|
สัญญาณจากแผ่นดินไหว
เพื่อนๆในเวบไซต์www.thaibreastfeeding.org ของศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทยได้ส่งข่าวสารเกี่ยวกับความมหัศจรรย์และความกล้าหาญของเพื่อนมนุษย์ในเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศจีนเมื่อเร็วๆ นี้
เพื่อนๆได้ช่วยค้นหาไปถึงต้นข่าวใน Singtao News และต่อไปนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นในวันเคราะห์ร้ายนั้น
--วันที่ 12 พฤษภาคม 2551 เวลา 14.28น. เมื่อแผ่นดินไหวสั่นสะเทือนมณฑลเสฉวน
ในบริเวณที่อยู่อาศัยของเขต Duijanyan คุณแม่ยังสาวรายหนึ่งกำลังอุ้มบุตรสาววัย 3 เดือนอยู่ในอ้อมกอด ขณะที่ตึกรอบๆตัวเธอสั่นไหวอย่างรุนแรงและเริ่มจะพังทลายลง เพื่อปกป้องเจ้าตัวน้อยที่มีค่ายิ่งชีวิต เธอจึงคุกเข่าลง โน้มกายเอาหัวและแขนแนบพื้น ทำให้เกิดพื้นที่พอให้ลูกสาวซุกอยู่ในอ้อมอก และยังดูดนมแม่ได้ เมื่อความโกลาหลสงบลง ทั้งสองติดอยู่ใต้ซากตึก แต่ลูกน้อยของเธอได้รับความอบอุ่นจากแม่พร้อมทั้งได้น้ำและพลังงานจากน้ำนมแม่ ในช่วงเวลาก่อนที่หน่วยกู้ภัยจะมาถึงในอีก24 ชั่วโมงต่อมา
อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องของ Jiang Xiaojuan ตำรวจหญิงวัย 29 ปีผู้ซึ่งให้นมแม่แม่แก่บุตรอายุ 6 เดือนอยู่เธอได้ตอบสนองต่อความรับผิดชอบในหน้าที่ตำรวจและสัญชาตญาณของความเป็นแม่โดยการให้ทารกที่กำพร้าหรือถูกพรากจากแม่หลังเหตุแผ่นดินไหวได้ดูดนมแม่จากอกของเธอ ในยามยากลำบากทารกที่หิวโหยได้รับน้ำนมแม่ประทังความหิวจากแม่ผู้มีจิตใจเมตตา
ในภาวะฉุกเฉินเช่น เหตุเภทภัยธรรมชาติ นมแม่เป็นสิ่งที่มีค่ามาก เพราะเป็นแหล่งน้ำสะอาดและพลังงาน ท่ามกลางความสับสนหลังภัยพิบัติ จะหาน้ำสะอาดเพื่อดื่มหรือชงนมผสมได้จากที่ไหน? ทารกแบบบางและติดเชื้อโรคได้ง่าย ถ้าอาหารหรือน้ำมีสารปนเปื้อน ทารกจะป่วยและท้องเสียได้ง่าย น้ำนมแม่ให้ทั้งสารอาหารและภูมิคุ้มกันโรคติดเชื้อ
นอกจากนี้ในสถานการณ์ที่มีความเครียดสูงเช่นนี้ การให้นมแม่จะช่วยปลอบทั้งแม่และลูกให้สงบลง การดูดของลูกจะทำให้ต่อมปิตูอิตารีหลั่งฮอร์โมนชื่อ “อ๊อกซิโทซิน” หรือเรียกกันว่า “ ฮอร์โมนแห่งความรัก” หรือ “ฮอร์โมนสบายใจ” เมื่อฮอร์โมนชนิดนี้ไปถึงสมองจะทำให้เกิดพฤติกรรมไปในทางที่ดีและสงบ จึงช่วยกระชับความผูกพันระหว่างแม่ลูกด้วย
ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อยในระยะหลังๆเช่น พายุไซโคลน พายุหิมะ หรือ ภูมิอากาศสุดโต่งทั้งหนาวและร้อน อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยให้พวกเราตระหนักว่า เรากำลังใช้เชื้อเพลิงมากเกินไปและกำลังทำให้โลกร้อนขึ้นอย่างรวดเร็วเกินไป เราควรหวนกลับคืนสู่วิถีพื้นฐานธรรมชาติให้มากที่สุด เพื่อรักษาแหล่งพลังงานให้คงอยู่
การให้นมแม่คือวิถีธรรมชาติวิถีหนึ่ง น้ำนมแม่เป็นผลิตผลที่เป็นมิตรกับระบบนิเวศน์มากที่สุด บรรจุในภาชนะที่สวยงามที่สุดโดยมีธรรมชาติเป็นผู้ออกแบบ การผลิตและขนส่งนมแม่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ มีแต่ผลดีต่อสิ่งแวดล้อม นมแม่ไม่เหมือนนมผสม เพราะ “ บรรจุภัณฑ์” ของนมแม่ไม่ต้องการ กระดาษ, พลาสติก , หรือโลหะใดๆ ดังนั้น การส่งเสริมให้ทารกกินนมแม่ จึงเป็นการลดจำนวนขยะลงอย่างเห็นได้ชัด และใช้พลังงานน้อยลงด้วย
การให้นมแม่ให้ความอบอุ่นแก่ทารกทั่วโลก ในขณะที่ช่วยลด “ภาวะโลกร้อน” ลงได้บางส่วนด้วย
กลับไปยัง Duijanyan 24 ชั่วโมงหลังเหตุแผ่นดินไหว
แพทย์อาสาสมัครผู้หนึ่งซึ่งเป็นผู้พบแม่ลูกคู่นี้ ได้กล่าวด้วยใบหน้าที่มีน้ำตาคลอว่า “ถึงตอนนั้นเราเห็นดวงหน้าเล็กๆสีแดงวางทาบตัดกับสีเทาเปื้อนฝุ่นของอกแม่ที่ไร้ลมหายใจแล้ว”
ทุกคน ณ ที่นั้นสะเทือนใจมากกับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า ทารกน้อยคงจะดูดเต้านมแม่จนน้ำนมแห้งเหือด และรอดมาได้ราวปาฏิหาริย์ ถึงแม้แม่ผู้นี้จะไม่มีชีวิตอยู่ต่อไปบนโลก แต่อย่างน้อยเธอก็ได้ส่งสัญญาณสำคัญอย่างหนักแน่นให้กับชาวโลกว่า
“ น้ำนมแม่ช่วยชีวิต และเป็นตัวแทนความรักอันบริสุทธิ์ที่สุดของแม่”
แปลจากบทความเรื่่อง Message from the earthquake ที่ส่งไปลง Bangkok Post ฉบับ วันพฤหัสบดีที่ 3 กค 51
|