topleft
topright
mymind2.png

หนูน้อยนมแม่

เชิญสมัครสมาชิก

ยินดีต้อนรับสมาชิก ศูนย์นมแม่ทุกท่าน .. กรุณา login
การส่งเสริมพัฒนาการเด็กวัย 0-3 ปี ตอนที่ 3
เขียนโดย พญ.ปิยาภรณ์ บวรกีรติขจร   
Sunday, 15 August 2010

โดยอาจารย์ประภาศรี นันท์นฤมิต

จากหนังสือสายใยรักแห่งครอบครัว

 

 ของเล่นเพื่อส่งเสริมพัฒนาการ

การเล่นของเด็กควรอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ตลอดเวลา แต่เปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลองทำ และเรียนรู้จากการกระทำด้วยตนเอง ให้โอกาสเด็กได้ฝึกความสามารถในการคิดแก้ปัญหาด้วยตัวเอง โดยมีผู้ใหญ่เป็นผู้ชี้แนะ หรือให้คำปรึกษา เพื่อพัฒนาความรู้สึกของเด็กให้ดี รู้ว่าตนเองมีคุณค่า(Self  - Esteem) ซึ่งจะสามารถพัฒนาให้เกิดความมั่นใจ และมีบุคลิกภาพที่ดีต่อไปในอนาคต   นอกจากนี้เด็กยังมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ชอบลองผิดลองถูก และต้องการสำรวจสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่แปลกใหม่ด้วยตัวเอง ตลอดทั้งยังยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง (Ego Centric)  ไม่ชอบให้ใครมาสั่งหรือบังคับ จึงอาจแสดงออกโดยการต่อต้าน เช่น ขัดใจลงไปนอนดิ้น  ร้องกวนอาละวาด หากพ่อแม่หรือผู้ดูแลรู้จักหลอกล่อหรือเบี่ยงเบนความสนใจ ก็จะลดพฤติกรรมเหล่านั้นได้

อุปกรณ์ของเล่นและเกมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็กวัย 0-1 ปี

วัสดุอุปกรณ์  / เกม ประโยชน์
1. วงแหวนที่มีลักษณะพื้นผิวแตกต่างกันอาจเป็น พลาสติกแข็ง  ยางนิ่ม หรือผ้า ฯลฯ            (อายุ 3-8 เดือน) เด็กวัยนี้มักนำของเล่นเข้าปาก  ใช้ปากในการดูด อม เลีย ใช้เหงือกย้ำ กัดเล่น เพื่อฝึกความแข็งแรงของเหงือก และยังอาจสามารถลดอาการเจ็บขณะที่ฟันของเด็กวัยนี้กำลังขึ้นได้ โดยนำวงแหวนพลาสติกยางไปแช่ตู้เย็น ความเย็นจากยางจะลดอาการเจ็บได้ขณะที่เด็กกัดเล่น
2. โมบายพวงวัสดุที่เป็นรูปสัตว์ หรือดอกไม้ ที่มีสีสันสดใส แขวนไว้ที่หัวเตียงหรือเปล ซึ่งอาจมีเสียงดนตรีประกอบด้วย           (อายุ 3-5 เดือน) เพื่อฝึกการใช้สายตาในการมองวัตถุขณะเคลื่อนไหว  ขณะที่เด็กนอนเล่นอยู่บนเตียง แขวนโมบายอยู่เหนือศีรษะเด็กระยะ 8-10 นิ้ว เพื่อให้เด็กได้ใช้สายตามองดูขณะของเล่นแกว่งไปมา เด็กจะสนใจมองดูการเคลื่อนไหวของวัตถุ และยังสามารถฝึกการฟังเสียงดนตรีของเครื่องเล่นอีกด้วย 
3. ตุ๊กตายางผิวหยาบหรือนิ่มอาจทำจากผ้าหรือพลาสติกยางซึ่งอาจบีบมีเสียง / ไม่มีก็ได้           (อายุ 4-12 เดือน) เพื่อฝึกคว้าจับและ สัมผัส โดยใช้ของเล่นที่มีพื้นผิวสัมผัสที่ต่างกัน เด็กวัยนี้ชอบจับสัมผัส ลูบ คลำ บีบเล่น หรือโยนเล่น กลิ้งเล่น   และฝึกการฟังเสียง ต่างๆกันของของเล่นขณะบีบ เขย่า เคาะ  ตลอดทั้งฝึกจับของเล่นเปลี่ยนมือได้อีกด้วย
4. เครื่องเขย่าให้เกิดเสียงได้แก่ กรุ๊งกริ๊ง กระดิ่ง ซึ่งอาจมีขนาดและน้ำหนักที่แตกต่างกัน ตามความเหมาะสมของเด็กแต่ละคน           (อายุ  3-12 เดือน) เพื่อฝึกกล้ามเนื้อมือในการจับและคว้าของเล่น  ฝึกการฟังเสียงของของเล่นที่มีความแตกต่างกัน เด็กวัยนี้ชอบคว้า จับ เขย่า เคาะ ของเล่นเพื่อให้เกิดเสียงต่าง ๆ รวมทั้งสามารถกระตุ้นให้เด็กได้สนใจมองขณะที่เด็กมีกิจกรรมในการจับเขย่า เคาะเล่นอีกด้วย   
5. กระจกเงา       (อายุ 4-12 เดือน) เพื่อฝึกการมองและการสังเกต การเคลื่อนไหวของหน้าตา และท่าทางขณะเด็กมองเล่น   เด็กวัยนี้มักชอบมองเงาตัวเอง และสิ่งอื่น ๆ ในกระจก   
6. ของเล่นไขลาน เช่น ลูกเป็ด ลูกไก่  และอื่น ๆ ซึ่งอาจมีเสียงดนตรีประกอบ

