บรรณาธิการ : กุสุมา ชูศิลป์, กรรณิการ์ บางสายน้อย
เมื่อปี 2547 ศูนย์นมแม่ฯ ร่วมกับสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ได้จัดทำหนังสือ "ถาม-ตอบ เลี้ยงลูกด้วยนมแม่" 3 ชุด 3 ตอน ... ก่อนคลอด...เมื่ออยู่โรงพยาบาล...เมื่อกลับบ้าน ชุดนี้เป็นชุดที่ 2
ถาม : ทำไมต้องให้ลูกมาอยู่กับแม่ตั้งแต่ในห้องคลอด ทั้ง ๆ ที่แม่ รู้สึกเหนื่อยจากการคลอด
ตอบ : การเริ่มให้แม่ได้โอบกอดลูกเนื้อแนบเนื้อ ให้ลูกได้ดูดนมแม่ตั้งแต่หลังคลอดทันที จะช่วยกระตุ้นฮอร์โมนที่ทำให้มดลูกหดตัว ลดการเสียเลือด รวมทั้งฮอร์โมนที่ช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนมทำให้น้ำนมมาเร็วขึ้น ระยะเกิดใหม่ ๆ ทารกจะตื่นตัวดี การได้สัมผัสกับแม่จึงช่วยให้เกิดการเริ่มต้นของความรัก ความผูกพันที่ดีและยั่งยืน
ถาม : น้ำนมมาน้อยหลังคลอด 2 วัน จะทำอย่างไร
ตอบ : ในระยะ 1-2 วันแรก หลังคลอดน้ำนมมาน้อยเป็นเรื่องปกติ ให้ลูกดูดนมแม่ให้บ่อย ๆ วันละ 8-12 ครั้ง หรือมากกว่า จะช่วยให้น้ำนมมาเร็ว เวลาให้ลูกดูดนมบ่อย ๆ ต้องดูดให้ถูกวิธี อุ้มลูกให้ถนัด ร่วมกับแม่กินอาหารและน้ำให้เพียงพอ และพยายามตัดความกังวลใจ เพราะความกังวลใจทำให้น้ำนมมาช้า
ถาม : ให้ลูกดูดอย่างถูกวิธี และอุ้มลูกให้ถนัด หมายความว่าอย่างไร
ตอบ : ดูดถูกวิธี คือ อมให้ลึกถึงลานหัวนม ลูกอ้าปากกว้าง คางชิดหรือเกือบชิดเต้านม ริมฝีปากไม่เม้มไม่ห่อ
อุ้มลูกให้ถนัด คือจัดท่าให้ลูกกินนมแม่ในท่าสบายๆ ทั้งแม่และลูก เช่น ให้แม่นั่งสบาย มีหมอนพิง ไม่โค้งหลังจนเกินไป อาจใช้หมอนรองลำตัวลูก เพื่อช่วยให้ปากลูกอยู่ในระดับเดียวกับเต้านมแม่ เวลาลูกกินนมจะได้ไม่ต้องแอ่น หรือแหงนคอดูดนม วิธีดูด และการจัดท่าเช่นนี้ จำเป็นต้องเน้นในช่วงเกิดใหม่ ๆ เมื่อลูกโตขึ้น แม่ลูกแต่ละคนจะมีท่าของตัวเอง ที่อาจไม่เหมือนที่กล่าวก็ได้
ถาม : การให้กินนมแม่ต้องกำหนดเวลากินหรือไม่
ตอบ : การกินนมแม่ไม่จำเป็นต้องกำหนดเวลา โดยธรรมชาติลูกจะเป็นคนกำหนดเองว่าจะกินเมื่อไร แต่การที่ต้องให้ลูกดูดบ่อย 8-12 ครั้งในระยะแรก ๆ หลังคลอดที่น้ำนมยังมาน้อย เป็นการกระตุ้นที่เปรียบเหมือนการสตาร์ทเครื่องยนต์ให้ติด ซึ่งมักจะติด คือน้ำนมมาประมาณวันที่ 2-3 หลังคลอด ถ้าน้ำนมมาแล้วคุณแม่ก็ให้ลูกดูดนมเมื่อลูกหิว หรือตามที่ลูกต้องการ
