topleft
topright
mymind2.png

หนูน้อยนมแม่

เชิญสมัครสมาชิก

ยินดีต้อนรับสมาชิก ศูนย์นมแม่ทุกท่าน .. กรุณา login
ถาม – ตอบ เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ตอน..เมื่อกลับบ้าน (2)
เขียนโดย พญ.ปิยาภรณ์ บวรกีรติขจร   
Thursday, 28 August 2008

บรรณาธิการ : ศิราภรณ์ สวัสดิวร, อุมาพร สุทัศน์วรวุฒิ

  เมื่อปี 2547 ศูนย์นมแม่ฯ ร่วมกับสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ได้จัดทำหนังสือ "ถาม-ตอบ เลี้ยงลูกด้วยนมแม่" 3 ชุด 3 ตอน ... ก่อนคลอด...เมื่ออยู่โรงพยาบาล...เมื่อกลับบ้าน ชุดนี้เป็นชุดที่ 3 ตอนที่ 2
ถาม  :  ในระยะให้นมลูก  คุณแม่ควรกินอาหารเพิ่มขึ้นอีกเท่าไรจึงจะเหมาะสม
ตอบ  :              ในระยะให้นมลูก  คุณแม่ควรได้รับพลังงานจากอาหารเพิ่มขึ้นจากปกติวันละประมาณ 500 กิโลแคลอรี และได้โปรตีนเพิ่มขึ้นประมาณวันละ 15 กรัม  อาหารที่คุณแม่ได้รับในช่วงให้นมลูกควรมีครบทุกหมู่  ให้มีความหลากหลายและพอเพียง  อาหารที่กินควรประกอบด้วยข้าวหรือข้าวกล้อง  เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ปลาทะเล  ตับ ไข่ ผักและผลไม้  ใช้น้ำมันพืชปรุงอาหารพอประมาณ  ชนิดของน้ำมันที่ใช้  ควรเป็นน้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันรำข้าว  โดยใช้สลับกัน  เพื่อให้ได้ไขมันคุณภาพดี  ดื่มนมวันละ 1-2 แก้ว
                       ตัวอย่างอาหารที่ควรเพิ่มสำหรับคุณแม่ที่ให้นมลูกในแต่ละวันอาจเป็นดังนี้
            ตัวอย่างที่ 1  :  นม 1 แก้ว  ข้าวสวย  2  ทัพพี  เนื้อสัตว์สุก 1 ช้อนโต๊ะ  และผลไม้ 1 ส่วน
            ตัวอย่างที่ 2  :  นม 1 แก้ว  ก๋วยเตี๋ยวน้ำ 1 ชาม
                       คุณแม่ควรกินอาหารที่สะอาด  หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง  อาหารที่มีรสจัด  ควรดื่มน้ำให้พอเพียงตามความต้องการ
_______________________________________________________________________________
 
ถาม  :  ถ้าครอบครัวมีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้  ควรให้ลูกกินนมอย่างไร
ตอบ  :              ทารกที่มีกรรมพันธุ์  เช่น มีพ่อแม่เป็นโรคภูมิแพ้  ยิ่งควรต้องให้ลูกได้กินนมแม่  เพราะลูกจะได้นมที่จำเพาะต่อลูกคน  ลดโอกาสแพ้  มีการศึกษาจำนวนมากที่แสดงให้เห็นว่า  ทารกที่กินนมแม่มีโอกาสเป็นโรคกลุ่มภูมิแพ้  เช่น  ภูมิแพ้ที่ผิวหนัง  ภูมิแพ้ในทางเดินหายใจ  น้อยกว่าทารกที่ได้รับนมผสม  ในกรณีครอบครัวมีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้  ถ้าคุณแม่คลอดลูกแล้ว  ลูกกินนมแม่โดยไม่มีปัญหาอะไร  คุณแม่ก็ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตัวอะไรเป็นพิเศษ  แต่ถ้าลูกกินนมแม่แล้วยังมีอาการเหมือนการแพ้  เช่น  ผื่นแพ้  ท้องเสีย  จาม  หอบ  ไอ  เป็นต้น  ปรึกษาแพทย์แล้วสงสัยว่า  เป็นอาการแพ้โปรตีนนมวัว แบบนี้ในระยะที่แม่ให้นมลูก  แม่ควรงดนมวัว  หรืออาหารที่แพ้ง่ายอื่น ๆ เช่น อาหารทะเล  เพราะพบว่าโปรตีนในนมวัวหรือโปรตีนแปลกปลอมจากอาหารอื่นสามารถผ่านทางน้ำนมแม่ไปสู่ทารกได้
_______________________________________________________________________________
 