ขณะที่ของเล่นไขลานเคลื่อนไหว เด็กสนใจและมองตามการเคลื่อนไหวของของเล่นเหล่านั้น ตลอดทั้งกระตุ้นให้เด็กเกิดการเคลื่อนไหวตัวเองอีกด้วย เช่น เด็กอาจจะคืบ  คลาน หรือ เกาะเดิน  เหนี่ยวตัวลุกยืน เกาะยืน เพื่อให้ได้ของเล่นเหล่านั้น

 
7. วัสดุรูปทรงเรขาคณิต อาจเป็นผ้า  กล่องสีต่าง ๆ ก้อนไม้ หรือ ก้อนพลาสติกที่มีขนาดต่าง กัน

เพื่อฝึกการสังเกตรูปร่าง  รูปทรง และจับกำ ซึ่งภายในกล่องสีต่าง ๆ อาจใส่เม็ดถั่ว / เม็ดพลาสติก ไว้ข้างในได้ เมื่อเด็กเขย่า / เคาะ แล้วเกิดเสียง เพื่อกระตุ้นการฟัง และความสนใจของเด็กในขณะเล่น ของเล่นมากขึ้น

 
8. หมุดหรือไม้สี ซึ่งมีขนาดใหญ่ อาจทำด้วยไม้หรือ พลาสติก พร้อมกระดานมีรู

เพื่อเสริมสร้างเสริมสร้างการใช้ปลายนิ้ว ในการหยิบ หรือยัดนิ้วใส่ลงในรู หรือในช่องที่เจาะไว้บนกล่อง เด็กวัยนี้เริ่มใช้ปลายนิ้ว หยิบ หรือใช้นิ้วยัดใส่รู หรือช่องที่เจาะไว้

  
 9. เกมจ๊ะเอ๋      (อายุ 7 เดือน – 1 ปี)

เกมนี้เพื่อฝึกให้เด็กรู้จักการค้นหาวัตถุที่หายไป ตลอดทั้งฝึกความสนใจ สมาธิในการฟังจังหวะของเสียง และยังเป็นการเสริมสร้างปฎิสัมพันธ์ ระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ด้วย  โดยผู้ใหญ่อาจใช้มือ  ผ้า หรือกระดาษปิดหน้าตัวเอง หรือปิดหน้าเด็ก และเมื่อเปิดมือ ผ้า หรือกระดาษออกพร้อมกับพูดคำว่า จ๊ะเอ๋  ซึ่งน้ำเสียงที่ใช้ควรจะเร้าอารมณ์เด็กให้เกิดความสนุกสนานด้วย ซึ่งเด็กจะมองหาหน้าผู้ใหญ่ที่หายไปในขณะเล่น

