ขอโทษค่ะเข้ามาล่าช้าไป 2 วันด้วยมีเหตุให้ต้องออกนอกบ้านทุกวัน
ทีนี้กลับมาว่ากันต่อถึงวิธีและขั้นตอนการปฏิบัติ (อย่างละเอียด ตามคำขอค่ะ) โดยเราจะเริ่มที่คนสำคัญของเรื่องนั่นคือเจ้าตัวน้อยของเราค่ะ
ขั้นตอนและการปฏิบัติตนกับลูกน้อย
ต้องบอกก่อนนะคะว่านี่คือวิธีส่วนตัวของเราซึ่งบางขั้นตอนอาจจะขัดกับหลักทฤษฎีบ้าง ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะเรายึดความต้องการของลูกเป็นหลัก แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งเป้าหมายสำคัญนั่นคือ "การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่" ค่ะ
- ทำอย่างไรเมื่อลูกติดจุกไม่เอาเต้าแม่
ตามที่คุณแม่บอกว่า
QUOTE:
ตั้งแต่คลอดจนถึง 1 เดือน เลี้ยงลูกแบบผสม คือให้นมแม่บางมื้อ แล้วก็นมชง และน้ำนมแทบไม่ออกเลย ลูกก็ร้องหงุดหงิดเพราะไม่มีน้ำนม
อย่างทีคุณหมอและคุณจอยแม่น้องจิด้าบอกไว้เลยค่ะว่า สาเหตุหลักที่น้องร้องไห้หงุดหงิดนั้นมาจากเพราะน้องติดจุกมากกว่าเพราะน้ำนมมาน้อย อันนี้เราขอยืยยันอีกคน ที่บอกแบบนี้ก็เพราะว่า ช่วง 4 วันแรกก่อนที่ Antonio จะได้รับนมผสมนั้นน้ำนมเราก็แทบจะไม่มีหรือมีก็น้อยมาก ลูกตื่นขึ้นมาร้องขอนมเรียกว่าเกือบทุกชั่วโมง แต่เมื่อเราเอาลูกเข้าเต้าลูกก็จะสงบและหลับไปกับอกเราเสมอ จนตอนเช้าของวันที่ 5 เมื่อคุณย่าป้อนนมผสมเพียง 2 ออนซ์ เท่านั้น ผลที่ได้รับกลับมาก็คือ การติดจุกเพียงชั่วข้ามคืน เพราะหลังจากที่คุณย่าป้อนนมแล้วแม้ช่วงกลางวันลูกจะยอมเข้าเต้าเหมือนเช่นเคยแต่พอตกดึ
ลูกร้องขอกินนม เราเอาเข้าเต้าเหมือนเคยแต่ลูกเริ่มเปลี่ยนไปคือดูดไปได้นิดนึงก็คายนมแล้วเริ่มงอแงและ
ม่ว่าเราจะสลับข้างไปมายังไงลูกก็ดูดแล้วคายกลับมาเช่นกัน ที่สำคัญคือลูกเริ่มร้องเสียงดังขึ้นและไม่มีทีท่าว่าจะสงบง่ายๆ สุดท้ายเราเป็นฝ่ายยอมแพ้ จำต้องลุกมาชงนมให้ หลังทานนมแล้วลูกก็สงบและหลับไป นั่นเพราะลูกได้เรียนรู้แล้วถึงความรู้สึก "หิว" และ "อิ่ม" แถมเป็นการอิ่มแบบสบายเพราะการดูดนมจากขวดนั้นไม่ต้องออกแรงมากนมก็ไหลออกมา ไม่เหมือนการดูดจากเต้าซึ่งต้องใช้แรงและอาจเหนื่อยกว่าเพราะต้องใช้ลิ้นดันลานนม น้ำนมถึงจะไหลออกมาดังนั้นหากไม่คุ้นเคยและไม่ชำนาญกับการดูดเต้า น้ำนมที่ไหลจากเต้าก็อาจออกมาไม่สม่ำเสมอไหลบ้างไม่ไหลบ้าง (ตามการทำงานของลิ้น ไม่เหมือนการดูดจากขวดที่แม้ลูกจะหยุดดูด นมก็ยังสามารถไหลออกมาได้) บวกกับน้ำนมที่ผลิตออกมาไม่มากพอ ลูกคงรู้สึกขัดใจด้วยค้นพบแล้วว่ามันมีวิธีกินนมที่ง่ายแถมอิ่มโดยไม่ต้องออกแรง ด้วยเหตุนี้เพียงไม่กี่วันเต้าแม่ก็เริ่มหมดความหมาย จากที่เอาเข้าเต้าแล้วยังดูดบ้างแม้จะคายออกในเวลาต่อมา ก็เริ่มหันหน้าหนีเมื่อเอาเข้าเต้าและตามด้วยเสียงร้องงอแงแทบจะในทันที แต่เพราะเราตั้งใจไว้แต่แรกที่คิดจะมีลูกแล้วว่าเราจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ได้ ดังนั้นสิ่งที่เราทำก็คือ
