเลือกแฟนของคุณแบบ นี้เอง ถ้าเค้าไม่ถูกใจจะไปบ ่นทำไม 
2 No one is perfect. คุณก็ไม่ perfect ผมก็ไม่perfect แต่ ถ้าคนสองคนรักกันมากๆ เราจะมองแต่ข้อดีของก ันและกันครับ Positive thinking กับชีวิตครับ แล้ว ชีวิตจะมีความสุข 
3 อย่าไปเปรียบเทียบชิว ิตคู่เรากับคนอื่น เทียบสูงไม่เท่า เทียบต่ำยังเหลือ เรายังโชคดีกว่าคนหลา ยล้านในโลกที่มีโอกาส รัก และ ถูกรัก 
 
หลายคนไม่มีโอกาสแม้แ ต่จะเดิน พูด หรือ ทานข้าวเอง 
ผมและครอบครัวเพิ่งไป บริจาคเงินและเลี้ยงเ ด็กพิการปากเกร็ดมา ชีวิตหลายร้อยชีวิตใน ที่แห่งนั้น ลำบากกว่าเราเป็นร้อย เป็นพันเท่า 
และใครบางคนมัวแต่วิจ ารณ์สิ่งที่ไม่ดีของค นข้างตัวที่ เราเป็นคนเลือกเอง นิ้วหนึ่งนิ้วที่ชี้ต ่อว่า แฟนคุณนั้น อีกสี่นิ้วชี้หาตัวคุ ณเองนะครับ 
 
ถ้าคุณเบื่อแฟนคุณเรื ่องนั้นเรื่องนี้ แล้วไปมีคนใหม่ เดี๋ยวคุณก็หาเรื่อง ติ 
หาเรื่องว่า แฟนคนใหม่คุณได้อีก คุณไม่รักและภูมิใจใน แฟนคุณ แล้ว ใครจะรักครับ 
และผมไม่อยากให้ผู้หญ ิงเอาเรื่องผมไปให้แฟ นคุณอ่านเพื่อให้ทำตา ม คนไม่ใช่หุ่นยนต์ครับ  
 
กรุณาเคารพตัวตนปัจเจ กชนของผู้ชายแต่ละคนท ี่ไม่เหมือนกันด้วย 
เพราะผู้หญิงหลายคนหร ือคุณเองก็ทำสิ่งดีๆท ี่แฟนผมทำมากมายให้ผม ไม่ได้ 
 
ภรรยาของผมมีข้อดีเป็ นล้านๆๆข้อ มากกว่าข้อเสียเก้าข้ อข้างต้น เช่น 
 
เป็นเด็กเรียน ไม่เคยเที่ยวกลางคืนใ นชีวิต 
ไม่ดื่มเหล้าเบียร์แล ะเล่นอบายมุขใดๆ และเป็นคนใจบุญมากๆ 
ท่องชินบัญชรได้คล่อง ตอนแต่งงาน ท่องบทสวดได้หมด ผมไม่ได้เลย! 
อายสุดๆๆ สุดท้ายผมก็พัฒนาเรื่ องทางธรรมไปให้ใกล้เธ อมากที่สุด 
พยายามครับ, ภรรยาผมให้นมลูกเองมา สองปีกว่า เหนื่อยมากๆ แต่ 
เธอไม่บ่นสักคำ ผมซึ้งมากครับ มีกี่คนในประเทศที่เป ็นแบบนี้ 
ผมภูมิใจของผมเองนะ ไม่ได้โอ้อวด, ผมจะถอยรถAccord ป้ายแดงให้ภรรยา เธอยืนยันขอขับรถเล็ก คันเก่าสองแสนโลแล้ว ไปเรื่อยๆ รถซื้อมาราคาลดสมชื่อ เก็บเงินให้ลูกดีกว่า เธอว่างั้นครับ 
เรื่องอื่นๆฟุ่มเฟือย ไม่ต้องพูดถึง เธอใช้มือถือรุ่นเก่า สุดครับ ยิ่งไปกว่านั้น 
 
ผมเป็นแฟนคนแรกในชีวิ ตเธอครับ เดี๋ยวนี้อย่าถามวัยร ุ่นสมัยนี้เลยครับเรื ่องนี้ 
 
อายุสามสิบต้นๆ เราปลดหนี้บ้าน 150 ตารางวาแถวรามคำแหง 
ราคาตลาดตอนนี้ 8-10 ล้านในเวลาเพียง 6 ปี เรามีรถหลายคัน 
เรามีทุกอย่างที่เราอ ยากได้ มีเงินเก็บเป็นล้าน ไปเที่ยวเมืองนอกทุกป ี 
 