ถาม : ลูกแหวะนม หลังดูดนมผิดปกติหรือไม่
ตอบ : การแหวะนมไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ในระยะที่ลูกเกิดใหม่ ๆ การดูด และการกลืนของลูกอาจยังไม่ไปด้วยกันดี หูรูดกระเพาะอาหารก็ยังไม่แข็งแรง หลังกินนม น้ำนมจึงอาจเหมือนกระฉอกออกมา ถ้าลูกยังคงดูดนมดี ไม่ซึม ไม่เป็นไร แต่ถ้าลูกแหวะนมแล้วซึม งอแง ไม่ยอมดูดนม นั่นจึงผิดปกติ
ถาม : หลังคลอด 2 วันยังไม่รู้สึกคัดเต้านม และน้ำนมก็ยังไม่ไหลด้วย จะรู้ได้อย่างไรว่ามีน้ำนมอยู่จริง
ตอบ : หลังคลอด 2 วัน น้ำนมอาจยังไม่ไหลให้เห็น ถ้าต้องการให้เห็นกับตาว่ามีน้ำนม คุณแม่ควรลองบีบย้ำ ๆ บริเวณลานหัวนม โดยใช้นิ้วชี้กับนิ้วหัวแม่มือวางที่ขอบนอกของลานหัวนม แล้วดันเข้าหาตัวแม่เอง บีบซ้ำหลาย ๆ ครั้งเป็นจังหวะ น้ำนมจะซึมออกมาแสดงให้เห็นว่ามีน้ำนมอย่างแน่นอน
ถาม : ลูกแรกเกิดมีปัญหาปากแหว่ง เพดานโหว่สามารถดูดนมแม่ได้หรือไม่
ตอบ : ส่วนใหญ่สามารถดูดนมแม่ได้ แต่ต้องได้รับการฝึกฝนเทคนิกการช่วยเหลือเบื้องต้นจากผู้มีความชำนาญโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันการสำลัก เช่น การจับศีรษะลูกให้สูงกว่าลำตัว และแม่ใช้มือช่วยบีบน้ำนมเป็นจังหวะขณะลูกดูดอย่างช้า ๆ หากมีน้ำนมไหลขึ้นทางจมูก ลูกใช้เวลาดูดนมนาน หรือแหวะนมค่อนข้างมาก ควรปรึกษาแพทย์
ถาม : ทำไมหลังให้ลูกกินนมแม่แล้ว ไม่แนะนำให้ป้อนน้ำตาม
ตอบ : ในน้ำนมแม่มีน้ำเพียงพอแล้ว ในระยะลูกยังเล็ก ๆ โดยเฉพาะแรกเกิดถึง 6 เดือน กระเพาะยังมีขนาดเล็ก การได้น้ำจะไปแย่งที่น้ำนมแม่ ทำให้ได้นมแม่น้อยลง เรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเราอยากให้ลูกได้น้ำนมแม่ให้มาก ปัจจุบันมีข้อสรุปแล้วว่าน้ำนมแม่เป็นอาหารสมองที่ดีที่สุด ลูกระยะนี้สมองกำลังโตอย่างรวดเร็ว จึงต้องเน้นให้ได้รับน้ำนมแม่อย่างเดียว
ถาม : ต้องเช็ดทำความสะอาดหัวนมทุกครั้ง ก่อนให้ลูกดูดนม หรือไม่
ตอบ : ไม่จำเป็น การเช็ดหรือทำความสะอาดบ่อยครั้ง โดยเฉพาะการใช้สบู่ จะล้างน้ำมันธรรมชาติที่เคลือบอยู่บริเวณหัวนมและลานหัวนมออกไป ทำให้แห้งและแตกง่าย การอาบน้ำตามปกติเช้าเย็น ก็เพียงพอแล้ว
ถาม : ลูกอายุได้ 5-6 วัน ขณะให้ลูกดูดนมรู้สึกเจ็บหัวนมเป็นเพราะอะไร
