|
โรคสุกใส (CHICKEN POX)
คุณแม่พาน้องพลอยวัย 4 ขวบมาพบหมอด้วยเรื่องไข้ตัวรุมๆ และตุ่มแดงบ้าง ตุ่มน้ำใสตามตัวบ้าง สงสัยว่าลูกเป็นโรคสุกใส แต่ทำไมยังเป็นได้ทั้งที่ฉีดวัคซีนแล้ว
โรคสุกใสเกิดจากเชื้อไวรัสตัวเดียวกับโรคงูสวัด หากร่างกายได้รับเชื้อไวรัสครั้งแรก จะแสดงอาการเป็นโรคสุกใส เมื่อหายจากอาการของโรคแล้ว เชื้อไวรัสจะหลบเข้าไปอยู่ที่ปมประสาทที่ผิวหนังของผู้เป็นโรค หากในเวลาต่อมาผู้นั้นมีระบบภูมิคุ้มกันชนิดอาศัยเซลเม็ดเลือดต่ำลง อาจมีการกระตุ้นให้เชื้อที่สงบอยู่แสดงอาการออกเป็นโรคงูสวัด คือ เป็นผื่นและตุ่มน้ำใสขึ้นเป็นแถบตามแนวของเส้นประสาท
อาการของโรคสุกใส คือ ไข้ต่ำหรือสูง เป็นอยู่1 วันแล้วมีผื่นแดงขึ้นตามตัว ใบหน้า แขนขา หนังศีรษะ ส่วนน้อยอาจขึ้นที่ตาทำให้ตาอักเสบ หากขึ้นในปากทำให้เจ็บปากทานได้น้อย วันถัดมาจากตุ่มแดงจะเปลี่ยนเป็นตุ่มน้ำใส แล้วแห้งตกสะเก็ดภายใน 7-10 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการคันมาก หากเกาจะทำให้ตุ่มน้ำแตกและอักเสบติดเชื้อจนเป็นตุ่มหนองได้
หากไม่มีการติดเชื้อแทรกซ้อน หลังจากแผลหายจะไม่เป็นแผลเป็น และจะสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันการเป็นโรคครั้งต่อไป แต่มีบางคนอาจสร้างภูมิคุ้มกันได้ไม่เต็มที่ จึงมีโอกาสเป็นซ้ำได้ (แต่เมื่อเป็นครั้งที่สองอาการมักไม่มาก) หากเป็นผู้มีปัญหาภูมิคุ้มกันบกพร่องจะมีอาการรุนแรงและเป็นอันตรายจนเสียชีวิตได้ เนื่องจากตับอักเสบ ไตอักเสบ ปอดอักเสบหรือสมองอักเสบซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อน
การติดต่อโดยการได้รับเชื้อไวรัสจากน้ำลายหรือละอองฝอยทางลมหายใจของผู้เป็นโรค เข้าร่างกายทางเยื่อบุตาหรือทางเดินหายใจ หรือโดยการสัมผัสกับรอยโรคที่ผิวหนังของผู้ป่วยแล้วไม่ล้างมือก่อนจะสัมผัสกับเยื่อบุตาหรือทางเดินหายใจของผู้รับเชื้อ ระยะฟักตัวหลังจากสัมผัสโรคจนแสดงอาการประมาณ 2-3 สัปดาห์ ระยะแพร่เชื้อตั้งแต่ 1 วันก่อนผื่นขึ้นจนผื่นแห้งตกสะเก็ด (เป็นช่วงที่พบเชื้อไวรัสในสารคัดหลั่งของผู้เป็นโรค) ในอดีตที่ยังไม่มีวัคซีนใช้เพื่อป้องกันการเป็นโรค เมื่อมีเด็กเป็นโรคนี้ 1 คน ผู้ใหญ่มักจัดปาร์ตี้ให้เด็กคนอื่นที่ยังไม่เคยเป็นโรค (แต่ไม่มีปัญหาภูมิคุ้มกันบกพร่อง) มาร่วมงานเพื่อรับเชื้อให้เป็นโรคตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เพื่อจะได้มีภูมิคุ้มกัน ไม่ให้มาเป็นโรคตอนที่โตเป็นผู้ใหญ่ซึ่งจะมีอาการมาก คือ ขึ้นจำนวนตุ่มมากกว่า มีโอกาสเป็นแผลเป็นมากกว่าและมีภาวะแทรกซ้อนมากกว่า
