หน้าหลัก / โรค มือ เท้า ปาก (hand foot mouth)



โรค มือ เท้า ปาก (hand foot mouth)

พญ.สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ

โรคมือ-เท้า-ปาก (HAND FOOT MOUTH)
คุณแม่รับน้องผึ้งมาจากโรงเรียน เพราะคุณครูที่ห้องพยาบาลตรวจพบว่าน้องผึ้งมีไข้ และแผลร้อนในที่ลิ้นและกระพุ้งแก้ม จึงแจ้งให้คุณแม่พามาพบหมอเพื่อตรวจว่าเป็นโรคฮิตที่ชอบระบาดตามโรงเรียนอนุบาลหรือไม่

โรคมือ-เท้า-ปาก เกิดจากเชื้อไวรัสหลายชนิด ดังนั้นจึงพบว่าอาจเป็นโรคนี้ได้หลายครั้งตลอดชีวิต เนื่องจากการเป็นโรคแต่ละครั้งจะสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันการเป็นครั้งต่อไปที่จำเพาะกับไวรัสชนิดนั้นเท่านั้น ชนิดที่พบบ่อยที่สุดในเมืองไทยคือสายพันธุ์ Coxsackie A16 ซึ่งมักไม่มีความรุนแรงถึงชีวิต ต่างจากที่ระบาดในต่างประเทศ เช่นในไต้หวัน มาเลเซีย ที่พบสายพันธุ์ Enterovirus 71 เป็นชนิดที่อาจมีภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย คือ สมองอักเสบ และเสียชีวิตได้


โรคนี้เป็นในคนเท่านั้น ไม่ใช่โรคเดียวกับปาก-เท้าเปื่อยที่พบในสัตว์กีบอย่าง วัว ม้า และแกะ
โรคนี้ติดต่อโดยการสัมผัสสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย อุจจาระ และน้ำจากตุ่มที่ผิวหนัง หรือสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อไวรัสแล้วนำมือเข้าปาก มีระยะฟักตัว 3-7 วัน
เมื่อติดเชื้อผู้ป่วยจะมีไข้ เป็นแผลในปากหลายจุด ทำให้เจ็บ ทานได้น้อย และน้ำลายไหล มีผื่นเป็นจุดแดงหรือตุ่มน้ำใสที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือก้น ไม่คันแต่อาจรู้สึกเจ็บ อาการไข้มักเป็นไม่เกิน 3 วัน ส่วนอาการเจ็บแผลในปากจะเป็นมากใน 3 วันแรก หลังจากนั้นจะเจ็บน้อยลงและเริ่มทานได้บ้าง พอครบ 7 วันแผลจะหายสนิทก็จะทานได้มากขึ้น อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะขาดน้ำและพลังงาน ภาวะชักจากไข้สูง ควรพาลูกพบหมอ หากลูกมีอาการอ่อนเพลียมาก ทานได้น้อย มีภาวะขาดสารน้ำและพลังงาน หรือชักจากไข้สูง


การรักษา 

การป้องกัน 

หมอตรวจน้องผึ้งพบว่าเป็นโรคมือ-เท้า-ปากจึงให้การรักษาและแนะนำให้หยุดเรียนจนกว่าแผลและผื่นหายสนิท