ตอบ : สาเหตุที่พบบ่อยคือให้ลูกดูดนมไม่ลึกถึงลานหัวนม ลูกดูดได้เฉพาะบริเวณหัวนม ซึ่งมีเนื้อเยื่อบางมาก และเส้นประสาทที่ไวมาก แม่จึงรู้สึกเจ็บขณะให้ลูกดูด ถ้ายังคงให้ดูดเช่นนี้ต่อจะเกิดแผลได้ ซึ่งยิ่งทำให้เจ็บมากขึ้น ลองปรับโดยให้ลูกดูดนมให้ลึกพอ และจัดท่าอุ้มให้ถนัด อาการเจ็บจะลดลงหรือหายไป ถ้าไม่ดีขึ้นควรปรึกษาคลินิกนมแม่
ถาม : แม่หัวนมแตกเป็นแผล เจ็บมาก ต้องหยุดให้นมแม่หรือไม่
ตอบ : ไม่จำเป็นต้องหยุดให้นมลูก ให้แม่ปรับการดูดนมให้ถูกต้อง และอาจต้องเปลี่ยนท่าอุ้ม เพื่อให้ลูกได้เปลี่ยนที่งับลานหัวนม ไม่งับบริเวณที่เป็นแผล แต่ถ้าเจ็บมากจนทนไม่ได้ อาจหยุดให้ข้างที่เจ็บชั่วคราว แต่ให้บีบน้ำนมข้างนั้นออกทุก 3 ชั่วโมง เพื่อคงสภาพน้ำนมไว้ เมื่ออาการเจ็บทุเลา จึงกลับให้ดูดนมข้างนั้นต่อไป
ถาม : เมื่อเกิดปัญหาหัวนมแตก จะใช้เทคนิกการดูดนมให้ถูกต้องอย่างไร
ตอบ : เปลี่ยนรอยงับไม่ให้ลูกดูดรอยเดิม โดยลองอุ้มลูกดูดนมแม่กลับทิศทางจากท่าเดิม เวลาจะให้นมลูก ก็ให้ใช้วิธีเขี่ยริมฝีปากลูก จนลูกอ้าปากกว้างเต็มที่ แล้วเคลื่อนลูกเข้าหาเต้านมโดยเร็วและให้มากพอ เพื่อให้อมหัวนมและลานหัวนมได้ลึกพอ ถ้าทำเช่นนี้เมื่อลูกเริ่มดูด หัวนมจะถูกดึงยืดยาวไปบนลิ้น อยู่ระหว่างลิ้น และเพดานปาก แม่จะเจ็บในระยะแรก เมื่อดูดต่อไปจะเจ็บน้อยลง
ถาม : ลูกดูดนมแล้วปล่อย เหมือนดูดน้ำนมไม่ได้ เป็นเพราะอะไร จะแก้ไขอย่างไร
ตอบ : เป็นเพราะลูกดูดแต่บริเวณหัวนม จึงไม่ได้รับน้ำนม ถ้าเป็นเช่นนี้ก็แก้ไขโดยปรับการอมหัวนมใหม่ ที่พบได้อีกสาเหตุหนึ่งคือ ลูกมีภาวะลิ้นติด คือมีเหมือนพังผืดบาง ๆ ยึดโคนลิ้น ทำให้ลิ้นยื่นออกมารีดน้ำนมไม่ได้ดี ถ้าเป็นเช่นนี้ควรปรึกษาคลินิกนมแม่
ถาม : เพื่อนที่เคยมีลูกมาก่อนเล่าว่า กว่าน้ำนมแม่จะมา ต้องใช้เวลาถึง 2-3 วัน ในระยะนี้จะป้อนอะไรลูกดี
ตอบ : ในระยะ 2-3 วันแรกหลังคลอดที่เข้าใจว่าน้ำนมไม่มา อาจเป็นความเข้าใจผิด ลองปฏิบัติตามข้อแนะนำข้างต้นดูก่อน อาจจะพบว่าน้ำนมมาแล้วแต่มาน้อย เพราะเป็นระยะหัวน้ำนม ถ้าน้ำนมมาแล้วก็ให้กินนมแม่ ไม่จำเป็นต้องป้อนอาหารอื่น
ถาม : ถ้าจะเสริมนมผสมให้ลูกในระยะหลังเกิด 2-3 วันแรกนี้ จะเกิดอะไรกับลูกบ้าง
