topleft
topright
mymind2.png

หนูน้อยนมแม่

เชิญสมัครสมาชิก

ยินดีต้อนรับสมาชิก ศูนย์นมแม่ทุกท่าน .. กรุณา login
โรคไวรัสลงกระเพาะ
เขียนโดย sutheera uerpairojkit   
Saturday, 25 April 2009

โรคกระเพาะอาหารและสำไส้อักเสบ (ACUTE GASTROENTERITIS) 

คุณครูพาน้องขวัญ อายุ 4 ขวบมาหาหมอตอนเที่ยง เนื่องจากมีอาการอาเจียนหลายครั้งตั้งแต่ช่วงสายๆ บ่นปวดท้อง และถ่ายเหลว เริ่มมีไข้ต่ำๆ  คุณครูให้ทานยาลดไข้ และยาธาตุ แต่น้องขวัญอาเจียนไม่หยุด ทานอะไรไม่ได้เลยแม่แต่น้ำ คุณครูจึงแจ้งให้คุณแม่พามาพบหมอ หมอตรวจร่างกายแล้ววินิจฉัยว่าเป็นโรคกระเพาะอาหารและสำไส้อักเสบจากเชื้อไวรัส 
 
โรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ
เกิดจากเชื้อโรคหรือพิษของเชื้อโรค  ที่พบบ่อยในเด็กเล็ก มักเกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งติดต่อโดยการสัมผัสกับสารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย อุจจาระ จากการคลุกคลีกับผู้ป่วยโดยตรงหรือการสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้ออยู่แล้วเอามือเข้าปาก    เนื่องจากบางครั้งผู้ป่วยอาจมีอาการหวัดนำมาก่อน จึงอาจเรียกโรคนี้อีกอย่างว่า โรคหวัดลงกระเพาะและลำไส้  ขณะที่ในเด็กโตหรือผู้ใหญ่มักมีภูมิคุ้มกันป้องกันโรคที่เกิดจากไวรัสเหล่านี้แล้ว  หากมีอาการกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบมักเกิดจากการทานอาหารหรือน้ำดื่มที่มีการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียหรือพิษของเชื้อโรค จึงมักเรียกว่าโรคอาหารเป็นพิษ 
 
ระยะฟักตัวหลังการสัมผัสโรคจนแสดงอาการอาจใช้เวลาสั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงจนถึง 2 วัน เริ่มจากอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งเป็นนานประมาณ 1-5 วัน ต่อมาอาจมีถ่ายเหลว ซึ่งอาจเป็นอยู่ 2-3 วันหรือนานเป็นสัปดาห์   ถ้าเป็นเชื้อไวรัสหรือพิษของเชื้อโรค มักถ่ายเป็นน้ำ มีไข้ต่ำๆหรือไข้สูงก็ได้   แต่ถ้าเป็นแบคทีเรียมักมีมูกเลือดในอุจจาระ อาจมีไข้สูงร่วมด้วย 
 
เมื่อผู้ป่วยพบหมอ จะได้รับการซักประวัติเพื่อทราบถึงสาเหตุของการติดเชื้อ เช่นเป็นหวัดมาก่อน ทานอาหารอะไรก่อนมีอาการ  มีผู้อื่นเป็นแบบเดียวกันหรือไม่  รักษาเบื้องต้นอย่างไรมาแล้วบ้าง  มีการตรวจร่างกายประเมินความรุนแรงของภาวะขาดน้ำและพลังงาน (ปากแห้ง ตาโหล กระหม่อมบุ๋ม ชีพจรเต้นเร็วและเบา  ความดันโลหิตต่ำ)  ซักถามถึงเวลาการปัสสาวะครั้งสุดท้าย  การนำอุจจาระมาให้หมอดูหรือส่งตรวจ จะช่วยให้การหมอวินิจฉัยได้แม่นยำขึ้น  หากตรวจพบเม็ดเลือดขาว และเม็ดเลือดแดงจากการส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ จะสนับสนุนว่าเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย  หากตรวจไม่พบจะบ่งชี้ไปทางเชื้อไวรัสมากกว่า  นอกจากนี้บางแห่งอาจมีวิธีตรวจที่จำเพาะกับเชื้อไวรัสโรต้า ซึ่งเป็นประโยชน์ทางระบาดวิทยา  ทำให้ทราบข้อมูลละเอียดขึ้น  หมออาจส่งอุจจาระเพาะเชื้อเพื่อช่วยในการรักษาในกรณีที่ไม่ดีขึ้นด้วยการรักษาเบื้องต้น จะได้เปลี่ยนยาได้ถูกต้อง    ในรายที่มีอาการอาเจียนหรือถ่ายเหลวรุนแรง  มีอาการปวดท้องมาก หมอจะทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อดูว่าอาจเป็นโรคอื่นที่มีอาการคล้ายกันหรือไม่ เช่น โรคไส้ติ่งอักเสบ  โรคลำไส้อุดตัน  โรคลำไส้กลืนกัน โรคแพ้นมวัวเป็นต้น 
 