 
10. เกมปูไต่ เกมนี้เพื่อฝึกให้เด็กได้รับการฟังเสียง ฝึกความสนใจ มีการจับจ้องมองหน้าแม่ ตลอดทั้งได้รับรู้ถึงการสัมผัสจากวัตถุที่มีความแตกต่างกันของพื้นผิว สร้างเสริมความสัมพันธ์ที่ดี ระหว่างผู้ใหญ่กับเด็ก รวมถึงพัฒนาการทางอารมณ์ที่ดีของเด็กด้วย โดยผู้ใหญ่ใช้ปลายนิ้ว หรือของเล่น หรือวัสดุที่มีพื้นผิวต่าง ๆ กัน เช่น ผ้า  ฟองน้ำ  ตุ๊กตายางไล้ไปบนผิวเด็กในทุกจุดของร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ขณะเล่นเกมผู้ใหญ่ควรพูดคุย หัวเราะ และยิ้ม สร้างบรรยากาศให้เด็กสนุกสนานไปด้วย ตลอดทั้งจุดต่าง ๆ ที่ลูบไล้ / สัมผัสไปบนผิวเด็กควรบอกให้เด็กได้รับรู้ด้วย เช่น แม่กำลังลูบไล้มือของลูกนะ  อาจร้องเพลงขณะเล่นปูไต่ด้วยก็ได้  
11. เกมจับปูดำ      (อายุ 9-12 เดือน)

เกมนี้เพื่อฝึกกล้ามเนื้อมือในการเปิด ปิดมือหรือกำ แบมือ ตลอดทั้งเด็กเริ่มสามารถเลียนแบบท่าทางกำมือ แบมือจากพ่อแม่ในขณะเล่นเกมนี้ โดยขณะเล่นผู้ใหญ่ควรร้องเพลง จับปูดำขย้ำปูนา จับปูม้า มาคว้าปูทะเลร่วมด้วย  เด็กจะเกิดความสนุกสนาน และสร้างเสริมการมี ปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอีกด้วย รวมทั้งเป็นการฝึกการฟัง ความสนใจ และสมาธิให้กับเด็กอีกด้วย

 
12. เกมตบมือเปาะแปะ      (อายุ 9-12 เดือน)

เกมนี้เพื่อฝึกการทำงานของกล้ามเนื้อมือทั้ง 2 ข้าง และเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นในขณะเล่นด้วย ตลอดทั้งให้เด็กฝึกฟังจังหวะในขณะตบมือ และเพิ่มความสนุกสนานให้กับเด็กอีกด้วย  โดยผู้ใหญ่จับมือเด็กมาตบมือกันหรือ เด็กตบมือเอง เมื่อผู้ใหญ่กระตุ้นให้เด็กทำตาม อาจใช้คำกลอน หรือ เพลงที่เกี่ยวข้องกับการตบมือมาประกอบด้วยก็ได้  เช่น คำกลอน ตบมือเปาะแปะ เรียกแพะมากินนม นมไม่หวานเอาน้ำตาลมาใส่หรือเพลงตบมือ เราเล่นตบมือกันดีกว่า( 3 ครั้ง ) แล้วเราชวนกันร้องเพลง 

 
13.เกมค้นหาของเล่น

เกมนี้เพื่อฝึกให้เด็กได้รู้จักใช้ความคิดในการแก้ปัญหาอย่างง่าย ในการค้นหาของเล่น ซึ่งผู้ใหญ่อาจช่วยชี้แนะได้บ้าง เพื่อให้เด็กเกิดความรู้สึกถึงความสำเร็จในการทำงาน ตลอดทั้งเด็กได้รับการฝึกประสบการณ์เรื่องการคงอยู่ของวัตถุ (Object Permanent) โดยผู้ใหญ่ใช้ผ้าหรือกระดาษปิดของเล่นในขณะที่เด็กเล่นอยู่ อาจจะปิดบางส่วน หรือปิดทั้งหมดของของเล่นก็ได้ ซึ่งเด็กจะพยายามค้นหาของเล่นโดยการดึงผ้า หรือกระดาษออก

