หน้าหลัก / เบื้องหลังความสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่



เบื้องหลังความสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

ศ, 07/18/2008 - 14:31  PrimMom

น้องปริมจ๋า จนถึงวันนี้ก็เกือบจะ 17 เดือน เต็มแล้วนะที่แม่ได้เห็นหน้าหนู ได้ให้นมหนูมาตลอด แม่อยากบอกว่าหนูเป็นส่วนสำคัญมากที่ทำให้แม่ได้ให้นมหนูมาได้จนถึงวันนี้ ทั้งที่ตอนแรกที่เลี้ยงหนูด้วยนมแม่นั้นมีปัญหามากมายจนคิดว่าเลี้ยงได้ 1 เดือนก็พอแล้ว แต่แล้วก็ขยายเป้าหมายการเลี้ยงด้วยนมแม่ออกมาเป็น 2 เดือน 3 เดือน 4 เดือน 6 เดือน 1 ปี 1 ปีครึ่ง จนตอนนี้เป็น 2 ปี หรือจนกว่าหนูจะเลิกไปเอง

ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งเกิดจากการที่แม่ไม่ได้เตรียมตัวหรือหาข้อมูลอย่างดีพอในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะแม่ไม่เคยคิดเลยว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ซึ่งเป็นกระบวนการทางธรรมชาติ มันจะยากและมีบททดสอบหลายอย่างที่ให้เราแม่ลูกต้องฝ่าฟันกันมาเรื่อยๆ

เริ่มจากตอนที่แม่ตั้งท้องหนู แม่ก็แพ้ท้องซะมากมาย ทานอะไรแทบไม่ได้จนน้ำหนักลดลงไปถึง 6 กิโล ต้องเข้าออกโรงพยาบาลให้น้ำเกลือถึง 3 รอบ อาการอาเจียน เวียนหัว ทำให้แม่ไม่อยากจะทำอะไรเลย แม้แต่จะดูแลตัวเอง อาการแพ้ท้องมาเริ่มดีขึ้นเมื่อเข้าสู่เดือนที่ 5 แล้ว แล้วพ่อกับแม่ก็มาคิดกันว่าเราจะต้องเลี้ยงลูกด้วยนมแม่  แต่เมื่อแม่เริ่มมาคิดได้ว่าตัวเองมีหัวนมสั้นหนึ่งข้างก็ปาเข้าไปเดือนที่6 แล้ว ถามคุณหมอที่ฝากท้อง คุณหมอก็ให้ Nipple Puller มา ช่วยดึงหัวนมให้ขึ้นมา แต่แม่ก็ไม่ค่อยกล้าใช้เพราะกลัวว่าจะไปกระตุ้นให้มดลูกบีบตัว มาถึงเรื่องของการเตรียมตัวคลอดแม่ก็เพิ่งจะได้ถามคุณหมอถึงเรื่องของการให้ นมลูก แต่เราก็มาเจอปัญหาที่ว่าทางโรงพยาบาลเค้าไม่ยอมให้แม่เอาหนูมาเลี้ยงที่ ห้องแม่ ถ้าเอาออกมาเค้าจะไม่รับกลับเข้าไปที่ห้องเด็กอ่อนอีก เพราะกลัวว่าถ้าหนูติดเชื้อจะไม่ทำให้เด็กคนอื่นๆติดเชื้อตามไปด้วย

อย่างที่แม่เล่าว่าแม่แพ้ท้องมากจึงไม่ค่อยได้หาข้อมูลเกี่ยวกับนมแม่มากนัก จนมาถึงเดือนสุดท้ายก่อนคลอดได้มาพบกับเวปไซต์ของศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ซึ่งพ่อหนูเป็นคนบอกแม่ แม่ก็ได้มีโอกาสเข้ามาหาข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งถือว่ามีส่วนสำคัญในการที่ทำให้แม่ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงหนูด้วยนม แม่เป็นอย่างมาก

