|
“น้ำนมแม่” คืออาหารที่เป็นปัจจัยพื้นฐานของชีวิตมนุษย์ เป็นอาหารมื้อแรกของเด็กทารกและเป็นอาหารมื้อต่อไปที่มีคุณค่าจนเติบใหญ่ ซึ่งไม่มีอาหารชนิดใดที่มีคุณค่าเทียบเท่ากับนมแม่
แต่ในปัจจุบันอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่กลับยังอยู่ในระดับต่ำ ด้วยสาเหตุจากสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป คุณแม่ส่วนใหญ่ต้องทำงาน ทำให้เด็กมีโอกาสได้รับนมแม่เพียง 1-3 เดือนเท่านั้น ทั้งๆที่ทางองค์การอนามัยโลก และกระทรวงสาธารณสุข ได้แนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือน การขาดโอกาสที่จะได้รับนมแม่อย่างต่อเนื่องจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพและพัฒนาการของเด็ก โดยมีผลการวิจัยยืนยันว่าเด็กที่ได้รับนมแม่จะมีอัตราการป่วยน้อยกว่าเด็กที่กินนมผสม 2-7 เท่า และยังพบว่าพัฒนาการในด้านต่างๆ ก็ดีกว่าเด็กที่กินนมผสมต่างกันตั้งแต่ 2-3 จุดไปจนถึง 8-11 จุด
จุดเปลี่ยนที่สำคัญของการสร้างกระแส “การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่” นั้นเกิดขึ้นด้วยพระปณิธานของ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ที่มีพระประสงค์ให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่กลับคืนสู่สังคมไทย ภายใต้ “โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว” ซึ่งเริ่มโครงการตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ.2548 เพื่อให้มีการดูแลแม่และลูกที่ถูกต้องตั้งแต่ระยะตั้งครรภ์ ระยะคลอด และลูกได้รับการเลี้ยงดูที่ถูกต้องตั้งแต่ระยะแรกเกิด ดังคำขวัญพระราชทานของโครงการว่า “นมแม่ คือ หยดแรกของสายใยรักแห่งครอบครัว” จังหวัดลำปาง เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินงานด้านการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ซึ่งเกิดขึ้นจากการทำงานและประสานงานกันอย่างต่อเนื่องจนเกิดเป็น “ภาคีเครือข่ายสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จ.ลำปาง” ซึ่งประกอบไปด้วย ศูนย์อนามัยที่ 10 เชียงใหม่ สำนักงานสาธารณสุข โรงพยาบาล สำนักงานประกันสังคม และสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรง และสถานประกอบการต่างๆในจังหวัดลำปางเข้าร่วมโครงการฯกว่า 16 แห่ง
โดยเมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่ผ่านมาภาคีเครือข่ายสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จ.ลำปาง ได้รับพระกรุณาธิคุณจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ เสด็จทอดพระเนตรกิจกรรมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ภายในโรงพยาบาล สถานีอามัย และสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งลำปางได้รับการคัดเลือกให้เป็นจังหวัดนำร่องที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในสถานบริการสาธารณสุข และในสถานที่ทำงานที่มีแม่ทำงานอยู่ โดยสนับสนุนให้สถานประกอบการมีมุมนมแม่ เพื่อช่วยให้แม่ให้นมแม่พร้อมๆไปกับการทำงานได้ โดยมีระบบการสนับสนุนแม่เชื่อมโยงกันจากภาคสาธารณสุขสู่สถานประกอบการ
พญ.กรรณิการ์ บางสายน้อย ผช.ผอ.ศูนย์อนามัยที่ 10 เชียงใหม่ และกรรมการศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงปัจจัยของความสำเร็จของการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่จังหวัดลำปางจนเป็นจังหวัดต้นแบบในเรื่องนี้ว่า เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายๆ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขและอาสาสมัครนมแม่ ที่เห็นความสำคัญของการเลี้ยงลูกนมแม่ โดยเฉพาะในสถานประกอบการที่มีการจัดตั้งมุมนมแม่ เพื่อเปิดโอกาสให้แม่ได้มาบีบเก็บน้ำนมไว้ให้ลูก
“ปัจจัยความสำเร็จเกิดจากที่ทุกๆ ฝ่ายได้ให้ความสำคัญกับนมแม่ ทั้งจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหรือสถานีอนามัยให้ความสำคัญ โดยให้ความรู้ ความเข้าใจ และสอนทักษะแก่แม่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนคลอดและหลังคลอด รวมไปถึงผู้บริหารของสถานประกอบการก็เห็นความสำคัญการที่ต้องมีมุมนมแม่ในที่ทำงาน รวมไปถึง สำนักงานประกันสังคม สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ก็เห็นประโยชน์ของการที่จะต้องมีมุมนมแม่ในสถานประกอบการ และสำคัญที่สุดก็คือ ตัวของแม่เอง ที่จะต้องเห็นประโยชน์ เห็นความสำคัญของนมแม่ อยากให้นมแม่กับลูก ซึ่งลำพังแม่คนเดียวทำไม่ได้ จะต้องได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือ ทั้งจากคนในครอบครัว เจ้าหน้าที่สาธารณสุข สถานที่ทำงาน และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ การทำให้ทุกฝ่ายได้เกิดความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของนมแม่ จึงจะเกิดการสานต่อและผลักดันโครงการจนประสบความสำเร็จ” พ.ญ.กรรณิการ์ กล่าว
ซึ่งผลจากการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในสถานประกอบการ ในปี 2550-2551 ของศูนย์อนามัยที่ 10 ฯ พบว่าเด็กที่กินนมแม่จะมีสุขภาพที่แข็งแรง ทำให้ลดจำนวนการลางานและลาออกหลังคลอดบุตรของพนักงานลดลง นอกจากนี้แม่ที่ยังคงให้ลูกได้กินนมแม่ สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อนมผสม และค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลลูกที่เจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆที่ลูกต้องเสี่ยงหากลูกไม่ได้กินนมแม่
การสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยแม่ นอกจากจะเป็นการสานสายใยรักระหว่างแม่สู่ลูกแล้วยังมีส่วนช่วยสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นกับสถาบันครอบครัว ทั้งยังเชื่อมโยงไปถึงสถานประกอบการที่แม่ทำงานอยู่ เพื่อทำให้แม่สามารถประสบความสำเร็จทั้งในด้านการทำงานและการเป็นแม่ โดยมีเป้าหมายสูงสุดก็คือการทำให้เด็กไทยได้เริ่มต้นชีวิตที่ดีที่สุดด้วยสิ่งที่ดีและมีคุณค่าที่สุดนั่นก็คือนมแม่ และเพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพสามารถก้าวไปเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าของประเทศต่อไปในอนาคต.
ขอขอบคุณ : คุณเหมวดี พลรัฐ เขียนข่าว
ภาพกิจกรรม
Add as favourites (0) | Quote this article on your site | Views: 545
ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ ต้องเป็นสมาชิกเท่านั้นค่ะ จึงสามารถใช้งานได้. กรุณา Log in หรือ กรุณาลงทะเบียนก่อนค่ะ. Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6 AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com All right reserved |