|
แหล่งที่มา : หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก
ฉบับวันที่ 19 มกราคม 2553 หน้า 21
การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นรากฐานของชีวิตเด็ก อันจะนำไปสู่สุขภาวะที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญา กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรมอนามัย องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย องค์การอนามัยโลก ประเทศไทย และศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกันจัด "พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการสนับสนุนการจัดสวัสดิการแรงงานการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในสถานประกอบกิจการ" เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการจัดตั้ง "มุมนมแม่" ขึ้นในสถานประกอบกิจการ
สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน เผยถึงการจัดตั้งมุมนมแม่ว่า เป็นความพยายามที่ต้องการให้แม่สามารถ "บีบ เก็บ ตุน" น้ำนมในระหว่างเวลาปฏิบัติงานเพื่อนำกลับไปให้ลูกที่บ้านได้ดื่มนมแม่ และต้องยอมรับว่าปัญหาสำคัญของคนวัยแรงงานก็คือ แม่ในสถานประกอบกิจการไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ กระทรวงแรงงานจึงเห็นว่า มุมนมแม่จะส่งผลดีให้ทั้งตัวเด็ก พนักงาน ครอบครัว และสถานประกอบกิจการ ทั้งในแง่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพัฒนาประเทศต่อไป โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมีเป้าหมายล่าสุดในการเพิ่มมุมนมแม่อีก 175 แห่งทั่วประเทศในปีนี้
ด้าน พญ.ยุพยง แห่งเชาวนิช ผู้จัดการโครงการการสร้างรากฐานชีวิตและสังคมด้วยนมแม่ เลขาธิการศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย โดยการสนับสนุนของสสส. ระบุถึงประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ว่า น้ำนมแม่มีคุณค่ามหาศาล เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารกว่า 200 ชนิด ช่วยในเรื่องพัฒนาการทางด้านสติปัญญา อารมณ์ช่วยส่งเสริม และทำให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง
"การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นเรื่องของคุณภาพและสุขภาพของเด็กไทย ถ้าเราไม่สามารถสร้างพลเมืองให้มีคุณภาพ เราจะไม่มีโอกาสได้แรงงานที่มีฝีมือในอนาคต ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดให้มีมุมนมแม่อยู่ในสถานประกอบการ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยาก เพียงผู้บริหารมีความจริงใจ ตั้งใจ และเล็งเห็นถึงประโยชน์ โดยใช้งบประมาณไม่มากนัก แต่จัดสถานที่ให้เหมาะสม มีสถานที่มิดชิดเป็นส่วนตัว สะอาด ถูกสุขอนามัย มีตู้เย็น อ่างล้างมือ เก้าอี้นั่ง น้ำดื่ม สำหรับให้แม่ไปใช้บริการ แค่นี้ก็เกิดเป็นมุมนมแม่ได้ ที่สำคัญที่สุด คือ การอนุญาตให้แม่ใช้เวลางานประมาณครึ่งชั่วโมง วันละ 2 ครั้ง มีบีบเก็บน้ำนม" พญ.ยุพยงกล่าว
ทพ.ศิริเกียรติ เหลียงกอบกิจ รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวว่า "มุมนมแม่" ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างคุณภาพชีวิตให้ทั้งแม่และเด็กแรกเกิดที่อยู่ในภาคส่วนอุตสาหกรรม จากข้อมูลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากรของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ประจำวันที่ 1 ตุลาคม 2552 พบว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรจำนวน 66.90 ล้านคน มีผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป และอยู่ในวัยกำลังทำงาน ซึ่งคิดเป็นลูกจ้างหญิงจำนวน 3.92 ล้านคน หรือร้อยละ 47.44 ของลูกจ้างทั้งหมด ซึ่งในปีหนึ่ง ๆ จะมีเด็กเกิดใหม่ประมาณ 8 แสนคน โดยกึ่งหนึ่งจะมีแม่ทำงานในสถานประกอบการ "มุมนมแม่" ที่เป็นหนึ่งในโครงการภายใต้แผนงาน สสส. ก็จะช่วยให้เด็กแรกเกิดร่วม 4 แสนคน ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และแม่ก็จะมีสุขภาพจิตที่ดีเมื่อได้ดูแลอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ สาระสำคัญในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การสนับสนุนการจัดสวัสดิการแรงงานการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในสถานประกอบกิจการนั้น ประกอบด้วยภารกิจหลักดังนี้
1. ประกาศนโยบายการจัดสวัสดิการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในสถานประกอบกิจการ
2. ร่วมจัดทำเกณฑ์มาตรฐานมุมนมแม่ในสถานประกอบกิจการ และคู่มือการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
3. เผยแพร่ความรู้และสนับสนุนให้สถานประกอบกิจการจัดตั้งมุมนมแม่
4. พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่เพื่อรองรับการจัดตั้งมุมนมแม่ในสถานประกอบกิจการ
5. กำกับติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน
6. ประสานความร่วมมือด้านวิชาการ ระหว่างองค์กรภาคีเครือข่ายส่งเสริม สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในสถานประกอบกิจการ
Add as favourites (0) | Quote this article on your site | Views: 1691
ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ ต้องเป็นสมาชิกเท่านั้นค่ะ จึงสามารถใช้งานได้. กรุณา Log in หรือ กรุณาลงทะเบียนก่อนค่ะ. Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6 AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com All right reserved |