|
โดยอาจารย์ประภาศรี นันท์นฤมิต
จากหนังสือสายใยรักแห่งครอบครัว
ของเล่นเพื่อส่งเสริมพัฒนาการ
ของเล่นหรือการเล่นมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ของเด็กอย่างมาก ถือว่าเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะนำไปสู่กระบวนการเรียนรู้ของเด็กในอนาคต ดั้งนั้นถ้าพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูได้เข้าใจและสามารถนำของเล่นหรือกิจกรรมการเล่นไปใช้กับเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ทักษะพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กจะก้าวไปอย่างมีคุณภาพยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อเด็กมีพื้นฐานทางพัฒนาการที่ดีและเหมาะสมกับวัย เด็กจะสามารถนำประสบการณ์ต่างๆที่ผ่านมาไปประยุกต์ใช้กับการเรียนรู้ในอนาคตได้อย่างมีคุณภาพ
ความหมายของการเล่น
การเล่นเป็นกิจกรรมการเรียนรู้และเป็นตัวกระตุ้นให้เด็กเกิดการรับรู้ที่ดี ตลอดทั้งให้เด็กได้เรียนรู้ตัวเองและบุคคลอื่นโดยไม่รู้ตัว และนอกจากนี้การเล่นยังมีผลต่อพัฒนาการทางสมองและระบบประสาทอีกด้วย
วัตถูประสงค์ในการเล่น
1. เสริมสร้างความสนใจและคงสมาธิ
2. เสริมพัฒนาการด้านต่างๆที่บกพร่อง
3. เสริมสร้างปฏิกิริยาการรับรู้และการตอบสนอง
ประโยชน์ของการเล่น
1. ช่วยเสริมสร้างให้เด็กมีพัฒนาการในทุกด้าน
2. ช่วยเสริมสร้างการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5
3. ช่วยพัฒนาด้านสติปัญญา เสริมสร้างจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์
4. ช่วยพัฒนาความสามารถในด้านการสื่อสาร โดยเฉพาะคำศัพท์
5. ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในตัวเอง
6. ช่วยเสริมสร้างลักษณะนิสัยที่ดีทางสังคม เช่น การแบ่งปัน (sharing) การผลัดเปลี่ยน (turn taking) การช่วยเหลือ (co-operation) การอดทนต่อการรอคอย ความยืดหยุ่น (flexibility)
7. ช่วยเสริมสร้างให้เด็กรู้จักตนเองได้ดีขึ้นซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จที่ได้กระทำ
8. ช่วยเสริมสร้างสุขภาพจิตและอารมณ์ที่ดี
9. ช่วยพัฒนาและส่งเสริมบทบาททางเพศ และบทบาทสมมติ
10. ช่วยพัฒนาและเสริมสร้างความสนใจและสมาธิ
การเลือกของเล่นให้เหมาะกับความสามารถของเด็กในแต่ละวัย มีความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพของเด็กเป็นอย่างมาก พ่อแม่หรือผู้ดูแลจึงมีบทบาทสำคัญต่อการเลือกสรรของเล่นและจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้ออำนวยต่อเด็กให้เกิดศักยภาพในการเรียนรู้ โดยคำนึงถึง
1. ความปลอดภัย
2. ความเหมาะสมกับอายุและพัฒนาการของเด็ก
3. ความสนใจของเด็ก
4. ความสะอาด
5. ความเหมาะสมของราคา
6. วิธีการเล่น
พัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กวัย 0-3 ปี
เด็กวัยนี้เรียนรู้ผ่านการเล่น และเรียนรู้ผ่านทางการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ ตาดู หูฟัง จมูกรับกลิ่น ลิ้นรับรส และผิวหนังรับสัมผัส ในวัยนี้เด็กมักชอบนำของทุกชนิดเข้าปาก โดยใช้ปากในการสำรวจของนั้นๆ ทั้งดูด เลีย อม พ่อแม่และผู้เลี้ยงดูควรส่งเสริมให้เด็กได้ใช้ทักษะเหล่านี้โดยหาของเล่นที่มีขนาดเหมาะมือ น้ำหนักเบา ขนาดไม่เล็กจนเกินไป ปลอดภัย ล้างทำความสะอาดง่าย เพื่อให้เด็กได้ฝึกทักษะในการใช้มือและตาประสานกันในการคว้าจับ เขย่า เอาเข้าปาก พ่อ แม่หรือผู้เลี้ยงดู ไม่ควรดึงมือหรือของเล่นออกจากปากเด็ก เพราะจะทำให้เด็กหงุดหงิด อารมณ์เสีย และขาดโอกาสในการใช้ปากสำรวจเพื่อการเรียนรู้ และที่สำคัญพ่อแม่ควรพูดคุยและมีปฎิสัมพันธ์กับลูกขณะชี้ชวนให้ลูกเล่นอีกด้วย อย่าปล่อยให้ลูกเล่นคนเดียว หรือดูทีวีตลอดเวลาโดยไม่ใครคอยชี้แนะ ซึ่งจะเป็นการบั่นทอนพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กอย่างมากและอาจส่งผลถึงปัญหาพัฒนาการและพฤติกรรมได้อีกด้วย ซึ่งการเรียนรู้ของเด็กในวัยนี้ต้องการบุคคลที่จะเล่นด้วย มีปฎิสัมพันธ์ด้วย และบางครั้งเด็กต้องการสำรวจตรวจค้นสิ่งแวดล้อมด้วยตัวเอง โดยอาจใช้ปากซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ในการเรียนรู้ ในการสัมผัสวัตถุ / ของเล่น การใช้ตา และการใช้มือทำงานประสานงานกันเพื่อการจับวัตถุ / ของเล่น เข้าปากได้อย่างถูกต้องแม่นยำ และได้เรียนรู้การสัมผัสพื้นผิวที่แตกต่างกันของวัตถุ จากการจับ กัด ดูด หรือเลีย พ่อแม่หรือผู้ใหญ่บางท่านอาจไม่เข้าใจถึงพฤติกรรมของเด็กในวัยนี้ จึงจำกัดหรือห้ามปราม ไม่ให้เด็กเอาของเข้าปาก อาจเพราะกลัวสกปรกหรือสำลัก ซึ่งจะทำให้เด็กหงุดหงิด อารมณ์เสีย และไม่เกิดการเรียนรู้ ดังนั้นพ่อแม่ ผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดหรือพี่เลี้ยงควรเข้าใจในพฤติกรรมของเด็กและส่งเสริมการเรียนทักษะเหล่านี้ให้ถูกต้องเหมาะสม รวมทั้งดูแลเรื่องความปลอดภัยในการเล่นของลูก โดยเฉพาะอุปกรณ์การเล่น ควรที่จะมีขนาดใหญ่ สีสันปลอดภัย จับ / กำถนัดมือ สามารถให้เด็กได้สัมผัสผ่านการกัด ดูด เลียได้ ขนาดและน้ำหนักต้องเหมาะสมกับเด็กแต่ละคน สามารถล้าง / ซัก อุปกรณ์ของเล่นได้ เมื่อสกปรก ตลอดทั้งพ่อแม่ควรมีปฏิสัมพันธ์กับเด็กระหว่างการเล่นอีกด้วย อย่าปล่อยให้เด็กเล่นคนเดียวเพราะเด็กยังไม่รู้จักว่าของเล่นแต่ละชิ้นมีวิธีการเล่นอย่างไรและอาจเกิดอันตรายเกิดขึ้นกับเด็กด้วย
|