ตอบ : การให้นมผสมเสริมในระยะนี้ ต้องอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ที่ดูแลเด็ก โดยทั่วไปนมแม่มีเพียงพอถ้ามีการเสริมให้โดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ จะมีข้อเสียที่ควรคิด 4-5 ประการ
- ถ้าให้นมผสม ลูกย่อมดูดนมแม่น้อยลง น้ำนมแม่ก็จะสร้างน้อยลง ๆ จนหมดไปได้
- ลูกไม่ได้รับหัวน้ำนม ซึ่งมีภูมิคุ้มกันชนิดเข้มข้นช่วยป้องกันการติดเชื้อในลูก
- การได้นมผสมทำให้ลูกติดหัวนมยาง และอาจดูดนมแม่ไม่เป็น
- การชงนมขวด นมอาจปนเปื้อนเชื้อโรค ลูกมีโอกาสท้องเสียเพราะติดเชื้ออื่น ๆ ได้
- ลูกมีโอกาสแพ้โปรตีนของนมวัว ซึ่งนับว่าเป็นโปรตีนแปลกปลอมสำหรับลูกคน
ถาม : ทำไมการได้รับนมผสมในระยะนี้ จึงทำให้ลูกมีโอกาสเกิดปัญหาภูมิแพ้ได้
ตอบ : ระยะนี้เยื่อบุลำไส้ไม่แข็งแรง น้ำย่อยยังไม่พอ การได้นมผสมซึ่งมีโปรตีนของวัว มีโอกาสทำให้ลูกเกิดอาการแพ้ และเป็นโรคภูมิแพ้ได้ ลูกไม่แพ้นมแม่ เพราะโปรตีนในนมแม่ เป็นโปรตีนของคนไม่ใช่สิ่ง แปลกปลอม สำหรับทารกที่มีกรรมพันธุ์ เช่น มีพ่อแม่เป็นโรคภูมิแพ้ ยิ่งต้องให้ลูกกินนมแม่ เพราะจะได้นมที่จำเพาะต่อลูกคน มีการศึกษาจำนวนมากที่แสดงให้เห็นว่า ทารกที่กินนมแม่มีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนังน้อยกว่า 2-7 เท่า
ถาม : ลูกมีน้ำหนักแรกเกิด 3 กก. พออายุ 5 วัน น้ำหนักลูกหายไป 1 ขีด เหลือ 2.9 กก. ผิดปกติหรือไม่ และให้กินนมแม่อย่างเดียวจะยังพอไหม
ตอบ : ไม่ผิดปกติ ทารกจะมีน้ำหนักลดลงในสัปดาห์แรก เนื่องจากมีการทยอยขับน้ำส่วนที่มีอยู่ในร่างกาย ออกมาทางปัสสาวะ น้ำหนักจึงมักลดลง แต่จะลดลงไม่เกินร้อยละ 10 ของน้ำหนักแรกเกิด กรณีนี้น้ำหนักลดลงเพียงเล็กน้อย ประมาณร้อยละ 3-4 การได้รับน้ำนมแม่อย่างเดียวยังเพียงพอ
ถาม : สังเกตเห็นลูกอายุ 5 วัน มีตัวเหลืองจึงพาไปโรงพยาบาล ระหว่างส่องไฟประมาณ 2 วัน ควรให้ลูกกินน้ำมากขึ้นหรือไม่
ตอบ : น้ำนมแม่ปกติมีน้ำเพียงพอกับความต้องการของลูก ไม่จำเป็นต้องกินน้ำเพิ่มขึ้น ควรให้กินนมแม่นาน ขึ้นและบ่อยมากขึ้น แต่เดิมแนะนำให้ลูกกินน้ำมาก ๆ เพราะเชื่อว่าสารสีเหลืองถูกขับออกทางปัสสาวะเป็นหลัก แต่ปัจจุบันพบว่าร้อยละ 80 ของสารสีเหลืองถูกขับออกทางอุจจาระ การดูดนมที่ถูกวิธีจะช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ทำให้สารสีเหลืองถูกขับออกไปกับอุจจาระได้เร็วขึ้น และลดระยะเวลาการส่องไฟได้มาก