ทำอย่างไรเมื่อลูกป่วย
 · การดูแลเบื้องต้น คือ การให้ยาระงับอาการ เช่น ยาลดไข้   ยาแก้อาเจียน  ยาแก้ปวดท้อง  ยาขับลม§ ยาแก้อาเจียน คือ Domperidone หรือ Motilium ขนาดยา คือ ครึ่งช้อนชา (2.5 ซีซี) ต่อน้ำหนักตัว 10 กก. ทานก่อนอาหารครึ่งชม. วันละ 3-4 ครั้ง  ไม่ควรทานยาแล้วทานอาหารทันทีเพราะอาจอาเจียนได้อีก เนื่องจากยายังไม่ได้ดูดซึมเข้าร่างกาย § ยาแก้ปวดท้อง คือ Berclomine ให้ในรายที่มีอาการปวดเกร็ง ปวดบิด ขนาดยา เหมือนยาแก้อาเจียน แต่ทานหลังอาหาร§ ยาขับลม คือ Simethicone แก้ท้องอืด ลดแก๊ส ทานครั้งละ 0.5-1 ซีซี ทุก 2-4 ชม
 · ให้อาหารอ่อนย่อยง่าย ครั้งละน้อยๆ เช่น ข้าวต้มครั้งละ 5-6 คำ แต่ให้บ่อยๆ  ไม่เลี่ยนมัน ชงนมจางกว่าปกติให้ดื่มครั้งละไม่เกินครึ่งหนึ่งของปริมาณปกติ  เพื่อไม่ให้ลำไส้ทำงานหนัก
 · ให้จิบน้ำเกลือแร่ ORS เพื่อทดแทนของเหลวที่เสียไป  จะได้ไม่มีอาการอ่อนเพลียจากเสียสมดุลเกลือแร่ในร่างกาย ไม่ให้น้ำหวาน น้ำอัดลมหรือน้ำเกลือแร่สำหรับผู้เสียเหงื่อจากการเล่นกีฬาเนื่องจากความเข้มข้นของน้ำตาลที่มากเกินไป จะทำให้ท้องเสียมากขึ้น เนื่องจากน้ำตาลที่ระดับความเข้มข้นไม่เหมาะสมจะดึงน้ำออกจากเซลเยื่อบุลำไส้มากขึ้น
 · งดของแสลงเวลาที่ท้องเสียจนกว่าอาการจะดีขึ้น  เช่น ผัก ผลไม้ ไข่ นมวัว  เปลี่ยนเป็นนมถั่วเหลือง หรือ lactose free formula เช่น Olac หรือ Similac LF หากลูกไม่ยอมเปลี่ยน  อาจลองชงนมเดิมที่กินอยู่แต่ให้เจือจางกว่าปกติเท่าตัว  ในกรณีที่ไม่ยอมทานนมถั่ว เน้นให้ทานข้าวต้ม หรือโจ๊กใส่เนื้อสัตว์ดีกว่าฝืนทานนมวัวต่อเพราะจะทำให้หายช้า  และเมื่ออาการดีขึ้นต้องค่อยๆกลับไปทานอาหารตามปกติ อย่ารีบร้อนเปลี่ยนทันทีเพราะอาจกลับไปท้องเสียใหม่ได้ เช่น ค่อยๆผสมนมที่คุ้นเคยกลับมาครั้งละน้อยๆแล้วค่อยๆเพิ่ม   ในกรณีที่ลูกดูดนมแม่ สามารถให้ได้ตามปกติ ไม่ต้องงดค่ะ
 · คอยระวังก้นแดงจากการถ่ายบ่อย  ต้องคอยเปลี่ยนผ้าอ้อมทันที อย่าแช่นาน และควรพาไปล้างก้นที่อ่างด้วยน้ำธรรมดา ไม่ต้องอุ่นและไม่ต้องใช้สบู่ เพราะจะทำให้ผิวหนังแห้งเป็นผื่นง่าย  ไม่ควรใช้สำลีชุบน้ำหรือกระดาษเปียกเช็ดเพราะไม่สะอาดหมดจดและทำให้ผิวหนังถลอก  อาจทาวาสลีนหรือปิโตรเลียมเจลเคลือบผิวบริเวณก้น เพื่อช่วยบรรเทาการระคายเคืองจากเศษอุจจาระจะช่วยป้องกันไม่ให้ก้นแดงได้  หากมีปัญหาผื่นแดงขึ้นแล้วให้ทาครีมทาผื่นผ้าอ้อมทาบ่อยๆ และไม่ใส่ผ้าอ้อมเพื่อให้ผิวหนังโดนอากาศจะได้หายเร็วขึ้น  หากทายาผื่นผ้าอ้อมแล้วยังไม่ดีขึ้น อาจเป็นเพราะติดเชื้อรา ให้ใช้ยากำจัดเชื้อรา เช่น Clotrimazole cream
 · ห้ามให้ยาหยุดถ่ายในเด็ก เพราะทำให้เชื้อโรคคั่งในร่างกายจนเป็นอันตราย หรือจะมีอาการปวดมวนท้องมากขึ้น 
 
