topleft
topright
mymind2.png

หนูน้อยนมแม่

เชิญสมัครสมาชิก

ยินดีต้อนรับสมาชิก ศูนย์นมแม่ทุกท่าน .. กรุณา login
นมแม่ป้องกันโรคอ้วน
เขียนโดย พญ. ศิริพัฒนา ศิริธนารัตนกุล   
Tuesday, 04 May 2010


          ปัจจุบันนี้ โรคอ้วนเป็นโรคที่ระบาดแพร่หลายไปทั่วโลก ในประเทศไทยก็เช่นกัน จากการสำรวจความชุกของโรคอ้วนในเด็กในปี 2544 พบถึงร้อยละ 7.9ในเด็กปฐมวัย และ 6.7ในเด็กวัยเรียน และพบว่าความชุกสูงสุดคือ วัยรุ่นอายุ 13-18ปี พบโรคอ้วนถึงร้อยละ 9.2 ทั่วประเทศ และ ร้อยละ 11.2 ในเขตกรุงเทพฯ

          สาเหตุของอ้วนมีหลายปัจจัย ทั้ง ด้านพันธุกรรม เชื้อชาติ วัฒนธรรม กินอาหารมากเกินไป ขาดการเคลื่อนไหวร่างกาย นั่งดูทีวีนานเกินไป การกินนมผงตั้งแต่วัยทารกและไม่ได้กินนมแม่

 ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของอเมริกา (CDC)ระบุว่า

การป้องกันการระบาดของโรคอ้วนในเด็กที่ทำได้ทันที และมีผลคุ้มกับการลงมือทำคือ

1.  ลดการดู ทีวีลง
2.  สนับสนุน การให้นมแม่

มีหลักฐานอะไร ที่ยืนยันว่าเด็กที่กินนมแม่จะอ้วนน้อยกว่า

1.-ผลสรุปจาก Evidence on the long-term effects of breastfeeding: systematic reviews and meta analysis WHO 2007 ที่เกี่ยวกับ นมแม่และโรคอ้วน  คือ
      ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนลดลงร้อยละ 22ในเด็กที่กินนม แม่ หมายความว่า ถ้ามีเด็กที่ไม่ได้กินนมแม่และโตขึ้นเป็นโรคอ้วน 100 คน ถ้าเปลี่ยนเด็กกลุ่มนี้มากินนมแม่ เมื่อโตขึ้นจะเป็นโรคอ้วนเพียง 78 คน
2. “Breastfeeding and Overweight: Longitudinal Analysis in an Australian Birth Cohort ” Burke V ET al (2005) J. Ped 147: 56-61
     ศึกษาในเด็ก ออสเตรเลีย 2087คน สรุปว่า ทารกที่กินนมแม่เป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปีจะผอมกว่าเด็กที่กินนมแม่น้อยกว่านั้น 
       ระยะเวลาที่กินนมแม่สัมพันธ์แบบผกผันกับความเสี่ยงต่อน้ำหนักเกิน  ทารกที่ไม่เคยกินนมแม่เลยมีแนวโน้มมากที่สุดที่จะอ้วนหรือน้ำหนักเกิน
3.-J. Ped 2002 141:764-9  Overweight and Obesity in 6-14year old Czech children in 1991: Protective effect of Breastfeeding สรุปว่า 
      การให้นมแม่เป็นระยะเวลานานสัมพันธ์กับการเกิดภาวะน้ำหนักเกินลดน้อยลง มีคำอธิบายดังนี้ :                    
3.1. ทารกกินนมแม่ตามความต้องการของเขาเอง  ในแต่ละมื้อจะกินไม่เท่ากัน เมื่ออิ่มเขาจะเลิกดูดเอง ดังนั้น เมื่อโตขึ้นเด็กกลุ่มที่กินนมแม่จะมีการควบคุมตนเองในเรื่องการกินอาหารได้ ดีกว่า                     
3.2. น้ำนมแม่มี energy density ( พลังงานต่อหน่วย) ต่ำกว่านมผสม  ในปริมาณที่เท่าๆกัน ทารกจะได้พลังงานน้อยกว่า จึงไม่มีการสะสมพลังงานที่เหลือเป็นไขมันเหมือนทารกที่กินนมผสม                      
3.3  รสชาติของน้ำนมแม่อาจมีผลต่อการพัฒนาตุ่มรับรสที่ลิ้น ทำให้เด็กที่กินนมแม่ไม่ชอบกินอาหารที่หวานมากแบบน้ำตาลซูโครส  และชอบอาหารที่ให้พลังงานต่ำมากกว่า                          
ทารกที่กินนมผสมจะได้พลังงานมากกว่าทารกที่กินนมแม่ ถึง 30000 แคลอรี่ เมื่ออายุถึง 8 เดือน  พลังงานที่เกินเทียบเท่ากับการกินขนมหวานเพิ่มโดยไม่จำเป็น พลังงานส่วนเกินนี้ต้องใช้ฮอร์โมน insulin ไปเปลี่ยนให้เป็นไขมันเก็บสะสมไว้  จึงพบว่า ทารกที่กินนมผสมจะมีระดับ plasma insulin สูงกว่าทารกที่ กินนมแม่ ผลก็คือ มีการกระตุ้น fat deposition และอาจจะมีผลต่อ การพัฒนาเซลล์ไขมันในระยะทารกนี้
   นอกจากนี้ยังพบว่า นมแม่มี Epidermal growth factors และ tumor necrosis factor alpha ที่ช่วยหยุดยั้ง การแบ่งตัวและเปลี่ยนแปลงลักษณะของ adipocyte ( เซลล์ไขมัน) จากการสังเกตในหลอดทดลอง
                 เรามาช่วยกันให้เด็กไทยได้รับน้ำนมแม่กันมากขึ้นและนานขึ้นกันเถอะ เพื่อในอนาคตเราจะได้มีประชากรเด็กอ้วนน้อยลง และมีสุขภาพที่ดีขึ้นค่ะ
                                       
อ่านประสบการณ์ของแม่ๆ ที่คุยกันและรูปหนูน้อยนมแม่อวบอ้วนได้ที่

 

 

 

Syndicate

Copyright 2007-2010 Thai Breast Feeding. All rights reserved
Joomla Templates by JoomlaShack Joomla Templates