topleft
topright
mymind2.png

หนูน้อยนมแม่

เชิญสมัครสมาชิก

ยินดีต้อนรับสมาชิก ศูนย์นมแม่ทุกท่าน .. กรุณา login
วอล์กแรลลี่ นมแม่
เขียนโดย พญ. ศิริพัฒนา ศิริธนารัตนกุล   
Tuesday, 27 October 2009

วอล์กแรลลี่  “นมแม่”

            การที่แม่ลูกคู่หนึ่งจะคงการเป็น “ แม่ลูกคู่ขวัญ” ด้วยการให้นมแม่ได้นานๆนั้น ทุกภาคส่วนของสังคมต้องช่วยกันคนละไม้ละมือ เพื่อประคับประคองให้แม่ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆไปทีละด่าน เหมือนการแข่งขันทีม วอล์กแรลลี่ ที่สมาชิกทีมทุกคนต้องระดมสมองช่วยกันแก้ปัญหาที่ฐานต่างๆก่อนถึงเส้นชัย
            ทีมวอล์กแรลลี่ “ นมแม่” มีภาระกิจต้องนำพาให้แม่สามารถให้นมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน และให้นมแม่ต่อเนื่องร่วมกับอาหารเสริมตามวัยจนถึงอายุ 2 ปีหรือนานกว่านั้น  เรามาเริ่มเดินทางกันดีกว่าค่ะ
           


 

