ใครเล่น Facebook บ้างคะ มันคล้ายๆ Hi5 อะค่ะ มีเรื่องจะเล่าให้ฟัง
เฟซบุ๊คไม่ให้โพสรูปให้นมลูก
เฟซบุ๊ค เว็บไซต์เครือข่ายออนไลน์ชื่อดัง(social network ลักษณะเดียวกันกับhi5:จอย)
ทำให้คุณแม่เดือดดาลเป็นการใหญ่เมื่อปลดรูปแม่ที่กำลังให้นมที่บรรดาคุณแม่ได้โพสลงโพรไ
ล์ของพวกเธอออก โดยบอกเหตุผลว่ามันดูเปิดเผยโจ่งแจ้งจนเกินไป จะว่าไปแล้ว นี่ก็เป็นเว็บไซต์ที่ยอมให้มีรูปภาพสาวๆใส่บิกินีกับรองเท้าแตะหรือรูปคู่รักจูบกันอย่างดูดดื่ม หรือแม้แต่ยอมรับเงินจากการให้เว็บไซต์หาคู่ที่แสดงภาพนางแบบโชว์อกโฆษณา(ภาพสาวโชว์อกถูกถอดออกหลังจากคุณผู้หญิงทั้งหลายรู้เรื่องมือถือสากปากถือศีลเหล่านี้)
เพื่อตอบโต้คำเตือนว่าพวกคุณแม่ทั้งหลายกำลังละเมิดนโยบายเพื่อความเหมาะสมของเฟซบุ๊ค กลุ่มผู้รณรงค์เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตอบโต้ด้วยการ?ให้นมลูก?จริงๆ ผู้หญิง 11,000 คนโพสรูปของตัวเองที่กำลังให้นมลูกหรือไม่ก็อัพเดทโพรไฟล์ของตนโดยการเขียนว่า ?นี่ เฟซบุ๊ค, การให้นมลูกไม่ใช่เรื่องลามกนะ!? ภายในวันเดียว ผู้หญิงที่ร่วมกันเขียนคำว่า ?นี่ เฟซบุ๊ค? มีสูงถึง 47,000 คน และจนถึงปลายสัปดาห์นั้นก็มีผู้เข้าร่วมปาเข้าไปกว่า 150,000 คน
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญนัก? ก็เพราะว่าเฟซบุ๊คมีสมาชิกร่วม 140 ล้านคนทั่วโลก มากกว่าประชากรของบางประเทศเสียอีก เพราะอินเตอร์เน็ตมีอิทธิพลในการผลักดันการสร้างบรรทัดฐานทางสังคม และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก็เป็นเรื่องปกติของการเลี้ยงดูเด็ก เป็นส่วนที่ทำให้เด็กๆสุขภาพดี
ที่น่าเหนื่อยใจก็เพราะว่าเราเคยผ่านเรื่องแบบนี้มาแล้ว ในปี 1997 Antonio Villaraigosa สมาชิกสภาแคลิฟอร์เนียได้สนับสนุนการร่างกฎหมายระบุว่าการให้นมแม่ในที่สาธารณะนั้นไม่ใช่การแสด
ออกที่ไม่เหมาะสมและไม่ใช่สาเหตุแห่งความละอาย และนายกเทศมนตรี Pete Wilson ก็ได้ลงนามกฎหมายฉบับนี้ ปัจจุบันนี้ รัฐต่างๆ 46 รัฐต่างก็ปกป้องสิทธิของสตรีเป็นพิเศษในเรื่องการให้นมในที่สาธารณะ และไม่มีรัฐในที่ประกาศว่าการให้นมในที่สาธารณะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่ใช่จะกล่าวได้ว่าบรรดาคุณแม่จะปราศจากเรื่องยุ่งยากใจ ตราบที่สังคมเรายังตกอกตกใจไปกับภาพของหน้าอกผู้หญิงและเด็กที่กำลังดูดนมแม่
การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้รับความนิยมและเสื่อมความนิยมบ่อยพอๆกับกางเกงขาบาน ช่วงก่อนทศวรรษที่ 20 สตรีจำนวนมากมายมหาศาลต่างก็เลี้ยงลูกของตนด้วยนมแม่ แต่ในช่วงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 คุณแม่รุ่นใหม่ก็พากันยอมรับเอาขวดนมและการโฆษณานมผสมว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูงส่ง ในปัจจุบันเรารู้ดีกว่านั้น นมแม่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดต่อสุขภาพและพัฒนาการของเด็กทารกและยังดีต่อแม่เองด้วย ทั้งลดความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนและมะเร็งเต้านม สถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งสหรัฐฯ (The American Academy of Pediatrics) แนะนำให้ทารกได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียวในหกเดือนแรกของชีวิตและอย่างน้อยให้นมต่อไปอีก
นึ่งปี
ความจริงก็คือ ทารกที่ได้รับนมแม่ควรจะต้องกินนมบ่อยถึงประมาณวันละ 12 ครั้ง เราควรจะทำความเคยชินกับภาพแบบนี้ บนเครื่องบินหรือในร้านอาหาร บนม้านั่งสาธารณะหรือในร้านหนังสือ และแน่นอน ในโลกไซเบอร์ด้วย!
จาก
http://www.latimes.com/news/opinion/editorials/la-ed-breastfeed13-2009jan13,0,2063967.story
เสียแรงไฮโซเล่นนะเนี่ย
ทางเฟซบุ๊คออกมาบอกว่า ไม่ได้ต่อต้านการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่รูปของ"เต้านมที่เปิดเผยโจ่งแจ้ง"นั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ (exposed breast)
แต่ก็ยังมีข้อกังขาเรื่อง"เต้านมที่เปิดเผยโจ่งแจ้ง" เพราะบางรูปที่ไม่ได้เห็นเต้านมก็โดนลบไปด้วย
อย่างรูปนี้ค่ะ (รูปจากhttp://abcnews.go.com/Technology/wireStory?id=6561849)
