ฝ่ายวิชาการโรงพยาบาลหัวเฉียว
'นวัตกรรมล้ำยุค เพื่อเสริมสร้างสุขภาพทารก'
นมผง VS นมแม่
พ่อแม่ทุกคนต้องการเห็นลูกตัวน้อยๆ ในวัยทารกเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์และแข็งแรง ยิ่งถ้าได้รู้ว่าสารอาหารใดดีที่สุด ก็จะพยายามซื้อหามาให้ลูกได้ดื่มกิน โดยลืมไปว่าน้ำนมของแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก ในขณะที่เด็กทุกวันนี้ล้วนเติบโตมาจากนมขวด
นมแม่เด่นตรงรสชาติไม่คงที่
นายแพทย์สรายุทธ สภาพรรณชาติ กุมารแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี วิทยากรในการบรรยายครั้งนี้ บอกว่า น้ำนมแม่ประกอบด้วยโปรตีนคุณภาพดี ที่ทารกสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ในปริมาณที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของทารก และด้วยเทคโนโลยีทางอาหาร มีความพยายามพัฒนานมผงดัดแปลง ให้มีคุณภาพใกล้เคียงกับนมแม่มากที่สุด แต่มีข้อจำกัดเนื่องจากคุณภาพของโปรตีนนมวัวที่นำมาทำเป็นนมผง มีคุณภาพด้อยกว่านมแม่ โดยเฉพาะมีกรดอะมิโนจำเป็น ทริปโตแฟนต่ำกว่านมแม่มาก เมื่อเปรียบเทียบกับนมแม่ในปริมาณที่เท่ากัน จึงยังไม่มีนมผงชนิดใดมีคุณภาพโปรตีนใกล้เคียงนมแม่
นอกจากนี้ คุณภาพของน้ำนมแม่จะขึ้นๆ ลงๆ เปลี่ยนไปตามอาหารของแม่ ถ้าคุณแม่กินแกงไตปลา รสชาติของน้ำนมย่อมแตกต่างไปจากวันที่กินต้มจืด และสารอาหารจำพวกไขมันจะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ยกเว้นสารอาหารพวกโปรตีนจะคงที่ตลอดเวลา ไม่ว่าอาหารของแม่จะเป็นสเต็ก หรือมาม่าต้มก็ตาม
ในน้ำนมแม่ยังมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีรสหวาน รสชาติที่ไม่คงที่ของน้ำนมแม่ เป็นสิ่งที่นมผงเลียนแบบไม่ได้ โดยนมผงจะมีเพียงรสชาติเดียว ทำให้การให้อาหารเสริม หรือเปลี่ยนนมผงยี่ห้อใหม่ในเด็กที่เลี้ยงด้วยนมผงเป็นประจำ ทำได้ยาก
เพราะเด็กไม่เคยเรียนรู้เรื่องรสชาติที่เปลี่ยนไป เด็กจะเคยชินกับรสชาติเดิมๆ ขณะที่เด็กถูกเลี้ยงด้วยนมแม่ จะยอมรับอาหารที่รสชาติแปลกไปจากเดิมได้ง่าย จึงไม่ยุ่งยากที่จะให้อาหารเสริม
นมแม่ย่อยง่าย ไม่ท้องอืดเฟ้อ
สารอาหารในน้ำนมแม่และนมผงไม่ต่างกัน ตัวหลักๆ ก็คือ โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม น้ำตาล แต่จำนวนแคลอรี่ที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้นั้นต่างกัน เช่น นมแม่ 1 ออนซ์ให้ไขมัน 39 คาร์โบไอเดรต 72 แคลเซียม 280 โปรตีน 1 แต่นมผงให้ไขมัน 38 คาร์โบไฮเดรต 40 แคลเซียม 1200 โปรตีน 3.5 (หน่วยเป็นแคลอรี่)