 
14. กระบะทราย / ข้าวสารย้อมสี  หรือเม็ดถั่วต่าง ๆ

เพื่อกระตุ้นประสาทสัมผัสทางการจับ หยิบ ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก โดยการใช้ปลายนิ้วหยิบจับวัตถุ ที่มีขนาดต่าง ๆ กัน ตลอดทั้งเพิ่มพูนทักษะ การประสานงานระหว่างมือและตา รวมทั้งฝึกทักษะทางสังคม รู้จักมีการให้และรับ (Turn – Taking) สร้างลักษณะนิสัยที่ดีและเหมาะสม ซึ่งจะเป็นพื้นฐานทางอารมณ์ที่ดีอย่างหนึ่ง ซึ่งสามารถฝึกได้ตั้งแต่ยังเด็ก โดยการนำทราย หรือข้าวสารย้อมสี หรือเม็ดถั่วต่าง ๆ ใส่กระบะ และใช้อุปกรณ์การเล่นทราย หรืออาจประยุกต์ใช้อุปกรณ์ในครัวเรือน เช่น  จาน  ชาม ช้อน  แก้วน้ำ ฯลฯ มาร่วมในเกมนี้ 

 

 

อุปกรณ์ของเล่นและเกมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็กวัย 1 – 3 ปี

