topleft
topright
mymind2.png

หนูน้อยนมแม่

เชิญสมัครสมาชิก

ยินดีต้อนรับสมาชิก ศูนย์นมแม่ทุกท่าน .. กรุณา login
โฆษณากับนมผง
เขียนโดย sutheera uerpairojkit   
Saturday, 25 July 2009

โฆษณากับนมผง  

โดยพญ.สุธีรา  เอื้อไพโรจน์กิจ                                                                                                                                          
กุมารแพทย์ คุณแม่ลูกสองที่ยังไม่เลิกให้นม 
 
       ตลอดเวลาในการทำงานเป็นหมอเด็กหรือกุมารแพทย์  ทุกคนต้องเคยได้รับคำปรึกษาจากพ่อแม่ของเด็กที่คุณหมอดูแลอยู่เสมอว่า  คุณหมอจะแนะนำให้ลูกกินนมอะไรดี  หมอทุกคนย่อมตอบว่า  นมแม่  คำถามต่อไปคือ  หากนมแม่ไม่มีหรือต้องกลับไปทำงานแล้ว  คุณหมอจะแนะนำให้กินนมยี่ห้อไหนดี  เพราะอะไร  ทีนี้คำตอบคงไม่ตรงกันแล้ว  บางคนอาจตอบว่า  ขอให้รู้วิธีและทนความลำบากในช่วงแรกได้   ทุกคนย่อมให้นมแม่ได้สำเร็จ  ว่าแล้วก็ส่งให้ไปพบกับคลินิกนมแม่  จะได้รู้วิธีผลิตนมและปั๊มนมไว้ให้ลูก    บางคนอาจตอบว่า  เอานมผงยี่ห้อที่ใกล้เคียงนมแม่มากที่สุด  อันนี้ไม่ฟันธงระบุยี่ห้อเพราะวางตัวเป็นกลาง  และต้องการให้พ่อแม่ไปคิดต่อเป็นการบ้าน   ขณะที่บางคนบอกได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่ายี่ห้อนี้เลย เพราะมีสารมากมาย ....เหมือนกับที่มีในนมแม่         
     ปัญหามีอยู่ว่า  จริงหรือไม่ที่ในปัจจุบันมีนมผงที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงสามารถทดแทนนมแม่ได้  คำตอบคือ ยังไม่มี  แต่จากอิทธิพลการโฆษณาของบริษัทนม  ทำให้คนจำนวนมากเข้าใจผิด  และที่น่าเสียใจที่สุดคือคุณหมอบางท่านถึงกับพูดว่า  นมแม่มีประโยชน์เพียง 3 เดือน หลังจากนี้นมแม่ใสมีแต่น้ำ ไม่มีคุณค่าแล้ว  แต่นมผงมีสารอาหารทุกอย่างที่ร่างกายเด็กต้องการ  แถมยังมีสูตรต่างๆเหมาะกับเด็กแต่ละวัย  นมแม่มีสูตรเดียว  ไม่เพียงพอกับความต้องการของเด็กที่โตขึ้น    พอฟังแล้วก็ได้แต่อ้ำอึ้งค่ะ    แสดงให้เห็นผลสำเร็จเกินคาดของการปล่อยให้มีการโฆษณาเกินจริง โดยขาดการควบคุม    
     โลกในปัจจุบันมีหลายสิ่งหลายอย่างที่พัฒนาจนทำให้มนุษย์อายุยืนยาวขึ้น เช่น ความก้าวหน้าทางการแพทย์ในการคิดค้นหาสาเหตุและวิธีการรักษาโรค  การคิดค้นวัคซีนป้องกันโรค  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้นพบรหัสพันธุกรรมซึ่งเป็นความหวังในการไขปริศนาทางธรรมชาติได้อีกมากมาย   อย่างไรก็ดี มนุษย์ควรยอมรับความเป็นจริงว่า  ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แม้จะมีมานานแสนนาน แต่ก็ยังทรงคุณค่าสมควรจะต้องได้รับการอนุรักษ์และถ่ายทอดไปสู่คนรุ่นหลัง  โดยไม่เห็นว่า เป็นสิ่งที่ต้องสลัดทิ้งไปเพื่อกระโจนเข้าสู่วัฒนธรรมสมัยใหม่  หรือถูกกลืนหายไปเพราะมีกระแสใหม่ของโลกอุตสาหกรรม   .... นั่นคือการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่    