ควรพาลูกพบหมอ เมื่อลูกมีอาการดังนี้
 · ลูกยังอาเจียนอยู่ทั้งที่ทานยาแก้อาเจียนแล้ว
 · ไม่อาเจียนแล้ว แต่ก็ทานอะไรไม่ได้เลย ซึมลง  อ่อนเพลียมาก มีอาการของการขาดน้ำและปัสสาวะออกน้อย
 · ถ่ายอุจจาระมีมูกเลือด หรือกลิ่นแรงเหม็นคาว หรือถ่ายรุนแรงมากเป็นน้ำตลอดเวลา  ควรนำอุจจาระไปโรงพยาบาลด้วย เพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการและเพาะเชื้อ 
 
การรักษา
 · หมอจะฉีดยาแก้อาเจียนเข้ากล้ามเนื้อต้นขาหรือสะโพก   แล้วสังเกตอาการประมาณครึ่งชม. แล้วให้ลองจิบน้ำ ถ้าไม่มีอาเจียนอีก ให้กลับไปดูอาการต่อที่บ้านได้ ยาฉีดจะออกฤทธิ์นาน 6 ชม.เมื่อใกล้หมดฤทธิ์ยาฉีด ให้ยาแก้อาเจียนทานต่อเนื่องอีกประมาณ 1-2 วัน  แต่ถ้าฉีดยาแล้วยังมีอาเจียนอีกหรือไม่อาเจียนแล้วแต่ไม่ยอมทานอะไรเลย  หมอจะรับตัวไว้ในโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำเกลือทางเส้นเลือด เพื่อแก้ไขภาวะขาดน้ำและพลังงาน
 · หมอจะตรวจปัสสาวะเพื่อประเมินภาวะขาดน้ำและพลังงาน หากพบว่ามีภาวะขาดน้ำและพลังงานขั้นรุนแรง จะรับตัวไว้ในโรงพยาบาล
 · ให้ยาปฏิชีวนะในกรณีที่เป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย
 · หมออาจสั่งยา Infloran ซึ่งเป็นเชื้อ Lactobacilli ช่วยปรับสภาพลำไส้ ในกรณีที่มีภาวะท้องเสียเรื้อรังเนื่องจากการดูดซึมบกพร่อง 
 
การป้องกัน
 · ล้างมือให้สะอาดก่อนหยิบอาหารเข้าปาก
 · ทานแต่อาหารที่ปรุงสุก ไม่มีแมลงวันตอม 
 · หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดหรือสัมผัสสารคัดหลั่งจากผู้เป็นโรคและล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสโรค
 · ในปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันไวรัสโรต้าซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของโรคนี้ในเด็กเล็ก เป็นวัคซีนชนิดรับประทาน ให้ในเด็กอายุ 2 และ 4 เดือน
 · ให้ลูกดื่มนมแม่ เพราะในนมแม่มีสารต้านไวรัสและแบคทีเรีย รวมถึงลดโอกาสการปนเปื้อนจากภาชนะที่ไม่สะอาด 
 
น้องขวัญยังอาเจียนอีกหลังจากรับยาทานแก้อาเจียนแล้วและไม่ทานอาหารหรือดื่อน้ำเลย คุณแม่จึงพากลับมาพบหมอเพื่อฉีดยาแก้อาเจียน น้องขวัญจึงหยุดอาเจียนและเริ่มทานอาหารได้บ้าง  อีก 2 วันจึงทานได้เพิ่มขึ้นจนเป็นปกติ 
 

Syndicate

Copyright 2007-2010 Thai Breast Feeding. All rights reserved
Joomla Templates by JoomlaShack Joomla Templates