ด้วยการบริหารเงินในบ ้านของเธอ เราคิดว่า ก่อนสี่สิบเราสามารถเ กษียณตัวเองได้ ถ้าเราอยากทำ 
ทั้งที่เราสองคนเริ่ม ต้นจากศูนย์ทั้งคู่ โหนรถเมล์มาด้วยกัน 
ทุกอย่างมาจากสองมือเ รา 
ไม่มีจากที่บ้านเลยเพ ราะที่บ้านเราทั้งสอง รับราชการทั้งคู่ 
 
ผมอยาก สรุปสั้นๆว่า 
 
ถ้าเรามัวหลงละเลิงกั บกิเลสรอบข้างไม่ว่าจ ะเป็นกิ๊กใหม่ที่ดูสา วกว่าแฟนเรา 
ดูหนุ่มดูดีกว่าแฟนเร า ปรับตัวเราไปให้ดึงดู ดเค้า 
เราจะไม่มีวันพอใจกับ คู่และชีวิตเลยครับ คุณจะเหนื่อยตลอดชีวิ ตและไม่มีวันพบรักแท้  
 
ลองนึกเล่นๆว่า ถ้าสมัยรุ่นคุณพ่อคุณ แม่เราสมัยนั้น เป็นแบบรุ่นเราบางคน 
สังคมไทยคงวิบัติสุดๆ ครับ เราคงไม่อยากให้รุ่นล ูก 
รุ่นหลานของเรานำด้าน ไม่ดีของรุ่นเราไปปรั บใช้นะครับ เหรียญมีสองด้านครับ 
อยู่ที่มองด้านไหน คุณอาจจะปรับตัวเองเพ ื่อหลอกบางคน บางเวลาได้ 
แต่คุณหลอกทุกคน ทุกเวลาไม่ได้ เป็นตัวของตัวเองดีที ่สุดครับ 
เค้าจะรักที่ตัวคุณ ไม่ใช่เสื้อผ้า เครื่องประดับหรือเงิ นคุณ 
 
 
จงพอใจกับคู่ของคุณเพ ราะ 'คุณเป็นคนเลือกเองคร บ' 
ก่อนมาเขียนก็เกริ่นๆ กับภรรยาแล้วแต่เค้าไ ม่อยากให้มาเล่าเรื่อ งส่วนตัวให้คนอื่นฟัง แต่ 
ผมคิดว่า 
จำเป็นครับที่อยากให้ ทุกท่านโหวตให้ผมครับ เพื่ออีกกระทู้ชู้กิ๊ กนั้นจะได้ตกไป 
และ 
สังคมไทยจะได้มีอีกมุ มมองที่แตกต่างกันไปใ นทางที่ดีครับ.....................  
 
 
 
null
Written by อารีย์ ธีระดำรงตระกูล (IP: 203.151.42.138) (Registered)


แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( อังคาร, 24 มิถุนายน 2008 )
 
< ก่อนหน้า

@หัวข้อล่าสุดจากกระดานสนทนา

วิกฤตนมแม่ค่ะ : 07-09-08 16:44
ให้ลูกกินนมแม่อยู่ แม่กินวิตามิน centrum ได้ไหมคะ : 07-09-08 15:23
พาลูกไปเที่ยวตอนไหนค่ะ : 07-09-08 13:31
น้องอินทรีกับคุณพ่อในเรียลพาเรนติ้งกย. : 07-09-08 10:13
แม่จอยรบกวนขอเสียงโหวตจากแม่ๆหน่อยนะคะ : 07-09-08 09:14
สูตรเพิ่มน้ำนม น้ำสายใย : 07-09-08 08:07
นั่งเปลโยกเป็นการขัดขวางพัฒนาการหรือเปล่า : 06-09-08 21:38
สุขสันต์วันเกิดน้องนนท์ของแม่เนยค่ะ : 06-09-08 10:09
อยากแบ่งปันนมแม่ : 06-09-08 10:07
วัคซีนโรค ipd จำเป็นต้องฉีดมั้ย : 05-09-08 21:30
carseat ยึดอายุหรือน้ำหนักเป็นเกณฑ์ก่อนคะ : 05-09-08 20:08
ขอถามเรื่องลูกก้นเขียวค่ะ : 05-09-08 16:27
ปอดบวมในเด็กเล็ก อันตรายมากไหมคะ : 05-09-08 15:29
ปั๊มนมได้น้อยมากทำไงดีค่ะ : 05-09-08 14:59
รูปโพฟายไม่ขึ้นอ่ะคะ : 05-09-08 14:51
ลูกแพ้นมวัว ให้ลูกทานนมยี่ห้ออะไรดี : 05-09-08 14:33
งานไทยเที่ยวไทย มีโบรชัวร์มาให้ยลโฉมค่ะ : 05-09-08 14:01
ยาเม็ดฆ่าเชื้อสำหรับแช่ขวดนม หาซื้อได้ที่ไหนค่ะ : 05-09-08 13:40
4เดือนป้อนกล้วย 1 ช้อนชา เช้ากับเย็นจำเป็นไหม? : 05-09-08 13:02
ทำยังไงดีเหมือนเจ้าตัวเล็กตื่นมาอยากกินนมแต่... : 05-09-08 11:45