       มนุษย์เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ฉลาดที่สุด  อยู่ในตระกูลใกล้เคียงกับลิงกอริลล่าและลิงซิมแปนซี  ซึ่งอายุขัยสั้นกว่ามนุษย์   ตามหลักฐานวิวัฒนาการของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมระบุว่าสัตว์ตระกูลลิงยิ่งอายุขัยมาก  จะเลี้ยงลูกด้วยนมนานกว่าสัตว์ที่อายุขัยน้อยกว่า  เช่น ลิงซิมแปนซีเลี้ยงลูกด้วยนมนานกว่าลิงแสมดำซึ่งเป็นลิงขนาดเล็กกว่าและอายุขัยสั้นกว่า   ตามธรรมชาติแล้วลิงซิมแปนซีและกอริลล่าให้นมแม่นานถึง 6 ปี  
       ดังนั้นแสดงว่าคนในสมัยอดีต  ที่ยังไม่มีความก้าวหน้าทางการแพทย์มาช่วยรักษาชีวิตมนุษย์ ทำให้ไม่สูญพันธุ์ไปจากโลกนี้  ก็ได้นมแม่นี่แหล่ะที่ช่วยให้ร่างกายมีภูมิต้านทานไม่ป่วยบ่อยในช่วงวัยที่ร่างกายยังไม่แข็งแรงเต็มที่ นั่นคือช่วง 6-7 ปีแรก  พอหลัง 7 ปีร่างกายเริ่มมีระบบภูมิคุ้มกันที่พัฒนาเต็มที่จึงเริ่มป่วยน้อยลง  เหมือนกับที่เราเห็นเด็กในยุคปัจจุบันที่ป่วยบ่อยๆในวัยอนุบาล จะเริ่มป่วยน้อยลงเมื่อเริ่มขึ้นชั้นป 1   แต่ถ้าเด็กกลุ่มนี้ได้กินนมแม่ รับรองได้เลยค่ะว่าป่วยน้อยลงแน่นอน  เพราะลดความเสี่ยงในการเป็นโรคภูมิแพ้ซึ่งเป็นสาเหตุหลักการเจ็บป่วยบ่อยของเด็กในยุคปัจจุบัน   โปรตีนนมวัวเป็นสารแปลกปลอม เมื่อเข้าร่างกายไปแล้ว จะทำให้เด็กบางคนสร้างสารภูมิคุ้มกันชนิดผิดปกติจนเป็นสาเหตุของการแพ้อย่างอื่นตามมาอีกมากมาย 
        ผู้เขียนเองตั้งใจว่าจะให้ลูกกินนมแม่ไปให้นานที่สุด เดิมเคยคิดว่า 2 ปีก็น่าจะเพียงพอ  แต่เมื่อได้ทราบว่าลิงยังให้ลูกกินนาน 6 ปี  เราจึงควรให้ลูกกินนมให้นานกว่า  และไม่ควรไปแย่งนมจากลูกวัวมากิน   นมแม่มีประโยชน์ต่อเด็กที่วัยเกิน 1 ปีแน่นอน  ไม่ต้องรอผลงานวิจัยมายืนยัน   เพราะผู้เขียนมีประสบการณ์ตรงจากหลายครอบครัวที่ลูกคนโตได้กินนมแม่น้อย  มีอาการป่วยบ่อยจากเป็นโรคภูมิแพ้  แต่พอแม่คลอดลูกคนเล็ก  ได้รับคำแนะนำเรื่องนมแม่ช่วยลดภูมิแพ้ได้  จึงมีความพยายามผลิตน้ำนมเผื่อลูกคนโตด้วย  พบว่าลูกคนโตอาการป่วยน้อยลง สุขภาพแข็งแรงดีขึ้นมาก
        คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า  ผู้หญิงในยุคปัจจุบันมีภาระหน้าที่มากกว่าในอดีต เพราะนอกจากต้องเป็นภรรยาคอยดูแลสามี เป็นแม่ที่คอยดูแลลูก  เป็นแม่บ้านที่คอยดูแลความสะอาดเรียบร้อยของบ้าน    ผู้หญิงสมัยนี้ยังต้องทำงานนอกบ้านเพื่อช่วยหารายได้มาจุนเจือครอบครัว  ดังนั้นจึงทำให้เด็กในยุคปัจจุบันมีโอกาสกินนมแม่กันน้อยลง  และเป็นโอกาสทองของอุตสาหกรรมการผลิตนมผงหรืออาหารเสริมได้เติบโตมีกำไรเพิ่มขึ้นในแต่ละปี                         
