|
ฟลูออไรด์กับการป้องกันฟันผุ |
|
|
|
เขียนโดย พญ.ปิยาภรณ์ บวรกีรติขจร
|
|
ศุกร์, 22 กุมภาพันธ์ 2008 |
โรคฟันผุเป็นโรคที่ป้องกันได้ ถ้าสามารถควบคุมและกำจัดสาเหตุโดย
- แปรงฟันให้ถูกวิธี เพื่อกำจัดเศษอาหารและแบคทีเรีย ที่ติดค้างอยู่บนผิวเคลือบฟัน
- จำกัดอาหารที่เป็นวัตถุดิบในการสร้างกรดของแบคทีเรีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารจำพวกน้ำตาล
- เสริมสร้างฟันให้แข็งแรงด้วยการใช้ฟลูออไรด์อย่างถูกต้อง
ฟลูออไรด์ทำให้ฟันแข็งแรงและทนต่อการเกิดโรคฟันผุ โดยมีวิธีใช้ได้ 2 ทางคือ
- การรับประทานฟลูออไรด์ ซึ่งฟลูออไรด์จะซึมเข้าสู่กระแสเลือดและถูกนำไปสร้างกระดูกและฟัน โดยรวมตัวกับแคลเซียมและฟอสฟอรัสกลายเป็นสารประกอบฟลูออโรแอปาไทต์อยู่ในตัวฟันทำให้ฟันนั้นทนทานต่อการละลายในกรด และไม่เกิดโรคฟันผุได้ง่าย
- การทาฟลูออไรด์โดยตรงที่ผิวเคลือบฟันโดยทันตแพทย์ หรือการใช้ฟลูออไรด์เฉพาะตำแหน่งในแบบอื่นๆ เช่น การใช้น้ำยาบ้วนปากหรือการใช้ยาสีฟันที่ผสมฟลูออไรด์ วิธีดังกล่าวจะทำให้ฟันไม่ผุโดยฟลูออไรด์ไอออนจะแทรกซึมเข้าไปในผิวเคลือบฟัน และบางส่วนจะรวมกับแร่ธาตุของผิวเคลือบฟันกลายเป็นสารประกอบฟลูออโรแอปาไทต์ฝังตัวอยู่ใน และบริเวณรอบผิวเคลือบฟัน นอกจากฟลูออไรด์ยังช่วยลดการเกาะติดของโปรตีนจากน้ำลายซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดเป็นแผ่นคราบจุลินทรีย์ได้จึงลดความรุนแรงของกรดที่มาทำลายผิวเคลือบได้อีกทางหนึ่ง
การใช้ฟลูออไรด์สำหรับป้องกันโรคฟันผุเพื่อให้มีประสิทธิภาพดีที่สุดนั้น จะมีหลักดังนี้
1. ช่วงอายุที่ยังไม่มีฟันในช่องปาก (แรกเกิดถึง 6 เดือน) ใช้ฟลูออไรด์ชนิดรับประทานอย่างเดียว2. ช่วงอายุตั้งแต่มีฟันซี่แรกโผล่ขึ้นมาบนสันเหงือก (ประมาณ 6 เดือน) จนอายุ 13 ปี ใช้ฟลูออไรด์ทั้งชนิดรับประทานและทาเฉพาะที่พร้อมๆ กันไป3. อายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป ใช้ฟลูออไรด์ทาเฉพาะที่อย่างเดียว
โดยควรได้ปรึกษาเพื่อรับคำแนะนำและเรียนรู้วิธีใช้อย่างระมัดระวังจากทันตแพทย์เสียก่อน
วิธีการใช้ฟลูออไรด์ดังที่จะกล่าวต่อไปนี้ ใช้เฉพาะบริเวณที่ไม่มีฟลูออไรด์ในน้ำประปาหรือในน้ำดื่มตามธรรมชาติ
1. ทารกแรกเกิดถึง 2 ขวบ รับประทานฟลูออไรด์วันละ 0.25 mg. ระยะแรกควรใช้ฟลูออไรด์ชนิดน้ำ และเมื่อเด็กเริ่มมีฟันขึ้นจึงเปลี่ยนเป็นชนิดเม็ด โดยให้เคี้ยวหรืออมให้ฟลูออไรด์ละลายไปเคลือบผิวเคลือบฟันให้ทั่วก่อนกลืน2. เด็กอายุ 2 – 3 ปี รับประทานฟลูออไรด์วันละ 0.5 mg. โดยพยายามให้เคี้ยวหรืออมให้ฟลูออไรด์ไปเคลือบผิวเคลือบฟันให้ทั่วก่อนกลืนเช่นกัน3. เด็กอายุ 3 – 13 ปี รับประทานฟลูออไรด์วันละ 1 mg. ในระยะนี้ควรใช้น้ำยาบ้วนปากฟลูออไรด์ที่มีความเข้มข้น 0.01% อมวันละ 1 ครั้ง หลังแปรงฟันก่อนเข้านอน
4. ตั้งแต่ 13 ปี ขึ้นไป หยุดใช้ยาเม็ดฟลูออไรด์ ใช้น้ำยาบ้วนปากฟลูออไรด์อย่างเดียวตลอดไป
นอกเหนือจากการใช้ฟลูออไรด์ตามขนาดและระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ควรพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพของเหงือกและฟัน พร้อมทั้งขูดหินน้ำลาย ขัดผิวเคลือบฟัน และทาฟลูออไรด์ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
หมายเหตุ : ควรรับประทานยาเม็ดฟลูออไรด์ก่อนเข้านอน จะเป็นเวลาที่เหมาะที่สุด
โดย ทพญ. แขขวัญ มณีไพโรจน์ (หมอปู)
|
|
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( ศุกร์, 22 กุมภาพันธ์ 2008 )
|