หน้าหลัก / นมแม่ปลอดภัย ยามภัยพิบัติ



ประสบการณ์เด็กติดหิมะ ที่คุณหมอหวานให้เอามาลงค่ะ

จ, 04/21/2008 - 08:25 โดย  joyjida

นมแม่ช่วยให้เด็กๆ รอดตาย คุณแม่ให้นมลูกสองคนทานอย่างเดียวเป็นเวลาเก้าวันเต็ม

 

 เรื่องของเคที คิม คงจะไม่เป็นเรื่องขึ้นมาถ้าปราศจากเรื่องเศร้า หลังจากที่รถน้ำมันหมดคิมและเจมส์สามีของเธอเผายางรถเพื่อให้ได้ความอบอุ่น เจมส์ได้เดินทางออกไปยังดินแดนที่มีหิมะปกคลุมเพื่อขอความช่วยเหลือ ยังไม่มีใครพบเขาเลยจนบัดนี้

 เคที คิม ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกๆของเธอรอดชีวิต เมื่อรถของเธอติดจมกองหิมะในเขตห่างไกลความเจริญ ซึ่งมีอุณหภูมิติดลบหนาวยะเยือก จนกระทั่งทีมช่วยเหลือเข้าไปพบหลังจากที่ติดอยู่ในหิมะนาน 9 วัน เฮลิคอปเตอร์ก็พบพวกเขา ไม่น่าเชื่อว่า เพเนโลเป้วัย 4 ขวบ กับซาบีเนวัย 7 เดือน ลูกทั้งสองของคิมยังมีสภาวะร่างกายที่ดีอยู่แม้ต้องผ่านสถานการณ์สุดโหดมา
 

เหตุที่ทำให้เรื่องนี้จบลงด้วยดีก็คือ คิมได้ให้นมลูกทั้งสองเพื่อให้ลูกๆรอดชีวิตท่ามกลางความขาดแคลนที่ไม่มีอาหารประทังชีวิต


ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าเรื่องนี้ให้ข้อสรุปว่าช่วงเวลาที่อดอยากนมแม่สามารถที่จะเป็นตัวแปรที่ทำให้ลูกรอดหรือไม่รอดได้

http://www.thaibreastfeeding.org/sites/default/files/snow_trap_9d_kimfamily.jpg

 " การที่เคทีให้นมลูกได้ในช่วงเวลาที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือนั้นน่าจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการช่วยชีวิตเด็กๆ" ผศ.ดร.ชีลา เกราตี ผอ.ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ที่ศูนย์นมแม่ฯแห่งรพ.เด็กซินซินเนติ ในมลรัฐซินซินเนติกล่าว

" นมแม่ไม่เพียงให้แคลอรี่ที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตเท่านั้นแต่ยังป้องกันการสูญเสียน้ำอีกด้วย" เกราตีเสริม

"ฉันรู้สึกดีใจจริงๆที่คุณแม่มีน้ำนมพอให้กับทารกน้อยและลูกคนโตของเธอ" จูดี้ ฮอปคินสัน รองศาสตราจารย์ประจำศูนย์วิจัยสารอาหารสำหรับเด็กยูเอสดีเอ/เออารเอส แห่งวิทยาลัยการแพทย์เบย์เลอร์ใน ฮุสตันกล่าว

"นมแม่เป็นของเหลวที่เยี่ยมมากในหลายแง่ด้วยกัน ไม่มีอะไรที่คุณจะให้ลูกในช่วงแห่งความโชคร้ายหายนะ ได้ดีไปกว่านมแม่อีกแล้ว"

"เด็กๆพวกนี้โชคดีจริงๆที่แม่ยังเลี้ยงด้วยนมแม่อยู่" เคที แมคคอย ที่ปรึกษาเรื่องการให้นมที่รพ.(แห่งหนึ่ง)ในอินเดียน่า โพลิส กล่าว "ไม่มีใครจะรู้ว่าภัยพิบัติจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่เมื่อวันเกิดขึ้นล่ะก็ นมแม่นี่แหละคือผู้ช่วยชีวิต"

ไม่ใช่เพียงสารอาหารเท่านั้น
ใครๆก็ทราบว่านมแม่นั้นมีสารอาหารที่มีประโยชน์สำหรับทารก แต่ฮอปคินสันกล่าวว่าน้ำนมของมนุษย์มีอะไรมากกว่าแค่นั้น

"ฉันมั่นใจว่าเด็กๆพวกนี้ไม่ได้เพียงที่จะรับแคลอรี่ที่ต้องการทั้งหมด" เธอกล่าว "ดังนั้นนมแม่นอกจากจะให้สารอาหารแล้ว ยังช่วยป้องกันไม่ให้พวกเขาเจ็บป่วยหนักอีกด้วย"

เรื่องที่เด็กๆจะได้รับภูมิคุ้มกันจากนมแม่นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ จากการศึกษาของสถาบันกุมารเวชศาสตร์อเมริกัน เด็กที่ได้กินนมแม่จะเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆน้อยกว่า เช่นท้องเดิน ปวดหู และการติดเชื้อทางเดินหายใจ

"นมแม่นั้นเป็นภูมิคุ้มกันขั้นพื้นฐานจริงๆ" ฮอปคินสันให้ความเห็น "เรามักจะนึกถึงนมแม่ในแง่สารอาหาร แต่ว่ามันเป็นส่วนสำคัญในระบบภูมิคุ้มกันด้วย"

