หน้าหลัก / ประสบการณ์นมแม่



ประสบการณ์นมแม่

ส, 08/01/2009 - 21:28  hoshi1234

ก่อนที่จะคลอดลูกเคยคิดว่าการให้นมแม่แก่ลูกนั้นไม่น่าจะเป็นเรื่องยากอะไร มีความตั้งใจแต่แรกว่าจะให้นมลูก ศึกษา โดยเน้นไปที่การให้นมแม่ สำหรับแม่ที่ต้องทำงาน แต่กลับพบว่าการวางแผนตั้งแต่การตั้งครรภ์เป็นอะไรที่จำเป็นมาก ๆ จากประสบการณ์ของตัวเองขณะตั้งครรภ์ ก็ไม่คิดว่าจะมีอะไรซับซ้อนค่ะ ตั้งใจคลอดธรรมชาติ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับโรงพยาบาลที่ฝากครรภ์เท่าไหร่นัก เลือกที่อยู่ใกล้บ้าน และสภาพแวดล้อมดีหน่อยก็เท่านั้น แต่ปรากฏว่าคิดผิดตั้งแต่ต้นคะ เพราะการเลือกโรงพยาบาลและแพทย์ที่สนับสนุนนมแม่นั้นมีส่วนสำคัญไม่น้อยเลยทีเดียวค่ะ สืบเนื่องมาจากโรงพยาบาลที่ดิฉันไปฝากครรภ์นั้นไม่ได้เน้นการคลอดแบบธรรมชาติ ซึ่งดิฉันคิดว่าวิธีการคลอดนั้นมีผลต่อความสำเร็จในการให้นมแม่ค่ะ ดิฉันเองคลอดลูกโดยการผ่าตัด (แพทย์ไม่เคยตรวจภายใน หรือ US ก่อนคลอดเลย ทั้ง ๆ ที่เราแสดงความตั้งใจเต็มที่ที่จะคลอดธรรมชาติ คุณหมอบอกแต่เพียงว่าคลอดธรรมชาติไม่ได้ถึง 80% ทั้ง ๆ ที่เด็กกลับหัว และมีเลือดออกในวันที่นัดผ่าแล้ว คุณหมอก็ยังยืนยันโดยให้เห็นผลว่าศีรษะเด็กไม่ลงมาที่ช่องเชิงกราน (ไม่ตรวจภายในสักกะนิด)

เรื่องราวอุปสรรคเริ่มต้นขึ้นเมื่อการผ่าตัดไม่เป็นไปอย่างที่คาด (อีกแล้ว) ก็คือคุณหมอบล็อกหลังแล้วไม่มีอาการชา (คุณหมอลงมีดแล้ว เราบอกว่าให้หยุดเนื่องจากเจ็บ) หลังจากนั้นคุณหมอก็บอกว่าจะให้ยาสลบเลย ซึ่งเราศึกษาแล้วไม่อยากได้รับยา เนื่องจากมีผลต่อลูก และก็ไม่ได้เห็นหน้าลูกทันทีด้วย ที่สำคัญพอตื่นขึ้นมาก็มีอาการปวดมาก ๆ คิดว่ามากที่สุดในชีวิตแล้วค่ะ เจ็บด้วย ห่วงลูกด้วย ก็เลยร้องไห้ใหญ่เลย (ปกติเป็นคนไม่กลัวเลือด กลัวเข็มเท่าไหร่) แต่บอกได้เลยว่าการผ่าคลอดครั้งนี้ทำให้เรากลัวมาก ๆ หลังการผ่าคลอดเราก็รู้สึกเพลีย (ฤทธิ์จากยาสลบ) และปวดมาก หมอให้มอร์ฟีนมาบอกให้กดเมื่อปวด แต่เราไม่กล้ากดมากเนื่องจากกลัวว่าจะมีผลต่อน้ำนม (ทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีน้ำนมหรอก)  ก็งดอาหารงดน้ำค่ะ พยาบาลพาลูกมาให้ดูแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากเจ็บแผลค่ะ หลังจากงดน้ำงดอาหาร 24 ชม. พยาบาลก็พาลูกมาดูดนมค่ะ ดูดๆ พอเป็นพิธี เราก็ทักว่า ป้อนนมแบบไหน เราอยากให้แบบ cup feeding นะเดี๋ยวลูกติดจุก หลังจากนั้นพยาบาลก็เอา ป้ายมาติดค่ะ เอาลูกมาดูดลูกก็ร้อง พยาบาลก็ให้ใช้ Nipple shield เลยค่ะ จับปากลูกงับนมเรา ลูกก็ร้องค่ะ สุดท้ายก็สอนวิธีการป้อนด้วย cub ด้วยความที่ศึกษา จาก web นี้มาก่อน ก็เลยขอที่ปั๊มนมเลยค่ะ (เสียดายที่ไม่ได้ศึกษาเกี่ยวกับปัญหาในการดูดนม เนื่องจากคิดว่าหัวนมเราไม่น่าจะมีปัญหา) ก็ปั๊มได้ประมาณช้อนชาค่ะ ก็เดินเอาไปให้ลูกกิน