       ฐานที่1 โรงพยาบาล และหมอ
             ที่ฐานนี้ แม่แรกคลอดจะต้องผ่าน การทดสอบ 3 วันแรกไปให้ได้   เริ่มต้นแม่จะไม่มีความมั่นใจในตัวเองเลยว่าจะให้นมแม่ได้หรือไม่ เต้านมก็ยังไม่คัด ลูกก็จะร้องบ่อยตลอดเวลา  หมอและพยาบาลที่ด่านนี้ต้องช่วยให้แม่ลูกได้พบกันเร็วที่สุดหลังคลอด สอนวิธีอุ้มลูกเข้างับเต้านมแม่อย่างถูกต้อง ไม่ต้องให้ลูกดูดจากจุกนมเลยในช่วงนี้  ก่อนออกจากฐานนี้ได้ อาจจะมีคนคอยแจกนมผสม  โรงพยาบาลต้องไม่ยอมให้มีคนทำเช่นนั้น  และ แม่จะต้องไม่รับนมผสมนั้น มิฉะนั้นจะผ่านไปฐานต่อไปไม่ได้
       ฐานที่ 2 บ้าน และคนในครอบครัว
          เมื่อแม่ผ่านด่านแรกมาได้ แม่จะต้องพบกับ คุณย่า คุณยาย ที่รออยู่ที่บ้าน ถ้ามีการเตรียมทีมมาอย่างดี ทุกคนจะต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า  “ นมแม่ดีทีสุด”  ไม่ต้องมีขวดนม ไม่ต้องมีนมผงอยู่ในบ้านทั้งสิ้น  สมาชิกทีมจะช่วยกันหาอาหารมาบำรุงแม่คนใหม่ และช่วยทำงานบ้านอย่างอื่นให้เพื่อที่แม่จะได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้อย่างเต็มที่    ให้ระวังจะมีคนมาเยี่ยมเยียนที่อาจจะคอยแนะนำให้เสริมนมผสม  อย่าเชื่อเพราะหากให้เสริมเมื่อใด โอกาสสู่เส้นชัยจะเลือนลางทันที
            ฐานที่  3 ที่ทำงาน และเพื่อนร่วมงาน
            แม่ที่ต้องกลับไปทำงานหลังจากได้ลาคลอด  3 เดือน จะต้องผ่านด่านนี้  โดยการบีบน้ำนมแม่ไว้ให้ลูก  ถ้าเจ้านายที่ที่ทำงานเข้าใจเรื่องนมแม่ จะยินดีจัดห้องให้แม่มาบีบหรือปั๊มน้ำนมแม่เก็บแช่ตู้เย็นไว้ เพื่อนำกลับไปให้ลูกที่บ้าน หรือ ดียิ่งกว่านั้นคือจัดสถานรับเลี้ยงเด็กเวลากลางวันให้แม่เอาลูกมาเลี้ยงที่ที่ทำงานได้
เพราะ เขารู้ดีว่า เด็กที่กินนมแม่จะไม่เจ็บป่วยบ่อยๆ แม่ไม่ต้องลางานพาลูกไปหาหมอรักษาโรค บริษัทไม่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ลูกที่ป่วย และสำคัญสุด แม่มีสมาธิในการทำงานไม่พะวักพะวงกับลูกที่ป่วย แม่รักภักดีกับบริษัทมากขึ้น  ชื่อเสียงของบริษัทจะกระจายออกไปในสังคมว่า สนับสนุนนมแม่ และรักษาสิ่งแวดล้อม
            เพื่อนร่วมงานที่ไม่เคยชินกับการให้นมแม่อาจจะมองในแง่ลบกับการที่แม่เจียดเวลาไปปั๊มนม หรือบางคนอาจจะพูดให้ไขว้เขวไปให้นมชนิดอื่น  แม่ต้องมั่นคงเพื่อผ่านด่านนี้ไปให้ได้
            ฐานที่ 4 สังคมภายนอกบ้าน
          เมื่อถึงเวลาที่แม่ลูกจะต้องออกไปทำธุระนอกบ้านบ้าง  พื้นที่สาธารณะเช่น สนามบิน สถานีรถไฟ  ห้างสรรพสินค้า  ควรต้องมีห้องให้แม่ลูกเป็นสัดส่วนมิดชิดเพื่อให้นมแม่ได้  และตัวแม่เองต้องมีความภาคภูมิใจที่จะให้นมแม่อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้จะยังเป็นคนส่วนน้อย แต่เราจะเป็นแบบอย่างให้สังคมรับรู้ และเคยชินกับการให้นมแม่
            ฐานนี้จะมีแรงต้านเพิ่มมากขึ้นจากอิทธิพลของการโฆษณาและการตลาดของนมผง ทำให้คนส่วนใหญ่เชื่อว่านมแม่หลัง 6 เดือนไม่มีประโยชน์  ซึ่งเป็นความเชื่อผิดๆที่ควรได้รับการแก้ไข การจะผ่านด่านนี้ไปได้ แม่ต้องเข้มแข็ง หาผู้สนับสนุนให้กำลังใจ จากกลุ่มแม่ที่เคยให้นมแม่ได้สำเร็จ เช่น ในเว็บไซท์ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย www.thaibreastfeeding.org หรือคลินิกนมแม่ตามโรงพยาบาลต่างๆ
            ฐานที่ 5 หลักเกณฑ์ว่าด้วยการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก
            ด่านนี้คือด่านสุดโหด ที่จะฝ่าฟันก้าวข้ามได้อย่างยากลำบากหากทุกคนไม่ช่วยกันผลักดัน  ในประเทศที่พัฒนาแล้วที่มีอัตราการให้นมแม่สูงๆเขาจะมีกฎหมายที่ห้ามการโฆษณานมผสม เพราะข้อมูลเกี่ยวกับการให้นมแม่ไม่ควรจะต้องแข่งกับการโฆษณานมผสม  หากไม่มีการโหมโฆษณาและแจกตัวอย่างนมผสมฟรี การสนับสนุนให้แม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่นานๆจะทำได้ง่ายขึ้น
            สำหรับประเทศไทยหลักเกณฑ์ดังกล่าวยังไม่ใช่กฎหมาย เป็นเพียงข้อตกลงแบบสุภาพบุรุษระหว่างกระทรวงสาธารณสุข และบริษัทผู้ประกอบธุรกิจอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก  ถ้ามีการละเมิดก็ไม่มีความผิดทางกฎหมายใดๆ เท่าที่ผ่านมาจึงมีการโฆษณากันอย่างเสรีบนทุกสื่อสาธารณะ ทั้งทีวี วิทยุ นิตยสารไม่เว้นแม้กระทั่งป้ายรถเมล์และด้านข้างรถเมล์  การที่คนเห็นโฆษณานมผงบ่อยๆทำให้ค่อยๆซึมซับเข้าจิตใต้สำนึกโดยไม่รู้ตัว ส่วนนมแม่นั้นแทบจะไม่มีใครโฆษณาให้ คนทั่วไปจึงไม่รู้ถึงคุณค่าอันมหาศาลของนมแม่
ภารกิจที่ฐานนี้คือการให้ออกกฎหมายว่าด้วยการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก เพื่อคุ้มครองสิทธิของเด็กให้ได้รับน้ำนมแม่ได้ตั้งแต่แรกเกิดโดยไม่มีนมผสมมาแทรกแซง
           
            ทุกคนทุกที่สนับสนุนนมแม่ได้ เพื่อช่วยเด็กไทยให้ได้รับน้ำนมแม่อันทรงคุณค่าไปได้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
                 ทุกคนพร้อมที่จะเริ่มวอล์กแรลลี่ นมแม่ กันหรือยังคะ ทีมสนับสนุนเข้าประจำที่ที่แต่ละฐานได้เลย ! (4ฐานแรกคิดว่าพอไปไหว แต่ฐานสุดท้ายนี่สิ กุมขมับเลยค่ะ .....)

 
 

Syndicate

Copyright 2007-2010 Thai Breast Feeding. All rights reserved
Joomla Templates by JoomlaShack Joomla Templates