ถาม  :  การให้อาหารเสริมตามวัยแก่ลูกที่ครอบครัวมีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้  มีข้อควรระวังอย่างไร
ตอบ  :              ระยะ 6 เดือนแรก  ควรให้ลูกกินนมแม่อย่างเดียว  และเริ่มให้อาหารเสริมครั้งแรกเมื่ออายุ 6 เดือน  โดยเลือกอาหารชนิดที่มีโอกาสแพ้ได้น้อย  เช่น  ข้าว  เนื้อไก่  หมู  ผักและผลไม้  ถ้าจะให้ไข่ให้เฉพาะไข่แดงก่อน  สำหรับอาหารที่แพ้ง่าย  เช่น  นมวัว  ไข่ขาว  อาหารทะเล  ควรเริ่มให้เมื่อลูกอายุมากกว่า 1 ปีขึ้นไป
                       การสังเกตว่าลูกมีอาการผิดปกติ  อาการแพ้  หลังกินอาหารชนิดใด  จะช่วยให้คุณแม่เลือกอาหารให้ลูกกินได้อย่างปลอดภัย
                       อาการผิดปกติที่อาจเกิดจากการแพ้อาหาร เช่น เมื่อกินอาหารนั้นๆ  แล้ว มีอาการอุจจาระมีมูกหรือปนเลือด  ผิวหนังเป็นผื่นคัน  หรือลมพิษ  คัดจมูก  จาม  หอบ ไอ ร้องกวนมากผิดปกติ  เป็นต้น  การวินิจฉัยว่าเป็นการแพ้อาหารจริง  บางครั้งก็ค่อนข้างยาก  ควรปรึกษาแพทย์
_______________________________________________________________________________
 
ถาม  :  ในน้ำนมแม่มีวิตามินดีต่ำ  ลูกจะขาดวิตามินดีหรือไม่  ในระยะที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว
ตอบ  :              แม้ว่านมแม่จะมีวิตามินดีค่อนข้างต่ำ  แต่ลูกจะไม่มีปัญหาขาดวิตามินดี  หรือเป็นโรคกระดูกอ่อน เพราะแหล่งสำคัญของวิตามินดีมาจากผิวหนังของร่างกายที่สามารถสังเคราะห์เมื่อถูกแสงแดด  พบว่า การที่ลูกได้รับแสงแดดประจำ  วันละอย่างน้อย 5-15 นาที  ลูกจะได้รับวิตามินดีเพียงพอ  โดยไม่จำเป็นต้องให้เสริมวิตามินดี  ยกเว้นในกรณีที่เด็กไม่ได้รับแสงแดดเลยหรือเป็นโรคบางชนิด  ในกรณีเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์
_______________________________________________________________________________
 
ถาม  :  หลังคลอดหาซื้อยาคุมกำเนิดชนิดเม็ดตามท้องตลาดกินได้หรือไม่  และจะมีผลต่อน้ำนมไหม
ตอบ  :              ยาเม็ดคุมกำเนิดที่มีขายในท้องตลาด  มีฮอร์โมนเอสโตรเจน  และโปรเจสตินเป็นส่วนประกอบ ชนิดที่เหมาะสำหรับคุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ คือ ยาคุมชนิดที่มีโปรเจสติน อย่างเดียว  ดังนั้น  คุณแม่ควรแจ้งให้เภสัชกรทราบว่ากำลังเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
                       เมื่อลูกอายุเกิน 6 เดือนแล้ว และเริ่มได้อาหารอื่น อาจใช้ยาคุมกำเนิดที่มีเอสโตรเจนผสมอยู่ด้วยได้  แต่ก็ถือเป็นตัวเลือกรองลงมา
                       อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดที่เหมาะสมแล้วก็ตาม  คุณแม่ก็ควรจะสังเกตดูว่าน้ำนมลดลงหรือไม่  ถ้ามีปัญหาควรเปลี่ยนวิธีการคุมกำเนิด เช่น ใส่ห่วงอนามัย
_______________________________________________________________________________
 