ถาม : ถ้าให้ลูกดูดน้ำหรือนมจากขวด ขณะอยู่ในโรงพยาบาล จะมีผลกับการให้นมแม่หรือไม่
ตอบ : การดูดน้ำหรือนมจากขวด จะทำให้ลูกเกิดความสับสนกับการดูดนมแม่จากเต้า เนื่องจากกลไกการดูด แตกต่างกัน เมื่อลูกกลับมาดูดนมแม่จะใช้วิธีการดูดเช่นเดียวกับหัวนมยาง คืองับบริเวณหัวนมมากกว่าอมให้ลึกถึงลานหัวนม ทำให้แม่รู้สึกเจ็บ ก่อให้เกิดปัญหาหัวนมแตก น้ำนมออกน้อยและแห้งหมดไปได้ในที่สุด
ถาม : ลูกอายุ 3 วันกินนมแม่ ไม่ค่อยมั่นใจเลยว่าลูกจะได้นมแม่เพียงพอ
ตอบ : เป็นเรื่องธรรมดาที่แม่มักจะไม่ค่อยมั่นใจว่าลูกได้นมแม่เพียงพอ เพราะการกินนมแม่ไม่สามารถมองเห็นหรือวัดตวงได้เป็นซีซี เรารู้ว่าลูกได้รับนมแม่เพียงพอโดยสังเกต
-ลักษณะอุจจาระ ระยะ 2-3 วันแรกถ่ายเป็นขี้เทา พอเข้าวันที่ 4-5 เปลี่ยนเป็นอุจจาระสีออกเหลืองโดยถ่ายอุจจาระวันละประมาณ 4 ครั้งขึ้นไป
- ปัสสาวะ อย่างน้อยวันละ 6 ครั้งขึ้นไป
- ลูกดูมีความสุข หลับสบายหลังกินนมแม่
- ในทางกลับกันถ้าในวันที่ 4-5 ลูกยังคงถ่ายเป็นสีออกน้ำตาลดำ ๆ ของขี้เทา แสดงว่าลูกอาจได้น้ำนมแม่ไม่พอ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการขับถ่าย ซึ่งต้องให้การดูแลเป็นพิเศษ ดังนั้น ถ้าเกินวันที่ 5 ยังคงถ่ายเป็นขี้เทาต้องปรึกษาแพทย์
ถาม : ลูกกินนมแม่ อายุ 3 วัน ถ่ายบ่อยวันละ 7-8 ครั้ง ผิดปกติหรือไม่
ตอบ : ลูกอายุ 3 วัน น้ำนมแม่ยังอยู่ในระยะหัวน้ำนม หัวน้ำนมมีฤทธิ์เป็นเหมือนยาระบายอ่อน ๆ จึงทำให้ลูก ถ่ายบ่อย ซึ่งเป็นข้อดี ช่วยขับสารสีเหลืองออกจากร่างกายลูกด้วย และเป็นข้อเด่นของการให้นมแม่ซึ่งไม่พบในการให้นมชนิดอื่น
ถาม : คุณหมอบอกว่าหัวน้ำนมมีประโยชน์ต้องให้ลูกได้กิน แต่มีน้อยจังเลยจะเพียงพอหรือ
ตอบ : หัวน้ำนม (โคลอสตรัม) มีน้อยจริงในวันแรก ๆ ถ้าลูกดูดบ่อย ๆ หัวน้ำนมก็จะมีมากขึ้นเอง ถ้าดูความต้องการของทารกแรกเกิด พบว่าทารกแม้ได้รับน้ำนมเพียงประมาณ 6-12 ซีซี ต่อมื้อ ใน 1-2 วันแรก และลูกได้ดูดบ่อย 8-10 ครั้ง ลูกก็จะได้รับน้ำนม วันละ 60-120 ซีซีต่อวัน ถ้าจะมีการขาดไปบ้าง
ทารกปกติจะมีอาหารและพลังงานสำรองเพียงพอ จึงควรหมั่นให้ทารกได้รับนมแม่ อย่าเพิ่งนำนมผสมมาให้ เพราะจะเกิดผลเสีย
