|
โรคกระเพาะอาหารและสำไส้อักเสบ (ACUTE GASTROENTERITIS)
คุณครูพาน้องขวัญ อายุ 4 ขวบมาหาหมอตอนเที่ยง เนื่องจากมีอาการอาเจียนหลายครั้งตั้งแต่ช่วงสายๆ บ่นปวดท้อง และถ่ายเหลว เริ่มมีไข้ต่ำๆ คุณครูให้ทานยาลดไข้ และยาธาตุ แต่น้องขวัญอาเจียนไม่หยุด ทานอะไรไม่ได้เลยแม่แต่น้ำ คุณครูจึงแจ้งให้คุณแม่พามาพบหมอ หมอตรวจร่างกายแล้ววินิจฉัยว่าเป็นโรคกระเพาะอาหารและสำไส้อักเสบจากเชื้อไวรัส
โรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ
เกิดจากเชื้อโรคหรือพิษของเชื้อโรค ที่พบบ่อยในเด็กเล็ก มักเกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งติดต่อโดยการสัมผัสกับสารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย อุจจาระ จากการคลุกคลีกับผู้ป่วยโดยตรงหรือการสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้ออยู่แล้วเอามือเข้าปาก เนื่องจากบางครั้งผู้ป่วยอาจมีอาการหวัดนำมาก่อน จึงอาจเรียกโรคนี้อีกอย่างว่า โรคหวัดลงกระเพาะและลำไส้ ขณะที่ในเด็กโตหรือผู้ใหญ่มักมีภูมิคุ้มกันป้องกันโรคที่เกิดจากไวรัสเหล่านี้แล้ว หากมีอาการกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบมักเกิดจากการทานอาหารหรือน้ำดื่มที่มีการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียหรือพิษของเชื้อโรค จึงมักเรียกว่าโรคอาหารเป็นพิษ
ระยะฟักตัวหลังการสัมผัสโรคจนแสดงอาการอาจใช้เวลาสั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงจนถึง 2 วัน เริ่มจากอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งเป็นนานประมาณ 1-5 วัน ต่อมาอาจมีถ่ายเหลว ซึ่งอาจเป็นอยู่ 2-3 วันหรือนานเป็นสัปดาห์ ถ้าเป็นเชื้อไวรัสหรือพิษของเชื้อโรค มักถ่ายเป็นน้ำ มีไข้ต่ำๆหรือไข้สูงก็ได้ แต่ถ้าเป็นแบคทีเรียมักมีมูกเลือดในอุจจาระ อาจมีไข้สูงร่วมด้วย
เมื่อผู้ป่วยพบหมอ จะได้รับการซักประวัติเพื่อทราบถึงสาเหตุของการติดเชื้อ เช่นเป็นหวัดมาก่อน ทานอาหารอะไรก่อนมีอาการ มีผู้อื่นเป็นแบบเดียวกันหรือไม่ รักษาเบื้องต้นอย่างไรมาแล้วบ้าง มีการตรวจร่างกายประเมินความรุนแรงของภาวะขาดน้ำและพลังงาน (ปากแห้ง ตาโหล กระหม่อมบุ๋ม ชีพจรเต้นเร็วและเบา ความดันโลหิตต่ำ) ซักถามถึงเวลาการปัสสาวะครั้งสุดท้าย การนำอุจจาระมาให้หมอดูหรือส่งตรวจ จะช่วยให้การหมอวินิจฉัยได้แม่นยำขึ้น หากตรวจพบเม็ดเลือดขาว และเม็ดเลือดแดงจากการส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ จะสนับสนุนว่าเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย หากตรวจไม่พบจะบ่งชี้ไปทางเชื้อไวรัสมากกว่า นอกจากนี้บางแห่งอาจมีวิธีตรวจที่จำเพาะกับเชื้อไวรัสโรต้า ซึ่งเป็นประโยชน์ทางระบาดวิทยา