ถาม  :  การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่  มีส่วนช่วยให้น้ำหนักของคุณแม่ลดลงไปเท่ากับตอนก่อนตั้งครรภ์จริงหรือไม่
ตอบ  :              ในระยะหลังคลอด  ไขมันที่สะสมเพิ่มขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์จะยังคงเหลืออยู่ในร่างกายของคุณแม่  ไขมันเหล่านี้จะถูกนำมาใช้ผลิตน้ำนมแม่ ดังนั้น ถ้าเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และคุณแม่มีน้ำหนักขึ้นตอนตั้งครรภ์ตามปกติ  น้ำหนักของคุณแม่จะสามารถลดลงมาใกล้เคียงกับน้ำหนักก่อนตั้งครรภ์ได้ภายใน 6 เดือน  โดยที่คุณแม่ต้องกินอาหารอย่างเหมาะสมในระยะหลังคลอด
_______________________________________________________________________________
 
ถาม  :  การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะทำให้คุณแม่ต้องการแคลเซียมจากอาหารมากกว่าเดิมหรือไม่
ตอบ  :              ความต้องการแคลเซียมจากอาหารของคุณแม่ในระยะให้นมลูก และระยะตั้งครรภ์ใกล้เคียงกัน คือวันละประมาณ  800  มิลลิกรัม
                       ตัวอย่างอาหารที่ให้แคลเซียมมากกว่า 200 มิลลิกรัมต่อการบริโภค 1 ครั้ง คือ นม 1 กล่อง (200 มล.) หรือโยเกิร์ต 1 ถ้วย (150 กรัม)  หรือปลาแก้วแห้งทอด 2 ช้อนโต๊ะ เป็นต้น
                       ตัวอย่างอาหารที่ให้แคลเซียมระหว่าง 100-200 มิลลิกรัมต่อการบริโภค 1 ครั้ง คือ ปลาลิ้นหมาแห้งทอด 2 ช้อนโต๊ะ  หรือเต้าหู้ขาวอ่อน 1/3 ถ้วยตวง (60 กรัม)  หรือผักคะน้าผัด 3/4  ถ้วยตวง  หรือผักกาดเขียวต้ม 1/2 ถ้วยตวง เป็นต้น
                       ในระยะเหล่านี้ร่างกายของคุณแม่สามารถดูดซึมแคลเซียมจากอาหารเพิ่มขึ้น  รวมทั้งสูญเสียแคลเซียมทางปัสสาวะลดลง
_______________________________________________________________________________
 
ถาม  :  คุณแม่ที่ให้นมลูกจำเป็นต้องกินยาเม็ดแคลเซียมเสริมหรือไม่
ตอบ  :              ในระยะที่ให้นมลูกหรือในระยะตั้งครรภ์  คุณแม่ไม่จำเป็นต้องกินยาเม็ดแคลเซียมเสริม  แต่ควรกินแคลเซียมให้เพียงพอจากอาหาร  เพราะอาหารจะให้สารอาหารอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อกระดูกด้วย  เช่น  โปรตีน  วิตามินและแร่ธาตุอื่น ๆ เป็นต้น
_______________________________________________________________________________
 
ถาม  :  การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะทำให้คุณแม่กระดูกบางลง  และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนหรือไม่
ตอบ  :              การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไม่ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน  แต่สาเหตุสำคัญของโรคนี้คือการขาดแคลเซียมเรื้อรังตั้งแต่วัยเด็ก  วัยหนุ่มสาว  และขาดการออกกำลังกาย  ในช่วงที่ให้นมลูกปริมาณแร่ธาตุในกระดูกของคุณแม่อาจลดลงบ้าง  แต่ก็จะเพิ่มขึ้นจนใกล้เคียงหรือมากกว่าเดิม  เมื่อคุณแม่เริ่มมีประจำเดือน  หรือภายหลังลูกหย่านมแม่
_______________________________________________________________________________
 
