โครงการ CSR มุมนมแม่ในสถานประกอบการ
สถาบันธุรกิจเพื่อสังคม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และองค์การยูนิเซฟแห่งประเทศไทย ร่วมสนับสนุน "โครงการ CSR มุมนมแม่ในสถานประกอบการ" เพื่อส่งเสริมการจัดสวัสดิการแรงงานการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในสถานประกอบการขึ้น เพื่ือกระตุ้นให้ภาคธุรกิจเห็นความสำคัญของการจัดสวัสดิการแรงงานแก่พนักงาน อันจะเป็นประโยชน์ต่อองค์กร และสังคมในภาพรวม
ประธานศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทยแพทย์หญิงศิริพร กัญชนะ กล่าวถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการขับเคลื่อนโครงการมุมนมแม่ว่า "การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจตลอดจนสังคมวัฒนธรรมในปัจจุบัน ทำให้ตัวเลขอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของประเทศไทยในปี....ลดลงอย่างน่าวิตกในทารกอายุ 5 เดือนแรกหลังเกิด พบเพียงร้อยละ 5.4 ต่ำกว่าจากมาตรฐานที่ร้อยละ30 ขององค์การอนามัยโลก ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งคือ ภาวะแม่ทำงานในยุคปัจจุบันและการตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมคุ้มครองการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ควบคู่กับการทำงาน
ด้วยความสำคัญดังกล่าว องค์การแรงงานระหว่างประเทศ ในอนุสัญญาฉบับที่ 183 ค.ศ. 2000 (TheInternational Labour organization-ILO) ได้ระบุให้สถานประกอบการมีช่วงหยุดพักสำหรับแม่ให้นมลูก (Breastfeeding Break) มีสถานที่และอุปกรณ์การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ตลอดจนการสร้างค่านิยมความรับผิดชอบของสังคมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
สำหรับการขับเคลื่อนในประเทศไทยโดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้บรรจุ "นโยบายมุมนมแม่ในสถานประกอบการ" ไว้ภายใต้แผนงานด้านส่งเสริมให้นายจ้างจัดสวัสดิการแก่ลูกจ้างพ.ศ.2551 นอกจากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้ประกาศเจตนารมณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) สมัยที่ 98 ณกรุงเจนีวา พ.ศ. 2552 เรื่อง การดำเนินมาตรการเชิงรุกเร่งด่วน เพื่อคุ้มครองและสนับสนุนให้แรงงานหญิงสามารถทำงานรักษารายได้และขณะเดียวกันสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่"
นายชัยยุทธ์ ชำนาญเลิศกิจ กรรมการผู้อำนวยการ สถาบันธุรกิจเพื่อสังคม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในฐานะแกนกลางเชื่อมโยงสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม กล่าวถึง การผลักดันโครงการฯ ว่า "ทางสถาบันฯ เชื่อมั่นว่าภาคธุรกิจ ได้ให้ความสำคัญต่อหญิงทำงานซึ่งนับว่าเป็นการทำ CSR โดยตรงต่อพนักงานที่จะส่งผลดีต่อการทำงาน และส่งผลต่อประสิทธิภาพและความเข้มแข็งขององค์กรในภาพรวม เป็นการขับเคลื่อน CSR ให้ดำเนินไปพร้อม ๆ กับการทำงานของพนักงานองค์กร จึงเป็นโอกาสอันดีที่เกิดการขับเคลื่อน นโยบายมุมนมแม่ในสถานประกอบการ อย่างบูรณาการ จากผู้เชี่ยวชาญและภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็ง ทางสถาบันฯ พร้อมเป็นแกนกลางในการผลักดัน "โครงการ CSR มุมนมแม่ในสถานประกอบการ" แก่ภาคธุรกิจในเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมั่นว่าภาคธุรกิจจะได้รับประโยชน์จากการเข้าร่วมโครงการอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งแก่ตัวองค์กรเอง ตลอดจนส่งผลต่อการยกระดับมาตรฐานด้านแรงงานของไทยในระดับสากลอีกด้วย"