ที่เล่ามาทั้งหมดถือเป็นความผิดของแม่ในการไม่เตรียมตัวให้ดี ต่อไปนี้แม่จะเล่าถึงความน่ารักของหนูที่ช่วยให้แม่สามารถเลี้ยงหนูด้วยนมแม่มาจนถึงวันนี้ เนื่องจากหนูคลอดออกมาด้วยการผ่าตัดเพราะน้ำเดินแล้วและมีเลือดและขึ้เทาปนออกมาด้วย แต่ปากมดลูกยังเปิดแค่ 1 ซม. แถมหัวหนูยังไม่ลงต่ำ คุณหมอก็เลยจับผ่าออกมาซะเลย การผ่าคลอดทำให้แม่ต้องนอนนิ่งอยู่กับเตียงเป็นเวลา 1 วัน ซึ่งในขณะนั้นหนูก็โดนคุณพยาบาลป้อนนมผงเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว แต่แม่ได้กำชับคุณหมอว่าขอให้ป้อนหนูด้วยแก้ว ไม่ให้ใช้ขวดนมเด็ดขาด

หลังจาก 1 วัน ที่แม่ต้องนอนเฉยๆ ผ่านพ้นไป  แม่ก็ได้เห็นหน้าหนู และได้ให้นมหนูเป็นครั้งแรก แต่หนูก็ไม่ค่อยจะยอมดูดนมแม่สักเท่าไร ก็น่าจะเป็นเพราะน้ำนมแม่ยังไม่มี หนูดูดไปก็ร้องไห้ไป โวยวายซะลั่นห้องจนคุณพยาบาลต้องมาช่วยเอาน้ำนมหยอดๆให้ที่เต้านมแม่เพื่อให้หนูเรียนรู้ว่าหนูต้องดูดๆอย่างนี้นะแล้วจะมีนมออกมา แม่ให้หนูช่วยดูดกระตุ้นอยู่ระมาณ 15 นาที ก็ให้หนูกินนมผสมโดยกินจากแก้วก็ทุละทุเลกันพอสมควร หลังจากนั้นแม่ก็ขอคุณพยาบาลมาให้นมหนูทุกครั้งที่ถึงมื้อนม ซึ่งทางคุณพยาบาลใจดีก็บอกว่าได้ โดยให้แม่ลงมาทุกๆ 3 ชั่วโมง เพื่อจะให้หนูดูดกระตุ้นก่อน แม่จึงได้ไปให้หนูช่วยดูดกระตุ้นทุกๆ 3 ชั่วโมง มียกเว้นแค่มื้อดึกคือตี 3 ที่แม่ขอไม่ลงไปที่ห้องเด็กเนื่องจากพ่อหนูเห็นว่าแม่น่าจะได้พักผ่อนบ้าง

ทุกครั้งที่แม่ให้หนูดูดกระตุ้นหนูก็จะร้องโวยวายเสียงดังลั่นเพราะมันไม่มีน้ำ นมออกมา แม่ต้องคอยปลอบหนูว่าให้หนูอดทน ช่วยแม่ ช่วยดูดกระตุ้นให้แม่มีน้ำนมเร็วๆเพื่อที่ต่อไปหนูจะได้ไม่ต้องกินนมผง ต่อไปหนูจะได้มีน้ำนมกินมากๆ ซึ่งหนูก็ให้ความร่วมมือด้วยดีช่วยแม่ดูดกระตุ้นถึงแม้ว่าจะดูดไปร้องไป จนกระทั่งวันที่จะกลับบ้านน้ำนมแม่ก็มีแค่ซึมๆ พอกลับบ้านน้ำนมแม่ก็ยังไม่มา แม่ต้องให้หนูดูดกระตุ้นก่อนทุกมื้อโดยใช้นมผสมหยอดลงไปด้วยเพื่อเป็นกำลัง ใจให้หนูว่าต้องดูดๆๆๆอย่างนี้นะถึงจะมีน้ำนมออกมา ทุกครั้งที่หนูดูดกระตุ้นก็มีการร้องโวยวาย แม่ก็คอยปลอบและขอให้หนูช่วยดูดเพราะมันจะเป็นการกระตุ้นน้ำนมแม่ให้มาเร็วๆ ซึ่งหนูก็ให้ความร่วมมือด้วยดีเหมือนเดิมแต่ก็ยังร้องอยู่นั่นแหละ  สถานการณ์เป็นอย่างนี้อยู่เกือบ 1 อาทิตย์ จนในที่สุดแม่เลิกเสริมนมผงให้หนูทั้งๆ ที่ก็ไม่ค่อยแน่ใจหรอกว่าตัวเองน้ำนมมาเยอะแล้วหรือเปล่า แต่รู้ว่าพอมีบ้างแล้วหละ หลังจากนั้นก็หมั่นให้หนูดูดนมจากเต้าตลอดเวลา ซึ่งหนูก็ดูดนมครั้งละนานมากๆ นานเป็นชั่วโมง แถมนอนแป๊บเดียวก็ตื่นมาร้องไห้ ทำยังไงก็ไม่หยุด ก็ต้องให้กินนมอีก ยิ่งไปกว่านั้นตอนกลางคืนหนูก็ดูดๆ หลับๆ เป็นชั่วโมง พอแม่เอาวางลงที่นอนไม่ถึง 5 นาทีก็ตื่น เป็นอย่างนี้ทุกคืนจนแม่เริ่มจิตตกเป็นกังวลอีกว่าเกิดอะไรขึ้น หนูไม่สบายหรือเปล่า แต่แม่ก็ไม่เคยคิดที่จะให้นมผสมกับหนูเลย ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน แม่ก็ได้แต่ตั้งหน้าตั้งตาให้หนูดูดนมไปเรื่อยๆ แล้วก็ต้องถือเป็นโชคดีของเราสองคนด้วยที่ทุกคนที่บ้านไม่เคยมีใครพูดว่านม ไม่พอ หรือให้เสริมนมผงเลย ไม่อย่างนั้นแม่คงเครียดหรือไขว้เขว่ไปแล้ว

