หน้าหลัก / วิธีกินนมจากแก้วและหลอด + ข้อดี



วิธีกินนมจากแก้วและหลอด + ข้อดี

โดย - บี มามี๊ต่าต๋า

วิธีให้ลูกกินนมจากแก้ว

ฝึกให้ลูกจิบจากแก้วหรือหลอดได้ ไม่ยากอย่างที่คิดค่ะ
ที่สำคัญที่สุด คนเลี้ยงจะต้องเปลี่ยนทัศนคติว่าเด็กกินจากหลอด/แก้วไม่ได้ จะสำลัก

ลูกคุณเก่งกว่าที่คิดนา.. จะบอกให้
วิธีฝึกง่ายๆ


กินนมจากแก้ว


ฝึกได้ตั้งแต่แรกเกิดค่ะ สำหรับคุณแม่ที่จะไปทำงาน จะให้คนเลี้ยงฝึกในช่วงก่อนคุณแม่ไปทำงานสัก 2 อาทิตย์ก็ได้ (ดูได้จากวิดีโอ)

 

  1. เตรียมนมแม่ที่อุ่นแล้วในขวดนมทั่วไป ห้ามฝึกตอนที่หิวจัด หรืองอแง ไม่งั้นยังไงก็ไม่ยอมค่ะ (กะเวลาประมาณ 15 นาทีก่อนที่เค้าหิว)
  2. ทำความสะอาดแก้วใบจิ๋ว (ขอให้ใสๆ เห็นระดับน้ำนม) จะเป็นแก้วตวงยาก็ได้ค่ะ
  3. รินน้ำนมใส่แก้วประมาณครึ่งแก้ว
  4. ให้คนเลี้ยงนั่งในท่าที่สบาย อุ้มลูกให้นั่งบนตัก ใช้ฝ่ามือรองบริเวณต้นคอลูกในท่าเอนตัวเล็กน้อย ถ้าลูกดิ้น อาจใช้ผ้าห่อตัวไว้ ถ้าเมื่อยจะให้เค้านั่งในกระเช้าเด็ก (หรือคาร์ซีท) ก็ได้ค่ะ
  5. เอียงแก้วให้ระดับน้ำนมแตะที่ริมฝีปากบน น้องจะจิบเองได้
  6. จับเรอเป็นระยะทุก 1-2 ออนซ์ที่กิน และหลังจากกินเสร็จแล้ว
  7. พอเค้ากินได้เก่งๆ แล้วจะซดซู้ดๆ เองได้ค่ะ

กินนมจากหลอด

เคยมีคุณแม่ฝึกได้ตั้งแต่น้องอายุ 2 เดือนเลยค่ะ

 

  1. เตรียมนมแม่ที่อุ่นแล้วในขวดนมทั่วไป
  2. เตรียมหลอดกาแฟที่ไม่เล็กจนเกินไป (หรือจะเป็นหลอดซิลิคอนก็ได้ค่ะ)
  3. ตัดหลอดกาแฟให้สั้นหน่อย ห้ามฝึกตอนที่หิวจัด หรืองอแง ไม่งั้นยังไงก็ไม่ยอมค่ะ (กะเวลาประมาณ 15 นาทีก่อนที่เค้าหิว)
  4. อุ้มกึ่งนั่งกึ่งนอนหรือนั่งตัก
  5. ให้เอาหลอดจุ่มน้ำนมแล้วกดปลายบนไว้ พอปลายหลอดล่างเข้าปากน้องก็ปล่อยให้น้ำนมไหลเข้าปาก ประมาณ 2-3 วันเท่านั้นเค้าจะรู้ว่าจะมีน้ำนมไหลออกจากหลอด เค้าจะดูดเอง
  6. พอสังเกตว่าเค้าดูดจุ๊บเข้าปากเองได้ ก็ให้เค้าลองดูดหลายบนเอาค่ะ แรกๆ จะสำลักเพราะเค้ายังจะกะแรงดูดไม่ได้ ไม่เกินอาทิตย์ จะดูดได้ดีเองค่ะ

ข้อดีของการไม่กินจากขวด มีดังนี้ค่ะ

 

  1. ไม่ติดขวด ไม่ต้องเลิกขวด
  2. สะดวก ไม่ต้องเตรียมจุก ขวด พกหลอด+นมแม่อย่างเดียว
  3. นอนได้เองโดยไม่ต้องคาบจุก (แต่ถ้าแม่อยู่ก็ไม่แน่เสมอไปค่ะ)4. ฟันไม่ผุ เพราะการกินจุกน้ำนมจะไหลเอ่อในปากค่ะ
  4. ลูกจะไม่กัดนมแม่ เพราะไม่งับเพื่อที่จะเร่งให้น้ำนมแม่ไหลไวๆ เหมือนตอนเค้างับจุกนมยางค่ะ

ลูกใครที่ไม่ยอมกินจากขวด บอกตัวเองว่าเป็นโอกาสมากกว่าวิกฤติค่ะ