         มีความห่วงใยจากกระทรวงสาธารณสุข ถึงกระแสที่โหมแรงอย่างมากของโฆษณานมผงในสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นใน นิตยสารแม่และเด็ก  ทีวี  วิทยุ   การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายที่แฝงอยู่ในงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กๆ   การเป็นสปอนเซอร์ในงานประชุมทางวิชาการ   การส่งตัวแทนจากบริษัทเข้าพบแพทย์ พยาบาลและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการให้คำแนะนำในการดูแลเด็กเพื่อให้ข้อมูลจากการวิจัยของบริษัท ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่มีการยืนยันในความน่าเชื่อถือได้ของผลการวิจัย   ยกตัวอย่างเช่น  การอ้างว่านมผงที่มี DHA, ARA, กรดไซอาลิก และโคลีน จะช่วยให้เด็กที่กินนมผงดังกล่าวฉลาดและสายตาดีกว่านมผงที่ไม่ได้ใส่   หรือการอ้างว่าการใส่จุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัสลงในนมผงจะช่วยให้เด็กสุขภาพแข็งแรงกว่านมผงที่ไม่ได้ใส่    เหล่านี้ล้วนเป็นการวิจัยที่ดำเนินการโดยบริษัทจึงทำให้ผลการวิจัยออกมาเป็นอย่างที่บริษัทต้องการ  แต่หากเป็นการวิจัยที่ดำเนินการโดยผู้ไม่มีส่วนได้ผลประโยชน์  ล้วนแต่พบว่านมผงที่ใส่สารเหล่านี้ไม่ได้มีข้อดีเด่นแตกต่างจากนมผงที่ไม่ได้ใส่   เนื่องจากร่างกายไม่สามารถดูดซึมสารดังกล่าวไปใช้ได้เลย  เพราะในนมผงยังขาดสารที่สำคัญอีกมากมายที่จำเป็นต้องใช้ในการออกฤทธิ์ร่วม ซึ่งสารดังกล่าวมีอยู่แต่ในนมแม่เท่านั้น   
        ดังนั้นผู้บริโภคควรมีสิทธิ์รู้เท่าทันเบื้องหลังของงานวิจัย  ไม่หลงเชื่อโฆษณา  จะได้ไม่เสียเงินซื้อนมผงราคาแพงเหล่านั้นโดยเชื่อว่าลูกจะได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น    นอกจากนี้การคัดเลือกเด็กที่มาเป็นตัวแทนของเด็กที่กินนมผงที่ปรากฏอยู่ในงานโฆษณา  จะเลือกแต่เด็กที่มีความน่ารัก  น่าเอ็นดู  มีความสามารถ  ทั้งที่ความเป็นจริงไม่ได้เป็นเด็กที่กินนมผงชนิดนั้นเลย  บางคนอาจเป็นเด็กที่กินแต่นมแม่และไม่เคยกินนมผงมาก่อนเลย  เหล่านี้ล้วนแต่เป็นการสร้างความเข้าใจผิดให้แก่ผู้รับข้อมูล  เป็นการโฆษณาที่เกินความจริง และล่วงละเมิดพันธะสัญญาที่บริษัทแม่ในต่างประเทศที่ผลิตนมผงได้ให้ไว้กับประชาคมโลกโดยเจตนา  ทั้งนี้เพื่อมุ่งแสวงหากำไรจากการประกอบธุรกิจให้มากที่สุด                         
      เราคงต้องยอมรับว่า ยิ่งนมผงสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ผลิตภัณฑ์ของตัวเองมากขึ้นเท่าไร  ยิ่งทำให้คนหันเห อยากใช้นมผงมากขึ้นเท่านั้น  เพราะการให้นมแม่ให้สำเร็จไม่ใช่เรื่องง่ายในกระแสโลกปัจจุบัน   ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรเร่งรีบออกมาตรการเพื่อควบคุมการโฆษณานมผงให้เข้มงวดมากกว่านี้  เพราะการที่เด็กไม่ได้กินนมแม่   ไม่ได้มีเพียงผลกระทบต่อปัจเจกบุคคล คือ เด็ก ครอบครัว  สังคม  และประเทศชาติเท่านั้น  แต่ยังมีผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ต่อวิวัฒนาการของมนุษยชาติอีกด้วย 
 

Syndicate

Copyright 2007-2010 Thai Breast Feeding. All rights reserved
Joomla Templates by JoomlaShack Joomla Templates