ถาม  :  ในช่วงให้นมลูก  แม่สามารถดื่มกาแฟได้หรือไม่
ตอบ  :              ในกาแฟมีสารแคฟเฟอีน  ซึ่งจะผ่านเข้าไปในนมแม่ได้น้อยมาก  คือประมาณ 0.6-1.5% ของปริมาณที่แม่กิน  ถ้าคุณแม่อยากดื่มกาแฟ  ก็สามารถดื่มได้  แต่ไม่ควรมากเกินไป  เช่น อาจดื่มเพียงวันละ 1-2 แก้ว  เพราะถ้าดื่มมากกว่า 5 แก้วต่อวัน  (แก้วละ 150 มล.) ลูกอาจมีอาการผิดปกติ เช่น นอนหลับยาก หงุดหงิด ร้องกวน เป็นต้น  อาการเหล่านี้จะหายไปภายในไม่กี่วันหลังจากแม่หยุดกิน
                       นอกจากนี้แคฟเฟอีนยังมีในเครื่องดื่มประเภทอื่น เช่น ชา โคลา หรือเครื่องดื่มผสมแคฟเฟอีนต่างๆ
_______________________________________________________________________________
 
ถาม  :  ถ้าจะต้องออกไปทำงานนอกบ้าน  จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้อย่างไร
ตอบ  :              คุณแม่ต้องวางแผนตั้งแต่ระยะแรก ๆ หลังคลอด หรืออาจปรึกษาคลินิกนมแม่ถึงวิธีการต่างๆ
                       คุณแม่ที่โชคดีมีที่ทำงานใกล้บ้าน และสามารถกลับมาบ้านได้สะดวก  หรือมีสถานเลี้ยงเด็กในที่ทำงานหรือใกล้ที่ทำงาน  ก็สามารถให้นมลูกได้ในช่วงพักหรือช่วงกลางวัน  ลูกจะปรับตัวเข้ากับเวลาของแม่  แม้จะรอนานขึ้น
                       ถ้าลูกต้องอยู่บ้านกับญาติหรือพี่เลี้ยง  ควรปรึกษาคลินิกนมแม่ถึงวิธีการเก็บน้ำนมไว้ให้ลูก  ฝึกญาติหรือพี่เลี้ยงเด็กล่วงหน้าเกี่ยวกับวิธีการป้อนนมแม่ที่บีบเก็บไว้ให้ลูก
                       ช่วงหลัง 6 เดือน ที่ลูกได้อาหารตามวัยเพิ่มแล้ว  จำนวนมื้อของการให้นมแม่จะลดลง  แม่และลูกจะปรับตัวและเวลาเข้าหากันได้ดีขึ้น  ทำให้ลูกกินนมแม่ได้นานที่สุด
_______________________________________________________________________________
 
ถาม  :  ควรหย่านมแม่เมื่อไร  หย่านมอย่างไร
ตอบ  :              น้ำนมแม่จะเริ่มน้อยลงหลัง 6 เดือนเมื่อเริ่มให้ลูกกินอาหารอื่น ๆ จำนวนมื้อนมแม่จะถูกแทนด้วยอาหารตามวัย  เป็นการค่อย ๆ ลดนมแม่ลง  หรือคือการหย่านมอย่างค่อยเป็นค่อยไปแบบธรรมชาติ  จนกระทั่งน้ำนมแห้งเมื่ออายุประมาณ 2 ปี
                       น้ำนมแม่หลัง 6 เดือน  ถึงแม้มีปริมาณไม่มากเท่า 6 เดือนแรก  แต่ยังมีคุณค่าอาหารมาก และมีผลดีต่อพัฒนาการของลูก  ไม่ควรจะหย่านมทันทีหลัง 6 เดือน  การหย่านมแบบกระทันหัน  ทั้งที่น้ำนมยังไหลดีอยู่  จะทำให้แม่มีอาการปวดคัดเต้านม  อาจทำให้เกิดเต้านมอักเสบได้  และมีผลเสียต่อจิตใจของลูกอย่างมาก
 

Syndicate

Copyright 2007-2010 Thai Breast Feeding. All rights reserved
Joomla Templates by JoomlaShack Joomla Templates