ดูกระดานสนทนาหัวข้ออื่นๆ...ที่นี้

นมแม่โพล

คุณแม่ได้ลูกมาดูดนมแม่หลังคลอดเวลาไหน
 

Editor's pick

editorpick2.png

สมัครจดหมายข่าว

ท่านสามารถสมัครรับจดหมายข่าว
เพื่อรับข้อมูลข่าวสารจากทางศูนย์
นมแม่ได้ครับ






ความคิดเห็นล่าสุด

ลูกเพิ่งคลอดได้4วันคับ
น้องนอนหลับดีหรือเปล่าคะ แล้วโยเยหรือเปล...
06/09/08 01:04 อ่านต่อ...
โดย กัลยกร คงวิชัย

วิธีลงทะเบียนสมัครสมาชิก
ตอบคุณวรรณดี
ช่วงก่อนหน้านี้ เวบมีปัญหาหน่อยค่ะ ลองทำใ...
29/08/08 21:23 อ่านต่อ...
โดย พญ.ปิยาภรณ์ บวรกีรติขจร

วิธีลงทะเบียนสมัครสมาชิก
อยากสอบถามเรื่อง Mail ตอบกลับ
รบกวนหน่อยค่ะ คืออยากแก้ไข e-mail ที่เคยลงทะเ...
29/08/08 09:12 อ่านต่อ...
โดย วรรณดี โลหะประภากุล

"จี๊ด" - วิธีกระตุ้นให้น้ำนมไหลมาเทมา
ต้องกู้น้ำนมค่ะ คุณนาธี จริงแล้วมีกระทู้เ...
28/08/08 09:34 อ่านต่อ...
โดย บี มามี๊ต่าต๋า

ลูกกินยาก กับ เคล็ดไม่ลับ 17 ข้อ
คุณศิริจันทร์คะ ปลาเล็กปลาน้อย งาดำ ผักใบ...
28/08/08 09:18 อ่านต่อ...
โดย บี มามี๊ต่าต๋า

แด่คุณแม่คนใหม่ทุกคน แวะอ่านก่อนไปคลอดนะ...
โชคดีจังที่น้องสาวคุณบี มีพี่สาวที่มีประ...
26/08/08 12:08 อ่านต่อ...
โดย ศิริจันทร์

"จี๊ด" - วิธีกระตุ้นให้น้ำนมไหลมาเทมา
จี๊ดทำยังไง
ถึงคุณบี ก่อนอื่นต้องขอบคุณสำหรับคำแนะน...
26/08/08 09:58 อ่านต่อ...
โดย นาธี เพชรรัตน์

เชิญชม "นมแม่..มหัศจรรย์มื้อแรกแห่งชีวิต "13,20...
โทรให้เพื่อนที่เป็น ว่าที่คุณแม่ทั้งหลาย...
26/08/08 00:54 อ่านต่อ...
โดย ระวีวรรณ ชันวิจิตร

นมแม่เป็นนางเอกแล้ว จะได้ออกทีวีหลายช่อง
วันนี้คุณเคน มาชักชวนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ล...
26/08/08 00:42 อ่านต่อ...
โดย ระวีวรรณ ชันวิจิตร

สมาชิกศูนย์นมแม่

1027 registered
0 today
3 yesterday
3 this week
33 this month
Last: animaii offline
Copyright 2007-2008 Thai Breast Feeding. All rights reserved
Joomla Templates by JoomlaShack Joomla Templates