|
โรคไข้เลือดออก (DENGUE HEMORRHAGIC FEVER)
น้องอ้อ อายุ 5 ขวบ มีอาการไข้สูงมา 3 วัน คุณแม่ให้ยาลดไข้ แต่ไข้ก็ไม่ค่อยลด ไม่มีอาการน้ำมูก ไอ อาเจียน หรือท้องเสียเลย ช่วงแรกยังพอทานอาหารและน้ำได้ แต่วันนี้ดูซึมลง ทานได้น้อยลง ปัสสาวะออกน้อยและสีเข้ม ไม่ค่อยลุกขึ้นมานั่งเล่น เอาแต่นอนซม คุณแม่จึงรีบพามาพบหมอ เพราะสงสัยว่าลูกจะเป็นไข้เลือดออก
โรคไข้เลือดออกเกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี่ ซึ่งมี 4 สายพันธุ์ คือ 1,2,3 และ4 คนติดโรคจากการที่โดนยุงลายที่มีเชื้อกัด ยุงลายออกหากินตอนกลางวัน ชอบวางไข่ตามน้ำนิ่ง เช่น น้ำในบ่อ ถ้วยน้ำรองขาตู้กับข้าว กระถางต้นไม้หรือยางรถยนต์เก่าที่มีน้ำขัง โดยทั่วไปหากได้รับเชื้อไวรัส 1 ใน 4 สายพันธุ์ครั้งแรกมักไม่แสดงอาการหรือมีอาการเล็กน้อย คล้ายเป็นไข้หวัด หลังจากหายแล้วร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันที่จำเพาะสำหรับสายพันธุ์นั้น แต่ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อจากไวรัสสายพันธุ์อื่นดังนั้นหากมีการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์อื่นครั้งต่อมา จะทำให้เกิดอาการของไข้เลือดออกที่รุนแรง
เป็นได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงทุกอายุ แต่มักพบในเด็กโตหรือวัยรุ่น
อาการของไข้เลือดออกแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะมีไข้ ระยะไข้ลดหรือวิกฤต และระยะฟื้นตัว
1.ระยะไข้ อาการไข้ในโรคไข้เลือดออกมักเป็นไข้สูงลอย (39-40°C) ทานยาลดไข้ไม่ค่อยลง คือ อาจลงมาเหลือประมาณ 38-38.5°C (ไม่ลงมาถึง 37°C) ยังไม่ทันครบ 4 ชม. ไข้ก็กลับสูงขึ้นไปใหม่ ไข้เป็นอยู่นาน 2-7 วัน ผู้ป่วยมักมีอาการหน้าแดงจัด ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดกระดูก ปวดน่อง ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร อาจมีอาการเจ็บคอ แต่ไม่มีน้ำมูก ไอ ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจพบตับโต มีอาการทางสมองเช่น ซึมหรือชัก มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง เลือดกำเดา เลือดประจำเดือนออกมากผิดปกติ อาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายเป็นเลือด (เนื่องจากมีปริมาณเกร็ดเลือดต่ำกว่าปกติ) มีอาการความดันตก หรือช็อก ปลายมือปลายเท้าเย็น ซึมมาก ปัสสาวะออกน้อย (เนื่องจากมีการรั่วของสารน้ำเหลืองออกนอกเส้นเลือด)
หากผู้ป่วยมีอาการไข้สูงมาพบหมอ เมื่อหมอตรวจร่างกายไม่พบสาเหตุที่ชัดเจนของไข้ จะทำการตรวจรัดแขนด้วยที่วัดความดันนาน 5 นาที (tourniquet test) เพื่อดูว่ามีจุดเลือดออกที่ผิวหนังหรือไม่ หากมีผลทดสอบเป็นบวก จะทำให้นึกถึงโรคไข้เลือดออกมากขึ้น หมอจะทำการตรวจเลือด วัดระดับความเข้มข้นของเลือด นับจำนวนเม็ดเลือดขาวและเกร็ดเลือด เพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรค แต่ถ้าเป็นไข้ช่วง 2-3 วันแรก การเจาะเลือดดังกล่าวอาจยังบอกไม่ได้ว่าเป็นไข้เลือดออกหรือไม่ หมอจะนัดมาติดตามอาการทุกวันจนกว่าไข้จะลงและแนะนำให้ทราบถึงอาการที่ต้องรีบพาลูกมาโรงพยาบาล ในโรงพยาบาลบางแห่งอาจมีการตรวจเลือดหาเชื้อไวรัสได้ตั้งแต่วันแรกที่มีไข้ ทำให้ทราบการวินิจฉัยได้เร็วขึ้น