1) ฝึกลูกให้ใช้ลิ้นในการกินนม
โดยการเลิกป้อนนมด้วยขวดแต่หันมาใช้การป้อนนมด้วยช้อน หรือถ้วย หรือ dropper แทน (ขึ้นอยู่กับลูกว่าใช้อะไรแล้วดูเค้าทานนมได้ง่ายกว่ากัน) ทั้งนี้เพื่อฝึกลูกใช้ลิ้นให้คล่องในการกินนม ซึ่งวิธีนี้อาจจะลำบากในช่วงแรกที่ทำเพราะแน่นอนว่าลูกต้องร้องไห้โวยวายงอแงสุดๆ และหากที่บ้านมีญาติผู้ใหญ่อยู่ด้วยคุณแม่ก็ยิ่งต้องอดทนเป็นเท่าทวีคูณโดยเฉพาะกับเสีย
บ่นว่าเหน็บแนมของผู้ใหญ่ที่อาจถึงขั้นทำให้คุณแม่น้ำตาเล็ด นำตาริน และรู้สึกผิดด้วยประหนึ่งว่า สิ่งที่เราทำคือการทรมานลูก แต่ถ้าคุณแม่มีใจสู้ และหนักแน่น มั่นคง รับรองได้ผลแน่นอน ทีนี้มาดูวิธีและขั้นตอนในการฝึกค่ะ
วิธีการป้อน: สำหรับการป้อนด้วยช้อนหรือถ้วยนั้นให้ตักนมใส่ครั้งละน้อยๆ แล้วเอาช้อนหรือถ้วยแตะปาก แล้วให้ลูกแลบลิ้นออกมาเลียนะคะ (ให้นึกถึงท่าหมาเวลากินน้ำยังไงยังงั้นเลยค่ะ) อย่ากรอกนมใส่ปากลูก ถ้าใช้ dropper ก็ดูดนมเข้าในหลอดทีละน้อยแล้วค่อยๆบีบเข้าปากลูกโดยใส่ dropperไว้ตรงกระพุ้งแก้มลูกค่ะ (โดยส่วนตัวเรา เราเลือกใช้ถ้วยกับช้อนแม้จะดูยุ่งยากกว่า dropper แต่เราสามารถเห็นถึงการใช้ลิ้นในการกินนมของลูกได้ชัดเจนกว่า)
ขั้นตอนการฝึก: เมื่อลูกร้องหิวนมช่วงแรกให้ป้อนนมลูกด้วยวิธีข้างต้นซึ่งนมจะหกบ้าง เลอะบ้าง ลูกร้องบ้างไม่ต้องสนใจ พอลูกเริ่มสงบหรือเห็นว่าป้อนนมไปได้พอควร ก็ลองเอาลูกเข้าเต้าเพื่อให้ดูดนมจากเต้าต่อ ถ้าเข้าเต้าแล้วยังงอแงก็รอสักพักถ้าไม่ดีขึ้นก็ให้ป้อนด้วยวิธีข้างต้นใหม่ แล้วเข้าเต้าอีกครั้งทำสลับกันไปแต่พยายามถ่วงเวลาให้นานที่สุดในการเข้าเต้า และทุกครั้งที่ป้อนนมด้วยช้อน ถ้วย หรือ dropper ให้สังเกตลูกด้วยนะคะ ถ้ารู้สึกว่าลูกเริ่มใช้ลิ้นในการเลียนมได้ดีขึ้นก็เอาลูกเข้าเต้า เร็วขึ้น และถ้าแน่ใจว่าใช้ลิ้นคล่องก็ลองเอาเข้าเต้าได้เลยโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม
เราฝึกลูกแบบนี้อยู่เป็นอาทิตย์ก็สามารถเอาลูกเข้าเต้าโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมซึ่งใน
่วงแรกลูกก็ยังอมๆคายๆ นมเราสลับกับการร้องไห้งอแง แต่ไม่นานก็เริ่มดีขึ้นและยอมเข้าเต้าแต่โดยดี
2) เมื่อแม่มีเหตุต้องหันกลับมาใช้ขวดนมอีกครั้ง
