เราว่าเรื่องของคำที่ใช้กับการพูดเร็วหรือช้าของลูกคงไม่เกี่ยวกันหรอกค่ะ แต่การที่คุณพยาบาลบอกแบบนี้อาจต้องการบอกเป็นนัยว่าให้พ่อแม่พูดกับลูกบ่อยๆ เพราะการพูดคุยกับลูกบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นจะ๊ จ๋า คะ ขา ครับผม หรือ อื่นๆอีกมากมาย นั้นเป็นหนึ่งในการช่วยเพิ่มศักยภาพทางด้านภาษาให้กับลูก ส่วนลูกจะพูดเร็วหรือช้านั้นส่วนที่สำคัญก็คือความสามารถในการพัฒนาทางด้านภาษาของตัวลูกเอง
ที่เราบอกแบบนี้เพราะ 2 หนุ่มน้อยๆของเราเป็นบทพิสูจน์ค่ะ ด้วยว่าเรานั้นเลี้ยงลูกมาในแบบเดียวกัน นั่นคือ เลี้ยง 2 ภาษาเหมือนกัน พูดคุยจะ๊ จ๋า (เหมือนที่คุณพยาบาลบอก) กันเป็นประจำ แต่ผลที่ได้ต่างกัน นั่นคือ
Antonio นั้น จัดเป็นเด็กที่มีการพัฒนาทางด้านภาษาในระดับที่ดี-ดีมาก (ตามคุณหมอและคุณครูว่า) เพราะลูกเรื่มส่งเสียงเรียกพ่อแม่ตอน 8 เดือน เริ่มพูดประโยค 2 คำตอน 1ขวบ 6เดือน และ ราว 2ขวบ สามารถพูดภาษาไทยกับคุณแม่เป็นประโยคยาวและค่อนข้างชัด แต่ถ้าพูดกับคุณพ่อก็จะใช้ภาษาอังกฤษ (เป็นประโยค 2 คำ) สามารถร้องเพลงไทยได้บางเพลงแม้ว่าจะข้ามบางประโยคไปบ้าง และเมื่อเข้าโรงเรียนตอน 2 ขวบครึ่ง ลูกก็สามารถโต้ตอบกับคุณครูเป็นภาษาอังกฤษได้ ร้องเพลงจบเพลงทั้งไทยและอังกฤษ และเริ่มพูดภาษาอังกฤษเป็นประโยคยาวได้ เล่าเรื่อง แต่งนิทานสั้นๆได้
ในขณะที่ Joannes นั้นตอนนี้ ขวบครึ่ง เรื่องภาษาอังกฤษไม่ต้องพูดถึง เพราะภาษาไทยไทยลูกพึ่งจะหลุดคำที่มีความหมายออกมาได้แค่ แม่ หม่ำ น้ำ เก็บ ไป และคำสุดท้ายคือ มา
ซึ่งหากเปรียบเทียบกับ Antonio แล้ว Joannes ถือว่าพูดช้าทีเดียว แต่หากมองตามพัฒนาการทางด้านภาษาถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ (ตามที่คุณหมอบอกอีกเช่นกันค่ะ) แม้จะเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ
และหากจะถามว่าเรากังวลใจกับการพูดช้าของ Joannes มั้ย? เราตอบได้เลยค่ะว่า "ไม่" เพราะเราเชื่อว่าเมื่อลูกพร้อมคำพูดของลูกก็จะพรั่งพรูออกมาเอง ก็นะ ! แม่ก็ talkative แถมยังมีพี่ชายช่างจ้อ แล้ว Joannesจะเหลือเหรอค่ะ เพียงแต่ตอนนี้คำที่หลุดออกมายังไม่เป็นภาษามนุษย์เท่านั้นเอง