แต่เนื่องจากในปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคซึ่งสร้างภูมิคุ้มกันได้ 95 % (ฉีด 100 คน 95 คนไม่เป็นโรค อีก 5 คนมีโอกาสเป็นโรคได้ เนื่องจากสร้างภูมิได้ไม่เต็มที่ แต่เป็นครั้งที่สองมักไม่รุนแรงเช่นกัน) และเมื่อไม่เป็นโรคสุกใสก็เท่ากับลดโอกาสเป็นโรคงูสวัดได้ด้วย เริ่มฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่อายุ 1-12 ปีฉีด 1 เข็ม ถ้าอายุ 13 ปีขึ้นไปต้องฉีด 2 เข็มห่างกัน 1 เดือน ห้ามฉีดในผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน เนื่องจากเป็นวัคซีนตัวเป็นจึงอาจแบ่งตัวจนก่อโรคได้ในร่างกายของบุคคลดังกล่าว ผลข้างเคียงของวัคซีนคือ อาจเจ็บบวมแดงตรงตำแหน่งที่ฉีดเล็กน้อย อาจมีไข้ ตุ่มน้ำใสขึ้นตามตัวเล็กน้อยประมาณ 2-3 สัปดาห์หลังฉีดและมักไม่แพร่เชื้อให้ผู้อื่น ควรพาลูกพบหมอ หากลูกเป็นเด็กโตอายุมากกว่า 12 ปีและมีจำนวนตุ่มที่ผิวหนังจำนวนมาก มีอาการคันมากเพราะอาจเผลอเกาจนกลายเป็นแผลเป็น มีแผลขึ้นที่ตา หรือเป็นผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่องเนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เพื่อหมอจะได้ให้ยาต้านไวรัส
การรักษา
- ให้ยาลดไข้เมื่อมีไข้ แต่ห้ามให้ยาแอสไพริน เพราะอาจเกิดภาวะ Reye syndrome ซึ่งเป็นอันตรายจนเสียชีวิตได้
- อาบน้ำได้ตามปกติ งดการละเล่นที่สกปรก เพื่อรักษาความสะอาดของผิวหนังไม่ให้มีคราบสกปรกหมักหมมจนคันมาก เพราะอาจเกาจนติดเชื้อที่ผิวหนังได้ ในรายที่มีโรคภูมิแพ้ผิวหนัง (atopic dermatitis) จำเป็นต้องดูแลผิวหนังเป็นพิเศษเพราะจะคันมากกว่าคนทั่วไป
- ตัดเล็บลูกให้สั้น หากมีอาการคันให้ใช้วิธีลูบเบาๆและประคบเย็นบ่อยๆหรือทา Calamide lotion (ไม่ใช้ Caladryl เนื่องจากอาจแพ้สารแก้คันที่ผสมอยู่) ถ้ามีอาการคันมากอาจให้ทานยา antihistamine แก้คันได้ เช่น Atarax ขนาดยาคือ 2.5 ซีซี /10 กก. วันละ 3 เวลา
- หากลูกเป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกันเช่นสเตียรอยด์ และมีประวัติสัมผัสหรือใกล้ชิดกับผู้เป็นโรคสุกใสต้องรีบพาพบหมอให้เร็วที่สุด เพื่อหมอจะได้ให้ยา Immunoglobulin ป้องกันไม่ให้เป็นโรค หรือหากมีอาการของโรคเกิดขึ้นแล้ว จะให้ยาต้านไวรัส คือ Acyclovir เพื่อช่วยบรรเทาความรุนแรงของโรค
- หากลูกเป็นเด็กโต มีตุ่มเป็นจำนวนมาก มีไข้หลายวัน มีอาการซึม ทานได้น้อย ไอหอบเหนื่อย ตาเหลืองตัวเหลือง ปัสสาวะออกน้อย ควรรีบพาลูกพบหมอโดยเร็วเพื่อการดูแลภาวะแทรกซ้อน และให้ยาต้านเชื้อไวรัส
- ไม่ให้ลูกไปโรงเรียนหรือเล่นกับเด็กอื่น เนื่องจากอาจแพร่เชื้อให้กับผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่องจนเกิดอาการที่รุนแรงได้ จนกว่าแผลจะตกสะเก็ดจนครบทุกแผล
- หากลูกมีอาการตาแดงหรือเจ็บตา ให้รีบพาพบหมอตา เพื่อรับยาหยอดตาเพื่อกำจัดเชื้อ มิฉะนั้นอาจมีปัญหาเป็นแผลที่กระจกตาทำให้ตามัวหรือตาบอดได้
การป้องกัน โดยการฉีดวัคซีน หรือหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือใกล้ชิดกับผู้เป็นโรคและล้างมือให้สะอาดหลังการจับผู้ป่วย
น้องพลอยมีไข้วันเดียวและมีตุ่มขึ้นทั้งหมด 10 ตุ่มและแห้งหายตกสะเก็ดภายใน 1 สัปดาห์ ไม่มีแผลเป็นตามมา
|