ถาม : เคยไปเยี่ยมพี่สาวที่โรงพยาบาล พี่สาวเต้านมคัดมากจนแข็ง และเจ็บมาก ตอน 3 วันแรกหลังให้กินนมแม่ น่ากลัวจัง ไม่อยากเป็นแบบนั้น จะทำอย่างไร
ตอบ : เต้านมคัดในระยะ 2-3 วันแรกที่เริ่มให้นม พบได้บ่อยส่วนใหญ่จะเป็นคัดแบบที่เรียกว่าเต้านมเต็มตึง ซึ่งเป็นธรรมชาติของช่วงที่น้ำนมกำลังมาใหม่ ๆ แม่อาจเจ็บบ้างแต่ไม่มาก และเมื่อให้ลูกดูดนม น้ำนมก็ไหลดี แต่ถ้าเต้านมคัดแข็งร่วมกับอาการปวดมากเช่นนี้ อาจเป็นผลจากน้ำนมคั่งมากเกินไป พบในน้ำนมมาแล้ว ลูกดูดระบายออกไม่ทัน แรงดันในเต้านมสูง จึงเกิดการบวม เจ็บมาก การป้องกันที่สำคัญคือ ให้ลูกดูดนมให้ถูกวิธี อุ้มลูกให้ถนัดและที่สำคัญคือให้ลูกดูดนมบ่อย ๆ เพื่อเป็นการระบายน้ำนมออก จะบรรเทาอาการปวด
ถาม : มีลูกแฝด 2 ให้ลูกกินนมแม่จะพอหรือ
ตอบ : การสร้างน้ำนมขึ้นกับการดูดของลูก ธรรมชาติสร้างลูกแฝดได้ ธรรมชาติก็สามารถให้เต้านมแม่ผลิต น้ำนมได้พอ ถ้าลูกได้ดูดนมแม่พร้อม ๆ กันทั้ง 2 คน น้ำนมก็จะมีการสร้างมากและออกมามากทั้ง 2 เต้า แต่ถ้าได้ให้ดูดอย่างเต็มที่แล้วน้ำนมยังไม่พอ ลูกมีอาการหิว แสดงว่าได้รับน้ำนมไม่เพียงพอ ก็อาจต้องช่วยเสริมนมผสมบ้างเป็นกรณีไป
ถาม : ลูกมีน้ำหนักแรกเกิดน้อย คลอดก่อนกำหนด น้ำหนักประมาณ 1,900 กรัม ยังไม่แข็งแรง ดูดนมแม่ไม่ได้ จะต้องให้นมผสมเสริมหรือไม่
ตอบ : ปัจจุบันมีวิธีการสอนให้แม่บีบน้ำนมเก็บไว้ให้ลูก ส่งให้เจ้าหน้าที่ป้อนให้ลูกด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น ทางหลอดหยด สายยาง หรือทางถ้วยแก้ว และค่อย ๆ ฝึกให้ลูกได้ดูดนมจากเต้าเมื่อลูกแข็งแรงขึ้น ดังนั้น แม้ลูกจะน้ำหนักน้อยหรือเกิดก่อนกำหนด ก็สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ น้ำนมแม่ย่อยง่าย ลูกจะแข็งแรง ทั้งยังมีภูมิคุ้มกันโรค และน้ำหนักขึ้นได้เร็วอีกด้วย
ถาม : บางโรงพยาบาลหลังคลอดแล้ว จะให้แม่และลูกนอนอยู่ด้วยกันตลอด แต่บางโรงพยาบาลจะแยกลูกไปเลี้ยงให้ โดยเฉพาะตอนกลางคืน เพื่อให้แม่ได้พัก มีข้อดี ข้อเสีย ต่างกันอย่างไร
