หน้าหลัก / รับมือกับลูกแพ้อาหาร



รับมือกับลูกแพ้อาหาร

อา, 03/08/2009 - 06:04 โดย sansmile

        บันทึกประสบการณ์นี้เป็นของคุณแม่น้องนิกเกะ เขียนไว้ที่เวปเก่าสมัยเป็นดอทคอม เซฟเก็บไว้อ่านค่ะ คุณแม่น้องนิกเกะเคยเข้ามาปรึกษาเรื่องลูกแพ้อาหาร แม่แก้วได้ขอร้องให้บันทึกประสบการณ์ไว้เป็นวิทยาทานแก่แม่ท่านอื่นที่มีปัญหาเดียวกัน ที่นี่คุณToontoon เข้ามาตั้งกระทู้ถามที่ห้องนมแม่ในหัวข้อ ลูกเป็นภูมิแพ้ กินอาหารเสริมยังไงดีคะ ก็เลยคิดว่าการรับมือกับลูกแพอาหารนี่ไม่ใช่ง่าย ๆ ก็เลยเอาบทความมาแปะไว้ที่นี่ด้วยค่ะ

 

ประสบการณ์จากม่ามี้เจ้านิกเกะ

ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดเลยค่ะว่าจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แทบทุกคนที่รู้จักก็เลี้ยงลูกด้วยนมวัวทั้งนั้น พอก่อนคลอดได้รู้จักเวปนี้ก็เลยมีความตั้งใจที่จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะคิดว่าดีที่สุดสำหรับลูก เราเองเป็นคนแพ้ง่าย คุณแม่ก็เป็น แต่สามีเป็นคนแข็งแรงมาก แต่หลังจากนิกเกะคลอดได้มีกี่วันก็เริ่มร้องตั้งแต่ 4 โมงเย็น ทั้งร้อง ทั้งดิ้น ทุรนทุราย ตกใจมาก ร้องไปจนถึง เกือบเที่ยงคืน สังเกตดูว่าเป็นทุกวันเวลาเดิมๆ ถึงได้รู้ว่าเป็นอาการร้องโคลิก


หมอบอกว่าจะหายไปเองหลังจาก 3 เดือน ช่วงที่เด็กร้องให้อุ้ม และอยู่ด้วยตลอด เหนื่อย ท้อ เครียดค่ะ หลายคนบอกว่าให้เลิกหยุดให้นมแม่เถอะ (รวมทั้งสามี )เค้าจะได้ช่วยเลี้ยงได้ แล้วเพื่อนๆก็ไม่เห็นเด้วยค่ะเพราะเค้าบอกว่าไม่จำเป็น เครียดค่ะ แต่ก็คิดว่าไม่เป็นไรเค้าไม่อยากให้สิ่งที่ดีกับลูกเค้าก็เรื่องของเค้า แต่ เราจะให้สิ่งที่ดีที่สุดกับลูกของเราเอง และเดี๋ยวก็จะ 3 เดือนแล้ว ทนอีกนิดเดียว.........

หลังจากสามเดือนอาการ้องก็เหมือนเดิมและตามด้วยการการผิวที่แห้งมากทั้งตัว ทาครีมบ่อยมากแต่ก็ยังแห้งมาก หลังจากนั้นไม่กี่วันตามข้อพับก็เริ่มแห้งมากจนผิวหนังลอกจนเหมือนแผลถูกกรีดลึก ตกใจค่ะ ไปหาหมอๆ บอกว่าอาจเป็นอาการผิวแห้งของเด็กวัยนี้ ก็เลยให้สั่งให้ครีมผิวหนังมาทา หลังจากทาครีมก็ไม่ดีขึ้น ไปพบหมออีกครั้ง หมอก็ยังบอกเหมือนเดิมว่าเป็นอาการปกติของทารกวัยนี้ให้ทาครีมบ่อยขึ้นและไม่ต้องอาบน้ำเปล่าก็พอแล้ว ทำตามหมอทุกอย่างแต่ก็ยังไม่ดีขึ้น