เราแม่ลูกมีปัญหาพอสมควรกับเรื่องหัวนมสั้น 1 ข้าง ของแม่ ครั้งแรกเลยที่แม่ให้หนูดูดนมที่โรงพยาบาล แม่ก็เจอกับปัญหาหัวนมแตกเลยหละ  แต่ก็กัดฟันให้หนูดูดเพราะอยากจะให้น้ำนมมาเร็ว แล้วยังจะมีปัญหาเรื่องหัวนมสั้นซึ่งหนูดูดไม่ค่อยสะดวก  คุณพยาบาลต้องช่วยปรับท่าให้ แต่พอกลับมาบ้านแม่ก็ยังไม่ค่อยถนัดนัก แม่ต้องใช้ Nipple Puller ดึงหัวนมขึ้นมาก่อนที่จะ ให้หนูดูดก็คงช่วยให้หนูดูดได้สะดวกขึ้น แต่พอใช้ไปหลายๆครั้งเข้า คราวนี้เลยกลายเป็นว่าหัวนมแตกมีเลือดไหล แม่ต้องพักข้างนั้นไป 1 วัน ใจก็กลัวว่าถ้าให้หนูดูดอีกแล้วจะกลับมาเป็นอีกหรือเปล่า ถ้าหนูดูดนมข้างที่หัวนมสั้นไม่ได้จะทำยังๆง แต่พอหนูได้กลับมาดูดข้างที่หัวนมสั้นปรากฏว่าหนูสามารถดูดได้ดีไม่มีปัญหา ลูกของแม่เนี่ยปรับตัวเก่งจริงๆเลยนะ สงสัยคงทำใจแล้ว่าก็หัวนมแม่เป็นอย่างนี้หนูก็ดูดได้ทั้งๆที่มันสั้นนั่น แหละเรียกว่าพอใจในสิ่งที่มีอยู่เนอะ