2.ระยะไข้ลดหรือระยะวิกฤต เป็นช่วงที่มีความสำคัญ เพราะไข้เลือดออกที่รุนแรงจะมีปัญหาเลือดออกหรือช็อกได้ หมอจึงต้องคอยติดตามดูอาการอย่างใกล้ชิด เป็นระยะเวลาประมาณ 24-48 ชม. ผู้ป่วยจะมีอาการกระสับกระส่าย ซึมลง ปลายมือปลายเท้าเย็น ปัสสาวะออกน้อย ชีพจรเต้นเร็วและเบา อาจมีหายใจหอบเนื่องจากมีสารน้ำเหลืองรั่วเข้าสู่ช่องเยื่อหุ้มปอด ในรายที่ไม่รุนแรงจะไม่มีระยะนี้ให้เห็นอย่างชัดเจน โดยผู้ป่วยจะผ่านเข้าสู่ระยะฟื้นตัวเลย
3. ระยะฟื้นตัว ผู้ป่วยเริ่มทานได้มากขึ้น ชีพจรเต้นช้าและแรงขึ้น ปัสสาวะออกมากขึ้น มีผื่นแดงขึ้นตามขาและเท้า มักมีอาการคันร่วมด้วย ในรายที่มีปัญหาช็อก เมื่อผ่านช่วงวิกฤตแล้ว ช่วงนี้หมอต้องคอยเฝ้าดูไม่ให้มีปัญหาน้ำเกินในระบบไหลเวียนโลหิต เนื่องจากสารน้ำที่รั่วออกนอกเส้นเลือดในระยะช็อกเริ่มกลับเข้าสู่เส้นเลือด ทำให้หัวใจทำงานหนักเกินไป เกิดภาวะหัวใจวายได้ ควรพาลูกพบหมอหากสงสัยว่าลูกเป็นไข้เลือดออก เพื่อตรวจยืนยันการวินิจฉัย และให้การรักษาที่เหมาะสมต่อไป
การรักษา
· ยังไม่มียาปฏิชีวนะทำลายเชื้อไวรัสไข้เลือดออก
· ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีอาการไม่รุนแรง คือ เป็นผู้ที่ไม่มีปัญหาทางสมอง ไม่มีเลือดออก ไม่ช็อก สามารถดูแลที่บ้านได้ นอนพัก ไม่เล่นซนหรือออกแรงมาก หลีกเลี่ยงการกระทบกระแทก ไม่แคะจมูก หรือแปรงฟันเพราะทำให้เลือดออกได้ ให้การดูแลรักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ ให้ยาพาราเซตามอลและเช็ดตัวเท่านั้น ไม่ให้แอสไพรินหรือไอบูโปรเฟน เพราะทำให้มีปัญหาเลือดออกมากขึ้น ให้ยาแก้อาเจียน ในรายที่มีอาการอาเจียน ดูแลให้ทานอาหารอ่อนย่อยง่าย ครั้งละน้อย บ่อยๆ จะได้ไม่อาเจียนง่าย ไม่ให้อาหารที่มีสีแดง เพราะทำให้สับสนกับการมีเลือดออกในทางเดินอาหาร ให้ดื่มน้ำเกลือแร่หรือน้ำหวานบ่อยๆ เพื่อให้มีพลังงานเพียงพอ ในเด็กที่ทานได้น้อยมากหรือมีอาการรุนแรง ต้องรับไว้ในโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำเกลือทางเส้นเลือด หรือให้เลือดทดแทน
การป้องกัน
· กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ไม่ให้มีน้ำขังอยู่ในบริเวณบ้าน เลี้ยงปลาที่กินลูกน้ำในบ่อน้ำ ใส่เกลือหรือน้ำส้มสายชู หรือผงซักฟอกหรือทราบอะเบทในน้ำหล่อขาตู้กับข้าว เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงมาวางไข่ จัดห้องให้โล่งโปร่งไม่มีกองสัมภาระรกรุงรัง จะได้ไม่มียุงมาหลบอยู่
· ใส่เสื้อผ้าปกปิดผิว นอนกางมุ้ง เปิดพัดลมโชยเบาๆ ไม่อยู่ในที่อับมืด
· ทาโลชั่นกันยุงที่ปลอดภัย หรือน้ำมันยูคาลิปตัส น้ำมันตะไคร้หอม
· วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก กำลังอยู่ในขั้นทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัย คาดว่าถ้าสำเร็จคงจะมีราคาแพง
น้องอ้ออาการดีขึ้นหลังจากได้น้ำเกลือทางเส้นเลือดหายจากอาการอ่อนเพลีย วันรุ่งขึ้นไข้ลดลง อีก 24 ชม.ต่อมามีผื่นขึ้นที่ขาและน้องอ้อเริ่มทานอาหารได้มากขึ้น จึงหยุดให้น้ำเกลือและให้กลับบ้านได้ ทางโรงพยาบาลได้แจ้งให้สาธารณะสุขทราบเพื่อติดตามทำลายยุงที่ละแวกบ้านและโรงเรียนของน้องอ้อต่อไป
|