ทำให้ทราบข้อมูลละเอียดขึ้น หมออาจส่งอุจจาระเพาะเชื้อเพื่อช่วยในการรักษาในกรณีที่ไม่ดีขึ้นด้วยการรักษาเบื้องต้น จะได้เปลี่ยนยาได้ถูกต้อง ในรายที่มีอาการอาเจียนหรือถ่ายเหลวรุนแรง มีอาการปวดท้องมาก หมอจะทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อดูว่าอาจเป็นโรคอื่นที่มีอาการคล้ายกันหรือไม่ เช่น โรคไส้ติ่งอักเสบ โรคลำไส้อุดตัน โรคลำไส้กลืนกัน โรคแพ้นมวัวเป็นต้น
ทำอย่างไรเมื่อลูกป่วย
· การดูแลเบื้องต้น คือ การให้ยาระงับอาการ เช่น ยาลดไข้ ยาแก้อาเจียน ยาแก้ปวดท้อง ยาขับลม§ ยาแก้อาเจียน คือ Domperidone หรือ Motilium ขนาดยา คือ ครึ่งช้อนชา (2.5 ซีซี) ต่อน้ำหนักตัว 10 กก. ทานก่อนอาหารครึ่งชม. วันละ 3-4 ครั้ง ไม่ควรทานยาแล้วทานอาหารทันทีเพราะอาจอาเจียนได้อีก เนื่องจากยายังไม่ได้ดูดซึมเข้าร่างกาย § ยาแก้ปวดท้อง คือ Berclomine ให้ในรายที่มีอาการปวดเกร็ง ปวดบิด ขนาดยา เหมือนยาแก้อาเจียน แต่ทานหลังอาหาร§ ยาขับลม คือ Simethicone แก้ท้องอืด ลดแก๊ส ทานครั้งละ 0.5-1 ซีซี ทุก 2-4 ชม
· ให้อาหารอ่อนย่อยง่าย ครั้งละน้อยๆ เช่น ข้าวต้มครั้งละ 5-6 คำ แต่ให้บ่อยๆ ไม่เลี่ยนมัน ชงนมจางกว่าปกติให้ดื่มครั้งละไม่เกินครึ่งหนึ่งของปริมาณปกติ เพื่อไม่ให้ลำไส้ทำงานหนัก
· ให้จิบน้ำเกลือแร่ ORS เพื่อทดแทนของเหลวที่เสียไป จะได้ไม่มีอาการอ่อนเพลียจากเสียสมดุลเกลือแร่ในร่างกาย ไม่ให้น้ำหวาน น้ำอัดลมหรือน้ำเกลือแร่สำหรับผู้เสียเหงื่อจากการเล่นกีฬาเนื่องจากความเข้มข้นของน้ำตาลที่มากเกินไป จะทำให้ท้องเสียมากขึ้น เนื่องจากน้ำตาลที่ระดับความเข้มข้นไม่เหมาะสมจะดึงน้ำออกจากเซลเยื่อบุลำไส้มากขึ้น
· งดของแสลงเวลาที่ท้องเสียจนกว่าอาการจะดีขึ้น เช่น ผัก ผลไม้ ไข่ นมวัว เปลี่ยนเป็นนมถั่วเหลือง หรือ lactose free formula เช่น Olac หรือ Similac LF หากลูกไม่ยอมเปลี่ยน อาจลองชงนมเดิมที่กินอยู่แต่ให้เจือจางกว่าปกติเท่าตัว ในกรณีที่ไม่ยอมทานนมถั่ว เน้นให้ทานข้าวต้ม หรือโจ๊กใส่เนื้อสัตว์ดีกว่าฝืนทานนมวัวต่อเพราะจะทำให้หายช้า และเมื่ออาการดีขึ้นต้องค่อยๆกลับไปทานอาหารตามปกติ อย่ารีบร้อนเปลี่ยนทันทีเพราะอาจกลับไปท้องเสียใหม่ได้ เช่น ค่อยๆผสมนมที่คุ้นเคยกลับมาครั้งละน้อยๆแล้วค่อยๆเพิ่ม ในกรณีที่ลูกดูดนมแม่ สามารถให้ได้ตามปกติ ไม่ต้องงดค่ะ
· คอยระวังก้นแดงจากการถ่ายบ่อย ต้องคอยเปลี่ยนผ้าอ้อมทันที อย่าแช่นาน และควรพาไปล้างก้นที่อ่างด้วยน้ำธรรมดา ไม่ต้องอุ่นและไม่ต้องใช้สบู่ เพราะจะทำให้ผิวหนังแห้งเป็นผื่นง่าย ไม่ควรใช้สำลีชุบน้ำหรือกระดาษเปียกเช็ดเพราะไม่สะอาดหมดจดและทำให้ผิวหนังถลอก อาจทาวาสลีนหรือปิโตรเลียมเจลเคลือบผิวบริเวณก้น เพื่อช่วยบรรเทาการระคายเคืองจากเศษอุจจาระจะช่วยป้องกันไม่ให้ก้นแดงได้ หากมีปัญหาผื่นแดงขึ้นแล้วให้ทาครีมทาผื่นผ้าอ้อมทาบ่อยๆ และไม่ใส่ผ้าอ้อมเพื่อให้ผิวหนังโดนอากาศจะได้หายเร็วขึ้น หากทายาผื่นผ้าอ้อมแล้วยังไม่ดีขึ้น อาจเป็นเพราะติดเชื้อรา ให้ใช้ยากำจัดเชื้อรา เช่น Clotrimazole cream