         หลังจากที่หนูดูดนมแบบมาราธอน ดูดทีเป็นชั่วโมงและดูดบ่อยๆ มาจนครบ 1 เดือน ก็ได้เวลาพาหนูไปหาหมอ ซึ่งปรากฏว่าคุณหมอบอกว่าหนูน้ำหนักขึ้นน้อยไปเพราะน้ำหนักหนูขึ้นแค่ 6 ขีด จาก 2690 เป็น 3300 กรัม ทีนี้แม่ก็จิตตกของแท้เลย หมอบอกว่าหนูน้ำหนักน้อยแถมพยาบาลทักว่าหนูคลอดก่อนกำหนดหรือเปล่า แม่ก็ได้เข้ามาข้อมูลตั้งกระทู้ในเวปศูนย์นมแม่ฯ ก็มีแม่ๆหลายท่านมาให้คำแนะนำและให้กำลังใจ จนทำให้มีกำลังใจกลับมาให้นมแม่ต่อไป นอกจากนั้นยังได้พาหนูไปหาคุณพยาบาลที่ศูนย์นมแม่ฯ รพ.สมิติเวช ซึ่งคุณพยาบาลได้ยืนยันว่าน้ำหนักหนูไม่ได้ขึ้นน้อยไปอย่างที่คุณหมอบอก เพราะเด็กนมแม่น้ำหนักจะขึ้นได้ไม่มากเหมือนกับเด็กที่กินนมผสม แถมยังให้ความมั่นใจกับแม่ด้วยว่าน้ำนมแม่มามากพอแล้วจากการที่เวลาหนูดูดมี นมเยิ้มๆออกมาที่มุมปาก และมีสามารถปั๊มนมได้ครั้งละเกือบ 1 ออนซ์ หลังจากที่หนูทาน นอกจากนี้คุณพยาบาลยังได้สอนเทคนิดในการให้นมต่างๆ ซึ่งได้ผลมากหลังจากนั้นในเดือนที่สองน้ำหนักหนูขึ้นมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดี คราวนี้แหละแม่เริ่มมั่นใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มากขึ้นจนขยายเป้าหมายการ ให้นมแม่เป็น 6 เดือน หลังจากที่ในตอนแรกท้อจากการให้นมจากหลายๆ เรื่องไม่ว่าจะเป็นตอนที่หัวนมแตก หรือหนูดูดนมนานๆ เป็นชั่วโมงๆ พอวางก็ตื่น ตื่นมาดูดแป๊บๆ ก็หลับ  เป็นอย่างนี้อยู่นานเป็นเดือนจนแม่เริ่มเหนื่อยมากๆ และท้อ จนแม่ชักจะถอดใจแล้วว่าทำไมการให้นมแม่เนี่ยมันยากขนาดนี้ เคยท้อขนาดว่าให้นมแม่แค่ 1-2 เดือนก็พอแล้ว

หลังจากที่ผ่านสองเดือนแรกมาพอเข้าเดือนที่สามแม่ก็เริ่มทำสต๊อกน้ำนมเอาไว้ให้ หนูทานตอนที่แม่ไปทำงาน พร้อมๆ กับที่คุณย่าก็หัดให้หนูทานนมจากขวด แม่ก็ตั้งหน้าตั้งตาทำ stock นมจนได้พอสมควรก่อนที่จะกลับไปทำงาน และพอกลับไปทำงานแล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาปั๊มนมวันละ 3 รอบตอนอยู่ที่ทำงาน แต่ว่าหนูทานนมไม่เยอะระหว่างที่แม่ไปทำงาน ทำให้มีน้ำนม stock เหลือ เฟือ จึงไม่ต้องเครียดมากกับการปั๊มนม นอกจากนี้หนูยังช่วยแม่อีกมากมาย โดยเฉาะเวลาที่แม่มีอาการนมคัดแข็งเป็นก้อน ก็ได้หนูนี่แหละที่คอยช่วยดูดให้หายเป็นก้อน เวลาที่จะให้หนูช่วยดูด แม่ก็จะคอยบอกหนูว่าหนูเท่านั้นที่ช่วยแม่ได้ ช่วยแม่หน่อยนะ แล้วหนูก็ช่วยแม่ดูดได้ทุกครั้งทั้งๆ ที่ปกติแล้วหนูมักจะดูดนมแม่แค่แป๊บเดียวก็เลิกดูด แต่พอแม่มีปัญหานมแข็งทีไรหนูก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีตั้งหน้าตั้งตาดูด จนหายทุกที

           น้องปริมจ๋า ก็เพระาอย่างนี้แหละแม่ถึงกล้าพูดได้เต็มปากว่า "หนูคือเบื้องหลังความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่" หนูช่วยแม่ดูดกระตุ้นระหว่างที่น้ำนมยังไม่มา หนูช่วยปรับตัวยอมรับสภาพกับหัวนมที่สั้นข้างหนึ่งยาวข้างหนึ่งของแม่ หนูช่วยดูดนมแม่บ่อยๆแล้วก็นานๆ ทำให้แม่มีน้ำนมเยอะมากๆ หนูช่วยแม่ดูดเต้าที่แข็งๆ เวลาที่แม่เป็นเต้านมอักเสบ ส่วนเบื้องหลังความสำเร็จของเรา 2 คนอีกทีหนึ่งก็คือพ่อของหนู กับคุณย่าที่คอยช่วยสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มาโดยตลอด