ตอบ : การให้แม่และลูกอยู่ด้วยกันตลอด จะทำให้แม่และลูกได้เรียนรู้กันเร็ว แม่จะรู้สัญญาณที่ลูกแสดงออก เช่น จะตื่น จะกิน การรู้ความต้องการของลูก ทำให้ตอบสนองได้ทัน ลูกได้ดูดนมแม่ทัน แต่ถ้าแยกลูกออกมา เวลาเริ่มส่งสัญญาณ จะตื่น จะกิน ผู้ดูแลห้องเด็กมักไม่มีเวลาพอที่จะสังเกตเห็น ทำให้ลูกต้องร้อง เมื่อร้องลูกก็เริ่มมีอารมณ์หงุดหงิด บางครั้งก็ปฏิเสธไม่กินนม นอกจากนั้นลูกก็คงต้องได้รับนมผสม ซึ่งไม่เป็นข้อดีต่อลูก การแยกลูกจึงอาจมีข้อดีที่แม่ได้พัก แต่ก็มีข้อเสียหลายประการ เด็กวัยนี้ การตอบสนองทางอารมณ์ ทางร่างกายอย่างทันท่วงที และเหมาะสม เป็นการสร้างพื้นฐานทางด้านอารมณ์และจิตใจที่สำคัญ
ถาม : ถ้าแม่ไม่สบายมีไข้หลังคลอด ต้องหยุดให้นมแม่หรือไม่
ตอบ : ไม่ต้องหยุดให้นมแม่เมื่อแม่ไม่สบายเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น มีไข้หวัด ท้องเสีย เป็นผื่น การให้ลูกดูดนมแม่จะเป็นการป้องกันลูกจากการติดเชื้อ โดยเชื้อโรคที่เข้าสู่ตัวแม่จะกระตุ้นให้เกิดการสร้างภูมิต้านทานในน้ำนมแม่และส่งผ่านมาให้ลูกได้ ในบางกรณีถ้าลูกเกิดเจ็บป่วยโรคเดียวกับที่แม่เป็น ลูกมักจะอาการไม่มาก เพราะได้ภูมิต้านทานต่อเชื้อนั้นจากแม่
ถาม : แม่กินยา ต้องหยุดให้ลูกกินนมแม่หรือไม่
ตอบ : โดยทั่วไป ยาที่แม่กินหรือฉีดจะออกมาทางน้ำนมในปริมาณน้อยกว่าร้อยละ 1 ของปริมาณยาที่แม่ได้รับ จึงไม่ต้องกังวลใจ ดังนั้น ไม่ควรหยุดให้ลูกกินนมแม่ แต่เพื่อให้มีผลต่อลูกน้อยที่สุด ขอแนะนำ ดังนี้
- ใช้ยาต่าง ๆ ในระยะเวลาสั้นเท่าที่จำเป็น ถ้าต้องใช้นานควรปรึกษาแพทย์
- ให้ลูกกินนมแม่ให้อิ่มแล้ว จึงกินยา หรือเลือกกินยาในช่วงลูกหลับยาว เมื่อถึงเวลาที่ลูกจะดูดนมมื้อต่อไป ก็จะเป็นช่วงที่ระดับยาลดลงมากแล้ว
ถาม : ในช่วงที่ลูกกินนมแม่ มียาอะไรบ้างที่ห้ามใช้หรือต้องระวัง
ตอบ : ยาที่ห้ามใช้มีไม่กี่ชนิด ยาเหล่านี้คุณแม่มีโอกาสใช้น้อยมาก ได้แก่ ยารักษามะเร็ง สารกัมมันตรังสี ยารักษาไมเกรนประเภท ergotamine ยากันเลือดแข็งตัวบางชนิด ส่วนยาสามัญ เช่น ยาแก้ปวดพาราเซตามอล ยาอม็อกซี่ แก้อักเสบ ยาแก้หวัด ยาแก้ไอ คุณแม่ใช้ได้ มีไม่กี่ชนิดที่ต้องระมัดระวัง เวลาใช้เพราะอาจมีผลข้างเคียงต่อลูก ได้แก่ ยาซัลฟาบางชนิด เป็นต้น ยาเหล่านี้แพทย์ก็จะหลีกเลี่ยงไม่สั่งให้แม่ที่ให้นมลูกอยู่แล้ว
อ่านตอนต่อไป
เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ตอน.... เมื่อกลับบ้าน
|