· ห้ามให้ยาหยุดถ่ายในเด็ก เพราะทำให้เชื้อโรคคั่งในร่างกายจนเป็นอันตราย หรือจะมีอาการปวดมวนท้องมากขึ้น
ควรพาลูกพบหมอ เมื่อลูกมีอาการดังนี้
· ลูกยังอาเจียนอยู่ทั้งที่ทานยาแก้อาเจียนแล้ว
· ไม่อาเจียนแล้ว แต่ก็ทานอะไรไม่ได้เลย ซึมลง อ่อนเพลียมาก มีอาการของการขาดน้ำและปัสสาวะออกน้อย
· ถ่ายอุจจาระมีมูกเลือด หรือกลิ่นแรงเหม็นคาว หรือถ่ายรุนแรงมากเป็นน้ำตลอดเวลา ควรนำอุจจาระไปโรงพยาบาลด้วย เพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการและเพาะเชื้อ
การรักษา
· หมอจะฉีดยาแก้อาเจียนเข้ากล้ามเนื้อต้นขาหรือสะโพก แล้วสังเกตอาการประมาณครึ่งชม. แล้วให้ลองจิบน้ำ ถ้าไม่มีอาเจียนอีก ให้กลับไปดูอาการต่อที่บ้านได้ ยาฉีดจะออกฤทธิ์นาน 6 ชม.เมื่อใกล้หมดฤทธิ์ยาฉีด ให้ยาแก้อาเจียนทานต่อเนื่องอีกประมาณ 1-2 วัน แต่ถ้าฉีดยาแล้วยังมีอาเจียนอีกหรือไม่อาเจียนแล้วแต่ไม่ยอมทานอะไรเลย หมอจะรับตัวไว้ในโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำเกลือทางเส้นเลือด เพื่อแก้ไขภาวะขาดน้ำและพลังงาน
· หมอจะตรวจปัสสาวะเพื่อประเมินภาวะขาดน้ำและพลังงาน หากพบว่ามีภาวะขาดน้ำและพลังงานขั้นรุนแรง จะรับตัวไว้ในโรงพยาบาล
· ให้ยาปฏิชีวนะในกรณีที่เป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย
· หมออาจสั่งยา Infloran ซึ่งเป็นเชื้อ Lactobacilli ช่วยปรับสภาพลำไส้ ในกรณีที่มีภาวะท้องเสียเรื้อรังเนื่องจากการดูดซึมบกพร่อง
การป้องกัน
· ล้างมือให้สะอาดก่อนหยิบอาหารเข้าปาก
· ทานแต่อาหารที่ปรุงสุก ไม่มีแมลงวันตอม
· หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดหรือสัมผัสสารคัดหลั่งจากผู้เป็นโรคและล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสโรค
· ในปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันไวรัสโรต้าซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของโรคนี้ในเด็กเล็ก เป็นวัคซีนชนิดรับประทาน ให้ในเด็กอายุ 2 และ 4 เดือน
· ให้ลูกดื่มนมแม่ เพราะในนมแม่มีสารต้านไวรัสและแบคทีเรีย รวมถึงลดโอกาสการปนเปื้อนจากภาชนะที่ไม่สะอาด
น้องขวัญยังอาเจียนอีกหลังจากรับยาทานแก้อาเจียนแล้วและไม่ทานอาหารหรือดื่อน้ำเลย คุณแม่จึงพากลับมาพบหมอเพื่อฉีดยาแก้อาเจียน น้องขวัญจึงหยุดอาเจียนและเริ่มทานอาหารได้บ้าง อีก 2 วันจึงทานได้เพิ่มขึ้นจนเป็นปกติ
|