ก่อนกลับบ้านก็ตามสูตรค่ะ ให้นมกระป๋องมา 1 กระป๋อง พร้อมกับชงมาให้ด้วย 1 ขวด ดิฉันก็ซื้อ nipple shield  พอกลับมาบ้านถึงเวลาหิว เราก็อุ้มลูกกินนมปรากฏลูกก็ร้องใหญ่เลยค่ะ เราก็ทำทุกวิธี ใช้ nipple shield จับนมยัดใส่ปากลูก ลูกก็ยิ่งร้องจนแม่ (คุณยาย) บอกว่าเราคงไม่มีนมให้ชงนมเถอะ (ด้วยความที่สงสารหลาน)หลาย ๆคน บอกเราคงไม่มีน้ำนมหรอก หัวนมก็สั้นไปบ้าง ใหญ่ไปบ้าง ตอนนั้นเราก็หงุดหงิดมากค่ะ คิดว่าเป็น Baby blue ด้วย ไม่เข้าใจด้วยว่าทำไมแม่หรือคนรอบข้างเราไม่ให้กำลังใจเลย ก็แอบร้องไห้บ่อย ๆ  สรุปแม่เราชนะค่ะ เราก็เลยให้ลูกดูดนมแม่จากขวดมาตลอด กลายสภาพเป็นคุณแม่นักปั๊ม ช่วงนั้นถ้าลูกหลับเราก็จะปั๊มนมตลอดเลยค่ะ สลับข้างไปมา (เพราะการศึกษาล่วงหน้าเราเลยซื้อที่ปั๊มนมของ spectra 2 ไว้ก่อนค่ะ) ก็มีให้ลูกกินแต่ทรมานมากค่ะ ปั๊ม 4-5 ชม. กว่าจะได้ แต่ละออนซ์ กลัวว่านมจะเสียอีก ก็เลยเดินขึ้น ลงบันไดเพื่อนำนมไปแช่ (แม่บอกให้เรียกแต่เรากลัวแม่เหนื่อยก็เลยเดินเองดีกว่า) แม่ก็บ่นตลอดว่าอยู่เดือน (ตามแบบคนจีนค่ะ) ไม่ควรเดินหรือนั่งนะ ต้องนอนอย่างเดียว (คิดว่าเหตุนี้ด้วยมั่งค่ะ ที่ทำให้แม่บ้างท่านไม่มีน้ำนมให้ลูก) เราก็ดื้อค่ะ ก็ปั๊มตลอด ลูกก็ไม่ค่อยนอนด้วย ต้องขอให้แม่มาดูลูกก่อน เพราะเราจะเข้มงวดกับการปั๊มมากค่ะ ต้องให้ได้วันละ 8 ถึง 10 ครั้งเสมอ จำได้ว่าเคยปั๊มได้สูงสุด 2 ออนซ์ ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 5-6 ชม. แต่แม่เข้าใจผิดนำไปเททิ้ง เราก็ตำหนิแม่ เสร็จแล้วก็มาร้องไห้เสียใจที่ว่าแม่ เสียดายก็เสียดาย ตอนนั้นยังเป็นหัวน้ำนมอยู่เลย ประกอบกับ baby blue ด้วย ผ่านไปประมาณ 15 วัน ด้วยความที่ขอนมแม่จากญาติมาลูกก็เลยกินนมเรา สลับกับนมญาติ (ทั้ง ๆ ที่คุณหมอไม่แนะนำให้ลูกทานนมแม่ของคนอื่น แต่เราก็คิดว่าดีกว่าทานนมวัว) มาตลอด