ทุกอย่างดูเหมือนกำลังไปได้ด้วยดี แต่แล้วเราก็ดีใจได้ไม่นานเพราะจู่ๆ ลูกก็กลับมามีอาการเดิมคือเอาเข้าเต้าไม่เท่าไหร่ก็คายเต้าแล้วเริ่มร้องงอแง ซึ่งปัญหาในครั้งนี้เราคาดว่าน่าจะมาจากปริมาณน้ำนมคงยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของลู
เพราะปัญหาใหญ่ของเราตั้งแต่แรกนอกเหนือจากน้ำนมน้อย ผู้ใหญ่แอบป้อนนมผสมจนลูกติดจุกแล้ว อีกปัญหาหนึ่งก็คือ "หัวนมข้างซ้ายสั้น" ทำให้ลูกดูดนมข้างนี้ไม่ถนัดและใช้เวลาในการดูดไม่นานพอ ทำให้เราจำต้องให้นมผสมกับลูกอีกครั้งและเมื่อเราหันกลับไปใช้วิธีเดิมคือป้อนนมลูกด้วย
้วย หนนี้ลูกไม่ยินยอมง่ายๆ แต่เพราะเราเห็นและแน่ใจว่าลูกนั้นใช้ลิ้นในการกินนมได้ดีและคล่อง เราจึงป้อนนมลูกด้วยขวดอีกครั้งเพียงแต่ในครั้งนี้เราจะใช้วิธี
เอาลูกเข้าเต้าก่อนถ้ากินไปสักพักลูกงอแงและเริ่มคายเต้าเราถึงจะป้อนนมด้วยขวดจากนั้นก
เอาเข้าเต้าอีกครั้ง (
ข้อควรระวัง! ด้วยว่าวิธีนี้อาจทำให้ลูกสับสนในเรื่องวิธีดูดนมได้เพราะอย่างที่บอกไว้แต่แรกว่าการดู
ด้วยขวดลูกไม่จำเป็นต้องใช้ลิ้น ดังนั้นคุณแม่ต้องแน่ใจว่าลูกนั้นใช้ลิ้นได้ดีจริงๆ ไม่งั้นลูกก็จะกลับไปติดจุกอีกครั้ง)
และแล้วในที่สุุดความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จย่อมอยู่ที่นั้น เราสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จนสำเร็จแถมลูกติดเต้าจนเกือบ 2 ปี (ถ้าไม่ติดว่าแม่มีน้องในท้องลูกคงไม่ยอมคืนเต้าแม่ง่ายๆแน่นอน) แม้ระหว่างทางเราต้องพบปัญหาอุปสรรคมากมาย ท้อแท้หมดกำลังใจไปก็หลายรอบ เสียน้ำตากับคำของคนรอบข้างก็หลายหน แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือ
"ความสุขเปี่ยมล้นที่ไม่สามารถบรรยายได้ เมื่อยามมองลูกดูดนมจากเต้าจนอิ่มแล้วหลับแนบกับอกเราอย่างมีความสุข"
3) จำกัดปริมาณนมผสม
การที่คุณแม่จำต้องให้ลูกทานนมผสมหากน้ำนมแม่มาไม่มากพอนั้นไม่ใช่เรื่องผิดค่ะ เพราะเราก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องเสริมนมผสมให้ลูกและเสริมมันทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่าลูกแพ้นม และกว่าที่เราจะทำให้ลูกหวนกลับมาคืนเต้าแบบถาวรโดยไม่พึ่งพานมผสมนั้นก็นานร่วม 3 เดือน
เพียงแต่ในการเสริมนมให้ลูกนั้นเราจะจำกัดปริมาณนมผสมให้ลูก ก็อย่างที่บอกแต่แรกค่ะว่าเรายึดความต้องการของลูกเป็นหลักก็จริง แต่เราก็ไม่ทิ้งเป้าหมายที่วางไว้ ดังนั้น
จุดประสงค์ในการเสริมนมผสมของเราก็คือเพื่อประทังความหิวของลูกเท่านั้น แต่หากลูกต้องการกินนมจนอิ่มก็ต้องดูดนมจากเต้าแม่เท่านั้นเช่นกัน ซึ่งเราจะให้นมผสมไม่เกิน 4 ออนซ์/ วัน จากนั้นก็ค่อยลดปริมาณนมผสมลง ส่วนจำนวนมื้อนั้นก็บริหารจัดการตามความเหมาะสมแต่รวมทุกมื้อนมผสมแล้วปริมาณนมต้องไม่เ