โดยปกติเป็นคนชอบทานของหวานมากค่ะ เช่น เค๊ก (ทานวันละครึ่งถึงหนึ่งปอนด์ตอนท้องเจ้านิกเกะ) ช๊อกโกแลต คุ๊กกี้ ต้องได้ทานทุกวัน มีอยู่วันหนี่งช๊อกโกแลตหมด ลืมซื้อ อดอยู่เกือบอาทิตย์ สังเกตุว่าอาการของนิกเกะดีขึ้น ก็เลยลองคุยกับสามี ๆ ไม่เชื่อค่ะ ................แต่เรามั่นใจ ก็เลยลองหยุดช๊อกโกแลตดู ปรากฏว่าลูกดีขึ้น ....................

แต่ก็ยังไม่ทราบกว่าแพ้อย่างอื่นอีกหรือเปล่า เผอิญว่าช่วงนั้นต้องเริ่มให้อาหารเสริมพอดี ทีนี้เป็นหนักเลยค่ะ จากอาการผิวหนังแห้งอย่างเดียว ทีนี้บวกเพิ่มด้วย ผื่นคัน ผื่นแตก ผื่นบวม หลากหลายชนิดค่ะ หลังจากนั้นเลยไปหาหมอภูมิแพ้โดยตรง หมอทำการตรวจสอบโดยวิธีการขูดผิวหนังเด็กแล้วหยอดสารสกัดชนิดนั้นๆลงไปที่ผิวหนัง ปรากฏว่าตรวจ 8 อย่าง เจ้านิกเกะแพ้ 7 อย่าง มีข้าวโอ๊ตอย่างเดียวที่ไม่แจ้งผลการแพ้ อยากขอให้หมอเช็คทั้งหมดเพราะว่าเราจะได้ไม่ต้องมานั่งลองอาหารกับลูกเรา

สงสารนิกเกะเวลาที่เค้าแพ้มากค่ะ แต่หมอบอกว่าผลการตรวจสอบแบบนี้ไม่ให้ผล 100 เปอร์เซ็นต์ ตรวจโดยการให้ทานจะชัดกว่า หลังจากนั้นก็เอาน้องนิกเกะ มาทดลองอาหารโดยตรง โดยการให้ทุกๆ 15 นาที เช็ควันแรกนมวัว แพ้ วันที่สองนมถั่วเหลืองก็แพ้ แต่นอกจากนั้นให้เราไปลองเองที่บ้าน กลับมาบ้านลองหลายๆอย่างปรากฏว่าลูกแพ้แทบทุกอย่าง รวมทั้งข้าวโอ๊ต ทั้งๆ ที่ผลตรวจสอบทางด้วยผิวหนังไม่แจ้งผลการแพ้  

ตั้งแต่ 6 เดือนจนถึง 9 เดือนน้องทานได้ข้าวแค่บด ลูกแพร์ และนมแม่

ซึ่งเราก็ต้องพยายามเลี่ยงอาหารที่ลูกแพ้ ให้ได้มากที่สุดและทานวิตามิน แคลเซียม อื่นๆ เสริมเอา

ตอนนี้นิกเกะ 11 เดือนแล้วค่ะ ทานได้มากขึ้น เช่น กล้วย แครอท มันเทศ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถทาน แต่บางอย่างลองอีกครั้งเช่น ข้าวโอ๊ต มันฝรั่ง ปลาก็ยังทานไม่ได้เหมือนเดิม

ปัญหาใหญ่ตอนนี้ก็คือเบื่ออาหารค่ะ ช่วง 6 เดือน ตอนที่เริ่มอาหารเสริมใหม่ๆ ทานได้มากเชียว แต่พอรู้ว่าได้ทานแต่อาหารชนิดเดิมๆ ก็ทานให้มื้อละ 3-4 คำเท่านั้นเอง ซึ่งเราคิดว่าปัญหานี้เป็นกับเด็กที่แพ้อาหาร แทบทุกคน เพราะเด็กวัยเกือบปีเค้าจะเรียนรู้รสอาหารแล้ว ก็เป็นหน้าที่หนักของเราค่ะที่จะต้องคิดเมนูและหน้าตาอาหารให้ล่อตาล่อ และล่อน้ำลาย ใจเจ้าตัวเล็กของเราให้สนใจทานให้ได้