การให้นมแม่ในกรณีนี้นั้นอาจจะช่วยชีวิตหนูน้อยให้รอดในสภาวการณ์เลวร้ายในอีกด้านหนึ่งซึ่งก็คือ ความอบอุ่นของร่างกาย

"แน่นอนที่สุดว่าการให้นมลูกทั้งสองในความทรมานท่ามกลางกองหิมะทำให้ลูกๆรอดชีวิต" มิเชลล์ คอลลินส์จาก จากวิทยาลัยพยาบาล มหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลกล่าว

การโอบกอดลูกแนบกายได้ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ทำให้รักษาอุณหภูมิร่างกายของพวกเขาไว้แม้อยู่ในความหนาวเหน็บที่ปกคลุมนอกตัวรถ

การให้นมแม่ในช่วงที่มีความเครียด

การที่คิมสามารถให้นมลูกได้ทั้งที่วิตกเรื่องความเป็นความตายของครอบครัวของเธอเป็นสิ่งที่ตราตรึงใจอย่างยิ่ง ฮอปคินสันกล่าว

"ผู้คนมักจะคิดว่าความเครียดส่งผลต่อกระบวนการผลิตนมแม่ ในกรณีนี้ เห็นได้ชัดว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องความเครียดจากภายนอกแต่เป็นการจัดการกับความเครียดที่อยู่ภายใน"

"คุณคงเคยได้ยินเรื่องการให้นมแม่ระหว่างสถานการณ์หายนะ อย่างเช่นตอนที่มีการโจมตีทางอากาศในลอนดอนช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง* ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ตึงเครียดมาก แต่คุณแม่ก็ไม่ได้เก็บความเครียดไว้ในใจจนทำอะไรไม่ได้"

"ข้อได้เปรียบของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก็คือมันหาได้เสมอในเวลาฉุกเฉิน" ผู้เชี่ยวชาญประจำศูนย์นมแม่แห่งศูนย์การแพทย์บอสตัน เมืองบอสตันกล่าว "ในซูเปอร์โดมในนิวออร์ลีน** มันไม่มีอาหารอะไรเลย แม่ที่ไม่ได้ให้นมลูกก็ไม่มีอะไรจะให้ลูกทาน"

"เวลาที่เกิดภัยธรรมชาติ เมื่อน้ำและอาหารเต็มไปด้วยเชื้อโรคหรือขาดแคลน การให้นมแม่ถือเป็นวิธีการช่วยชีวิตแก่ผู้ประสบภัยตัวน้อย" แอนน์ พีรีพยาบาลวิชาชีพและที่ปรึกษาเรื่องการให้นมแม่แห่งศูนย์สตรี มหาวิทยาลัยระบบสุขภาพแห่งเวอร์จิเนีย ในชาร์ล็อตส์วิลล์กล่าว ยังเป็นไปด้วยได้ที่ว่าการให้นมจะช่วยควบคุมความหวาดหวั่นของคิมและลูกๆของเธอ

"นมแม่นั้นมีสารอาหารตามธรรมชาติที่จะช่วยปลอบประโลมลูกน้อยและช่วยให้เด็กๆนอนหลับ ซึ่งมันจะช่วยทางอ้อมให้เด็กๆโดยเฉพาะลูกคนโตลดความตื่นตระหนกลงด้วย" คอลลินส์กล่าว "การให้นมมีประโยชน์กับคุณคิมด้วย เพราะเวลาที่ผู้หญิงให้นมบุตรจะมีการหลั่ง ฮอร์โมนโปรแลคติน หรือที่เรียกกันว่า "ฮอร์โมนคุณแม่" ซึ่งจะช่วยให้คุณแม่สงบลง

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าน่าทึ่งมากที่คิมสามารถให้นมลูกได้แม้ว่าตัวเธอแทบไม่ได้ทานอาหารเลยก็ตาม

"แม้ว่าตัวคุณแม่เองอาจจะแทบไม่ได้รับอาหารเลยในช่วงเวลานั้น คุณแม่ที่ให้นมสามารถที่จะผลิตน้ำนมพอเพียงในเวลาที่ต้องการแม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากก็ตาม" เกราตีกล่าว

"ลองนึกถึงการวิ่งมาราธอน แม้ว่ามันต้องสละอะไรหลายอย่าง แต่คุณก็ทำได้" ฮอปคินสันกล่าว

"คุณแม่ที่ให้นมสามารถที่จะรับมือกับการขาดแคลอรี่ได้ ยังไม่มีหลักฐานว่าการอดอาหารภายใน 24 ชม.จะลดปริมาณการผลิตนมแม่ลง"

ร่างกายของคิมสามารถปรับตัวให้ผลิตน้ำนมพอสำหรับทำให้ลูกทั้งสองแข็งแรงด้วย
"โดยส่วนใหญ่แล้ว ทารกจะเป็นคนกำหนดว่าต้องการน้ำนมแม่จำนวนเท่าไหร่" ฮอปคินสันเอ่ย "ไม่น่าแปลกที่คุณแม่บางคนสามารถเลี้ยงลูกแฝดสามด้วยนมแม่ได้โดยไม่ต้องให้ใครช่วยเลย"

"ใครจะไปคิดว่าร่างกายคนเรามันเก่งกาจขนาดนั้น"

*ใครรู้เรื่องนี้เล่าให้ฟังด้วย
**ที่พักชั่วคราวสำหรับผู้ประสบภัยจากพายุแคทรินาที่สหรัฐฯ