อานิสงค์จากการปั๊มอย่างมีวินัย ลูกก็เลยกินนมแม่อย่างเดียว ทุกอย่างดูเหมือนจะไปได้ดีเริ่มมี stock (ตั้งใจว่าจะทำ stock ให้มากที่สุด เพราะ เราลาแค่เดือนครึ่ง) แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่ออยู่ ๆ เราก็มีไข้ ตอนแรกก็คิดว่า สืบเนื่องมาจากนมที่คัด ก็กินยาลดไข้ แต่ก็ไม่หาย หนาวสั่น ก็เลยไปโรงพยาบาล ปรากฏว่า หมอบอกว่าเรา ติดเชื้อในกระแสเลือด ต้อง admit ทั้งเราและสามีก็ร้องไห้ใหญ่เลยหมอพูดแล้วเหมือนอาการหนัก ประกอบกับอาการสั่นของเรา ตอนนั้นไข้ขึ้นสูงมากกว่า 40 คิดว่าฉันจะตายไหม แล้วใครจะเลี้ยงลูกอีก เราก็ถามหมอว่านมที่ stock ไว้ให้ลูกได้ไหม โชคดีที่ให้ได้ ก็เลยให้ลูกกินนมที่ stock ไว้เพียงน้อยนิด นอนโรงพยาบาล 3 วัน ระหว่างนั้นก็ให้พี่สาวเอาเครื่องปั๊มมาให้ด้วย เราก็ปั๊มทิ้ง แต่ไม่กล้าปั๊มมาก เนื่องจากกลัวร่างกายรับไม่ไหว ปั๊มแล้วก็ทิ้ง (เนื่องจากให้ยาฆ่าเชื้อ) เสียดายก็เสียดาย กลับมาก็ไม่สามารถให้นมได้อีก 2 วัน (เบ็ดเสร็จรวม 5 วัน) ลูกก็เลยต้องกินนมผสมจนได้ (นมที่โรงพยาบาลให้มานั้นแหละ) หลังจากอาการดีขึ้น ก็กลับมาพบว่ามีปัญหาเรื่องปริมาณน้ำนม จากที่เคยปั๊มได้  30 Oz ต่อวัน ก็ลดลงไม่ถึง 20 Oz (ลูกทานวันละ 40 ออนซ์) ก็เลยค้นหาข้อมูล ทานอาหารทุกประเภทที่ช่วยเพิ่มน้ำนม (ปกติก็ทานอยู่แล้ว) ทานยาทุกประเภท ยาจีน , Motilium, ท่อนไม้อะไรก็ไม่รู้  และยาประสระน้ำนม ประกอบกับปั๊มนมที่หนักมากขึ้น ใช้เวลาประมาณ 10 กว่าวัน น้ำนมก็เริ่มเยอะขึ้น เริ่มมี stock ก่อนที่จะไปทำงานไม่กี่วัน

ปัจจุบันลูกชาย (น้องโฮชิ) อายุเกือบ 3 เดือน หนัก 7.5 กิโล แล้วค่ะ (ทานนมแม่อย่างเดียว) ปัจจุบันนี้ปั๊มนมเหลือวันละ 5 ครั้ง เนื่องจากทำงาน และคิดว่าปริมาณค่อนข้างคงที่ (จะพยายามป๊มนมจากที่ทำงานให้ได้วันละ 3 ครั้ง) อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ดูเหมือนไม่ยากเย็นเท่าไหร่นัก แต่ในความเป็นจริง รู้สึก suffer มากเลยค่ะ กว่าจะมาถึงวันนี้ แต่ก็คิดว่าเป็นการตัดสินใจ และอดทนที่คุ้มค่าที่สุดชีวิตค่ะ ให้มีเงินมีทองมากมายขนาดไหนก็คงให้สิ่งนี้กับลูกไม่ได้ (ตอนนั้นพยายามคิดว่าให้ผ่านไปวัน ๆ อย่างดีที่สุดก็พอ ตามที่ web นี้แนะนำ) ที่สำคัญลูกชายแข็งแรงค่ะ เปรียบเทียบกับลูกของเพื่อนที่คลอดใกล้ ๆ กันที่ต้อง admit และเข้าออกโรงพยาบาลหลายครั้ง ไม่รู้มาจากผลของการไม่ทานนมแม่รึเปล่า ทั้ง ๆ ที่เราพยายามแนะนำเพื่อนแล้วค่ะ แต่เพื่อนก็ยืนยันว่าตัวเองไม่มีน้ำนม ซึ่งเพื่อนก็มาบ่นค่ะ ว่าค่านมสูงมาก ไหนจะค่าหมออีก   

ต้องขอบคุณ web นี้อีกครั้งค่ะ กับข้อมูลดี ๆ (คิดว่าตัวเองอ่านทุกบทความ บทความละหลาย ๆ ครั้งเลยค่ะ print ออกมาอ่านอีกตะหาก) ส่วนตัวคิดว่ากำลังใจจากคนรอบข้างไม่จำเป็นเท่ากับ ถ้าเรามีความตั้งใจพอ ก่อนอื่นต้องเชื่อมั่น และตั้งใจก่อนค่ะ คนอื่นอ่านไม่เข้าใจถึงคุณค่าของนมแม่ เพราะไม่ได้ศึกษามาก่อน ก็เลยละเลยในการเป็นแรงหนุนค่ะ ของเราก็พยายามบอก คุณพ่อของลูกว่า ให้ช่วยเหลือเราในการเลี้ยงลูกในเรื่องอื่น ๆ ดีกว่า แทนที่จะมาบอกว่าให้ลูกกินนมผสมก็ได้ (เนื่องจากสามีสงสารเราแหละ)  สุดท้ายก็อยากจะย้ำให้คุณแม่อย่าหลงกล กลยุทธ์ของนมผสมทั้งหลายค่ะ ล่าสุดโทรมาฝากผลิตภัณฑ์กับเราอีกทั้งที่เรายืนยันว่าจะให้นมแม่ถึง 1 ปี  เป็นกำลังใจให้คุณแม่ทุกคนนะคะ