โดยปริมาณโปรตีนของนมผงจะสูงกว่า เนื่องจากนมผงทำมาจากนมวัว ซึ่งนมวัวย่อมเหมาะสำหรับเลี้ยงลูกวัว ที่พอคลอดมาแล้วก็ลุกเดินและวิ่งได้ทันที จึงต้องการโปรตีนสูงสำหรับแปลงเป็นพลังงานให้กล้ามเนื้อขณะเคลื่อนไหว ส่วนทารกไม่ต้องการโปรตีนมาก เพราะร่างกายยังเคลื่อนไหวไม่ได้ จึงไม่ต้องการพลังงานมาก ดังนั้น นมแม่จึงให้โปรตีนต่ำ
นอกจากนี้ ในโปรตีนในน้ำนมของวัวและคน ประกอบด้วย เวย์และเคซี (whey - casein) ที่มีโครงสร้างต่างกัน โดยเวย์นมวัวมีอนุภาคเล็กกว่าเวย์นมแม่ และขนาดที่ต่างกันนี้เป็นสาเหตุทำให้เกิดภูมิแพ้ในทารก ทั้งนี้ อาหารที่ทำให้ทารกถึง 1 ขวบแพ้ ก็มีไข่ขาว อาหารทะเล เนื่องจากมีโปรตีนขนาดเล็กกลุ่มเดียวกับนมวัว
ส่วนเคซีน คือ ส่วนที่เป็นก้อนขาวๆ คล้ายกับเต้าหู้นิ่มเมื่อทารกแหวะออกมาหลังอิ่มนม ถ้าทารกดื่มนมแม่ ก้อนขาวๆ ที่แหวะออกมาจะมีขนาดเล็ก แต่ถ้าเป็นนมผงก็มีขนาดใหญ่กว่า นั่นเป็นเพราะเคซีนในนมวัวใหญ่กว่าเคซีนในนมแม่เกือบ 4 เท่า แต่คุณแม่ไม่ต้องกังวล เพราะเคซีนไม่เป็นอันตรายต่อทารก
เมื่อโปรตีนนมวัว หรือนมผงมีขนาดใหญ่ กระเพาะจึงย่อยยาก ทำให้ทารกที่เลี้ยงด้วยนมผงอิ่มนานเมื่อกินมากเกินไป ทำให้ท้องอืดท้องเฟ้อ เด็กจึงร้องงอแงทั้งวัน ส่วนทารกที่เลี้ยงด้วยนมแม่จะหิวบ่อย
เพราะโปรตีนมีไม่มากและขนาดเล็กจึงถูกย่อยได้ง่าย ไม่มีปัญหาท้องอืดท้องเฟ้อ
นมผงกินมาก ไตลูกทำงานหนัก
ทารกต้องการโปรตีนในปริมาณ 1.3-1.76 กรัมต่อพลังงาน 100 กิโลแคลอรี่ โดยนมแม่มีประมาณ 0.9-1.2 ซึ่งมีพอดีกับที่ทารกต้องการ แต่นมกระป๋องมีมากถึง 1.4-1.7 เพราะคุณภาพโปรตีนด้อยกว่านมแม่
หากให้ปริมาณโปรตีนเท่ากับนมแม่ จะทำให้ทารกได้รับสารอาหารน้อยกว่า และร่างกายจะเติบโตช้ากว่า ดังนั้น ในนมกระป๋องต้องมีโปรตีนมากกว่า เพื่อให้ทารกเจริญเติบโตได้ดี แต่ปริมาณโปรตีนที่เป็นส่วนเกินในร่างกาย ไม่สามารถสะสมไว้ได้จึงถูกขับออกมาทางปัสสาวะ
สังเกตจากทารกที่กินนมผงมากๆ ปัสสาวะมีกลิ่นฉุน ที่สำคัญคือ กระบวนการขับโปรตีนส่วนเกินออกจากร่างกาย ไตเป็นตัวจักรสำคัญและต้องใช้น้ำไปกับการขับถ่ายมากขึ้น ขณะที่ไตของทารกมีขีดความสามารถในการทำงานเพียง 30% ฉะนั้น ไตของทารกนมผงจึงทำงานหนักกว่าทารกนมแม่
อ่านถึงตรงนี้แล้ว คุณแม่ให้ลูกน้อยทานนมแมไปนาน ๆ นะค่ะ...