วัสดุอุปกรณ์ / เกม ประโยชน์
1. บล็อกขนาดต่าง ๆ ประมาณ  5-6 ชิ้น อาจทำด้วยไม้  พลาสติก หรือกระดาษแข็ง หรือเครื่องเล่น Lego   หรืออาจใช้กล่องสบู่ กล่องนมแทน ซึ่งสามารถวางต่อกัน หรือวางซ้อนกัน เพื่อฝึกทักษะการจับวาง  การวางซ้อน  การวางเรียง  ฝึกทักษะการใช้มือ และตา ประสานกัน  ฝึกการกะระยะ. ฝึกการสังเกต  ฝึกความคิด เปรียบเทียบขนาดต่าง ๆ ของวัตถุ 
 2. กระดาน ค้อนตอก อาจทำด้วยไม้ หรือพลาสติก เพื่อฝึกทักษะการใช้มือ ข้อมือ และท่อนแขน ตลอดทั้งการทำงานประสานงานกันระหว่างมือกับตา  ฝึกการกะระยะ   ทำให้เด็กได้เรียนรู้ถึงการใช้อุปกรณ์ของเล่นในการตอก  
3. ของเล่นเป็นชิ้นที่มีขนาดต่าง ๆ กันใหญ่บ้างเล็กบ้าง หรือยาวบ้างสั้นบ้าง  อาจทำด้วยไม้หรือ พลาสติก เพื่อฝึกทักษะการใช้กล้ามเนื้อ มือ สังเกตรูปร่าง และขนาด และรู้จักการเรียงขนาดเป็นระบบ  เช่น  เรียงตามลำดับจากเล็กไปใหญ่  หรือจากสั้นไปยาวโดยเด็กสามารถเรียนรู้การจัดวางรูป  ขนาดเป็นชั้นต่าง ๆ อย่างเหมาะสม  
4. ของเล่นที่ทำให้เกิดเสียง เช่น กล่องดนตรี  ของเล่นที่จับเขย่า  เคาะมีเสียง หรือ เครื่องดนตรีประเภทKeyboard กรับพวง เพื่อฝึกความสนใจฟังเสียงต่าง ๆ  จากเครื่องดนตรี และสนุกสนาน  ฝึกสมาธิและความสนใจ   ตลอดทั้งฝึกการใช้มือ นิ้วมือ ในการกด  เคาะ หรือตี 
5. บอลผ้า / ลูกบอลพลาสติกยาง หรือแป้นหลักใส่ห่วง เพื่อฝึกการกะระยะใช้สายตาประสานกับ มือ แขน  ในการโยน กลิ้ง ปา  ลงเป้าหมาย  (อาจเป็นบุคคล  หรือ  ตะกร้า  หรือ ลัง )  ได้คล่องแคล่ว แม่นยำ 
6.ของลากจูง เช่น สัตว์ต่าง ๆ   รถ เรือ รถไฟ มีเชือกร้อยให้เด็กลากจูง เพื่อฝึกความคล่องแคล่วของการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ในการเดินหรือวิ่งลากจูงของเล่นไป-มาอาจจะเคลื่อนไหวช้า เร็ว แล้วแต่ความสามารถและความสนใจของเด็กแต่ละคน 
7.อุปกรณ์เล่นทราย เช่น พลั่ว ช้อน ถังพลาสติก ใช้เล่นกับทราย หรือ ข้าวสารย้อมสี หรือ เม็ดถั่วต่าง ๆ เพื่อฝึกการใช้มือนิ้วมือ แขน และการทำงานประสานกันระหว่างมือ และ ตา ตลอดทั้งทักษะทางสังคมในการแบ่งปัน การให้ รับ (Turn – Taking) ระหว่างบุคคลอื่นอาจดัดแปลงใช้กับอุปกรณ์ในครัวเรือนได้เช่น ช้อน จาน ถ้วย ฯลฯ 
8. หนังสือรูปภาพ อาจทำด้วยกระดาษแข็งอย่างดี  ทำด้วยผ้า  ทำด้วยพลาสติกรวมทั้ง โปสเตอร์ภาพสัตว์ต่าง ๆ และอื่น ๆ เพื่อฝึกการใช้มือ นิ้วมือ ข้อมือ ในการพลิกหน้าหนังสือ และใช้นิ้วชี้รูปภาพต่าง ๆ ตลอดทั้งทักษะด้านความเข้าใจภาษา และการพูด 
9. ภาพตัดต่อ (Jigsaw) ควรมีจำนวน 3 – 6 ชิ้น อาจทำด้วยพลาสติก ไม้  กระดาษแข็งอย่างดี เพื่อฝึกให้เด็กสังเกต  เปรียบเทียบ ฝึกการคิดแบบบูรณาการ(ภาพรวม) ฝึกการจำ โดยการนำชิ้นส่วนของภาพมาต่อเรียงกัน เพื่อเกิดภาพได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจ เสริมสร้างความรู้สึกทีดีต่อตัวเอง(Self - esteem) 
10. สีเทียน  สีเมจิกแท่งใหญ่  ขีดเขียนบนกระดาน หรือกระดาษ เพื่อใช้ขีดเขียน ในลักษณะที่ไม่เป็นรูปร่างใด ๆ ทั้งสิ้น เด็กจะขีดเขียนเอง และสร้างสรรค์จินตนาการของตัวเอง โดยเด็กเริ่มจับดินสอในลักษณะของมือกำ ต่อมาจึงจับในลักษณะของการใช้นิ้วมือได้ในที่สุด และเริ่มเขียนแบบมีรูปร่างทางเรขาคณิตมากขึ้น คือ ขีดเส้นตรง และวงกลม เพื่อฝึกทักษะการควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อนิ้วมือ ข้อมือ และท่อนแขน ตลอดทั้ง ฝึกการคิดจินตนาการต่าง ๆ  
11.ของเล่น Pop – Up  ที่เป็นรูปสัตว์ เพื่อฝึกการทำงานของนิ้วมือ  มือ ในการกด หมุน บิด  ดึง ตลอดทั้งสร้างเสริมทักษะของพัฒนาการทางภาษา ในด้านความเข้าใจ และการพูด รวมทั้งสร้างความสนใจ และสร้างสมาธิ 
12. เกมวาดรูปด้วยนิ้วมือ (Finger Painting) อาจใช้สีน้ำ  สีโปสเตอร์ หรือกาวน้ำ / แป้งเปียกผสมสีอาหาร เกมนี้เพื่อกระตุ้นการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ได้แก่ นิ้วมือ   มือ ตลอดจนการประสานงานของตาและมือ  สามารถกระตุ้นความสนใจสร้างสมาธิในขณะทำกิจกรรม และฝึกงานด้านความคิดสร้างสรรค์  โดยให้เด็กใช้นิ้ว หรือมือในการละเลงสีน้ำ สีโปสเตอร์ สีแป้งเปียก  ลงบนกระดาษหรือกระดาน  
13. เกมจำจี้มะเขือเปาะ เพื่อฝึกการสร้างความสัมพันธ์ กับบุคคลอื่น ๆ โดยผู้ใหญ่ หรือเด็กจะเป็นผู้นำเกม ใช้นิ้วจิ้มลงบนนิ้วมือของผู้เล่นทีละนิ้ว พร้อมกับร้องเพลง จ้ำจี้มะเขือเปาะเป็นการฝึกการฟัง สร้างความสนใจ และการมีสมาธิในการเล่นกิจกรรม ตลอดทั้งได้รับการเสริมทักษะพัฒนาการด้านภาษา และรู้จักกติกาอย่างง่ายในการเล่น

 

 

Syndicate

Copyright 2007-2010 Thai Breast Feeding. All rights reserved
Joomla Templates by JoomlaShack Joomla Templates