ิน 4 ออนซ์ นอกเหนือจากนั้นเป็นนมจากเต้าอย่างเดียว
ส่วนวิธีการบริหารจัดการมื้อและปริมาณนมที่เราใช้จะเป็นดังนี้ค่ะ
เดือนแรก - เดือนที่ 2 (ช่วงฝึกลูกใช้ลิ้น และช่วงเมื่อต้องกลับมาใช้ขวดนม) เป็น 4 มื้อ เช้า/กลางวัน/เย็น/ก่อนนอน มื้อละ 1 ออนซ์
เดือนที่ 3 จะลดทั้งปริมาณมื้อและปริมาณนมเหลือเป็น 1 มื้อคีอ มื้อเช้า 2 ออนซ์ ทั้งนี้เพื่อหลบไปปั๊มนมด้วยพบว่าช่วงประมาณ 6 โมงเช้าเป็นช่วงที่เราปั๊มนมได้มากที่สุด (แต่ก็ได้ไม่เกิน 2 ออนซ์) และลูกไม่ร้องกวนเพราะยังหลับอยู่ หรือหากตื่นก็ให้คุณย่าป้อนนมผสมที่เตรียมไว้เป็นการแก้ขัด และเมื่อเราสามารถทำนมสต็อกได้พอที่จะแทนนมผสมเราก็หยุดให้นมผสมทันที
- ทำอย่างไรกับอาการแพ้นมของลูก
ด้วยว่า Antonio นั้นแพ้นมผสมทุกชนิดแต่เรายังจำต้องพึ่งนมผสมเราจึงเลือกนมที่ส่งผลกับลูกน้อยที่สุดนั่
คือนมถั่วเหลือง บวกกับลูกมีอาการแพ้นมแบบไม่รุนแรงนักคือ แค่เกิดผดผื่นและมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อหลังทานนมผสม ส่วนวิธีรับมือกับอาการของลูกที่เราใช้ก็คือ
อาการผดผื่น: คุณหมอให้ยามาทาแต่เพราะมันเป็นเสตียรอยด์ เราจึงเลือกที่จะไม่ใช้แม้ว่ามันจะเป็นเสตียรอยด์แบบอ่อนๆก็ตามด้วยในตอนนั้นเราไม่รู้ว
าจะต้องใช้นานติดต่อกันแค่ไหน อีกอย่างเราเห็นว่ามันหยุดเดินทางอยู่แค่หน้าและคอลูก ไม่มีการลุกลามเพิ่มเติม และหลังจากเราเลิกนมผสมผดที่ว่าก็เริ่มหดหายไปอย่างช้าๆ จนในที่สุด Antonio ก็กลับมามีหน้าตาเกลี้ยงเกลาหล่อเหลาอีกครั้ง แม้จะใช้ระยะเวลาหลายเดือนก็ตาม
อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ: อาการที่บ่งบอกว่าท้องอืดเฟ้อก็คือ การร้องงอแงบิดตัว หรือมีอาการโก่งตัวไปมา ท้องแข็ง เมื่อเคาะท้องจะได้ยินเสียงดังป็อกๆ
วิธีรับมือเพื่อไล่ลมในท้อง: เราจะทามหาหิงค์ที่บริเวณท้อง และฝ่าเท้า หรือจับลูกนอนคว่ำ (ในกรณีที่ลูกยังชันคอ หรือหันหน้าไปมาไม่ได้ต้องเฝ้าระวัง กันหน้าลูกจมกับที่นอน/หมอน จนเกิดภาวะขาดอากาศหายใจ) เมื่อลูกขยับตัวไปมาน้ำหนักตัวจะกดทับท้องไล่ลมออกมาเอง (วิธีนี้เราได้มาเมื่อตอนมี Joannes คุณหมอเด็กของลูกแนะนำค่ะ)ไม่นานลูกก็จะผายลมออกมา แต่หากทามหาหิงค์ก็แล้ว จับนอนคว่ำก็แล้ว อาการยังไม่ดีขึ้นเราก็จะให้ลูกทาน gripe water (หรือ Air-X สำหรับเด็ก) ค่ะ
และทั้งหมดนี้ก็คือวิธีและขั้นตอนที่เราใช้กับลูก ส่วนวิธีและขั้นตอนในการปฏิบัติตนของคนเป็นแม่ประเดี๋ยวจะกลับมาว่าต่อค่ะ ตอนนี้ขอตัวไปจัดการกับเจ้าลิง 2 ตัวที่กำลังยื้อแย้งของเล่นกันอยู่
สู้..สู้ นะคะ ขอเป็นกำลังใจให้