การสร้างความตระหนักถึงความสำคัญและผลักดันให้เกิดผลสัมฤทธิ์นั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการส่งเสริมในระดับนโยบาย นายสุรินทร์ โตทับเที่ยง รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวถึงการเข้าร่วมสนับสนุนว่า "สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เล็งเห็นความสำคัญของ "นโยบายมุมนมแม่ในสถานประกอบการ" ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นที่มีความสำคัญต่อการพัฒนารกฐานสังคมไทย และพร้อมเป็นกำัลังร่วมขับเคลื่อนให้เกิดมุมนมแม่ในสถานประกอบการขึ้น ด้วยพลังจากเครือข่ายองค์กรหอการค้า มีสมาชิกที่เป็นภาคธุรกิจทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคกว่า 30,000 แห่่ง มีพนักงานที่เป็นภาคแรงงานในสถานประกอบการจำนวนมาก โดยเฉพาะแรงงานสตรี ซึ่งอีกบทบาทหนึ่งที่สำคัญของการเป็นแม่ที่จะสร้างเยาวชนให้เติบโตและมีคุณภาพ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจจากภาคธุรกิจในการดำเนินธุรกิจ ด้วยความรับผิดชอบ ย่อมเป็นกำลังสำคัญในการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตสังคมไทยในระยะยาว"
ด้าน นางศรีวณิก หัสดิน ผู้ช่วยผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวถึง การดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบาย CSR ภายใต้การนิคมและการเข้าร่วมเสริมหนุนโครงการมุมนมแม่ว่า "การนิคมฯ มีความตระหนักถึงบทบาทในการพัฒนาคุณภาพสังคม และชีวิตของพนักงานที่ปฏิบัติงานในสถานประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม รวมทั้งประชาชนที่อาศัยในพื้นที่รอบนิคมอุตสาหกรรม ให้มีความเป็นอยู่และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ดังนั้น โครงการฯ ดังกล่าว จะเป็นโครงการที่มีความสำคัญในการสร้างความรับรู้ในความสำคัญของการเลี้ยงดูบุตรด้วยน้ำนมแม่ ซึ่งถือได้ว่าเป็นยาวิเศษขนานหนึ่งที่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทารกแรกเกิด และช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน และยังจะมีส่วนช่วยในการพัฒนาการด้านสมองของเด็ก โดยเฉพาะอยา่งยิ่งในกลุ่มพนักงานในการนิคมฯ โดยในปัจจุบันมีพนักงานหญิงที่ทำงานอยู่ในองค์กรและสถานประกอบการในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมจำนวนมากที่อยู่ในภาวะการตั้งครรภ์ และช่วงเลี้ยงดูบุตรทารกแรกเกิด ทาง กนอ.พร้อมที่จะสนับสนุนให้องค์กรในพื้นที่การนิคมเกิดความตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของแม่และเด็กที่อยู่ในองค์กร และร่วมสนับสนุนโครงการ CSR มุมนมแม่ในสถานประกอบการ"
ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ในฐานะองค์กรหลักในการขับเคลื่อน โดยการสนับสนุนการจัดตั้งมุมนมแม่ในสถานประกอบการ เชื่อมโยงองค์ความรู้และให้คำปรึกษาแก่สถานประกอบการในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ตลอดจนดำเนินการติดตามผลและเชิดชูองค์กรต้นแบบ เพื่อสร้างความตระหนักแก่สังคมในวงกว้าง บริษัทที่มีความสนใจ สามารถติดต่อสอบถามและสมัครเข้าร่วมโครงการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย มายังศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย โทร. 02-3548404, 089-7925877, 089-7665489
Add as favourites (0) | Quote this article on your site | Views: 1288
ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ ต้องเป็นสมาชิกเท่านั้นค่ะ จึงสามารถใช้งานได้. กรุณา Log in หรือ กรุณาลงทะเบียนก่อนค่ะ. Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6 AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com All right reserved |