 

 ส่วนเรื่องนม หมอบอกให้หยุดนมแม่แล้วให้นมพิเศษกับนิกเกะ ไม่อยากเลยค่ะ แถมวันที่ไปหาหมอ หมอให้ลองกินนมขวด เจ้านิกเกะไม่กินให้จนพยาบาลงง เพราะใส่น้ำตาลล่อก็แล้ว เปลี่ยนหัวนมให้ก็แล้ว สุดท้ายต้องจับใส่กระบอกฉีดเข้าปาก แต่นิกเกะไม่เอาเลย บ้วนทิ้ง แล้วตอนนี้เห็นขวดนมก็เบือนหน้าหนีแล้ว.............

 

 

 

ตอนนี้เราก็ยังให้นมแม่อยู่เพียงแต่ว่าเราต้องทำตารางการให้อาหารลูก

 และการทานที่เคร่งครัดมาก ทุกๆวัน ทุกๆมื้อ จะต้องลงบันทึกไว้ว่าให้อะไรลูกทานบ้าง หรือตัวเองทานบ้าง เพราะเวลาที่ลูกแพ้ขึ้นมาจะได้ทราบได้ง่ายขึ้น และการให้อาหารในแต่ละอย่าง

แต่ก่อนเราคิดว่าเชื่อตามตำรา 2 วันในการลองอาหารตัวนั้นๆ ก็พอแล้ว แต่หมอบอกว่า 5-7 วัน ก็เป็นจริงอย่างที่หมอว่าค่ะ เพราะว่าบางตัวจะโผล่ขึ้นมาในวันที่ 3-7 อันนี้ก็แล้วแต่ว่าตัวใหนจะขึ้นเร็วหรือช้า และก็ต้องจดว่าความรุนแรงระดับใหน เพื่อที่ว่าจะได้รุ้ว่าช่วงใหนจะลองได้อีกครั้ง อย่างเร็วที่สุดคือสามเดือนค่ะ และอาการแพ้อาหารจะค่อยๆดีขึ้นหลังขวบปี แต่ช้าที่สุดคือไม่เกิน 7 ปีค่ะ คุณหมอเค้าบอกมาอย่างนั้นหน่ะค่ะ ส่วนเราเองตอนนี้ก็จะทำหน้าที่แม่ให้ดีที่สุด และเราก็เชื่อว่าสักวันลูกเราจะดีขึ้น..

 

 

 

......ไม่เป็นไรลูกรัก ถึงหนูจะทานอะไรอย่างคนอื่นเค้าไม่ได้ 
แต่แม่อยุ่ตรงนี้ แม่จะทำหน้าที่ของแม่ให้ดีที่สุด โดยการให้นมแม่ 
แม่จะเหนื่อยไม่เป็นไร เพราะแม่เชื่อว่านมแม่จะสร้างภูมิคุ้มกันให้หนู 
มันจะคอยดูแลหนู ปกป้องหนูตลอดไป ถึงแม้ว่าวันนั้นแม่จะไม่ได้อยู่กับหนูแล้ว


คุณหมอหวาน (พญ.ปิยาภรณ์ บวรกีรติขจร) เวปมาสเตอร์ใจดีช่วยเสริมความรู้ให้ดังนี้ค่ะ

"คำแนะนำของอาจารย์อุมาพร หมอเด็กด้านโภชนาการ รพ.รามาธิบดี :

ในทารกกลุ่มเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้ คือ ทารกที่มีสมาชิกในครอบครัว 2 คนเป็นโรคภูมิแพ้ (บิดาและมารดา; บิดาหรือมารดาและพี่) หรือทารกที่สมาชิกในครอบครัว 1 คนเป็นโรคภูมิแพ้ (บิดาหรือมารดาหรือพี่) แนะนำให้เริ่มอาหารเสริมเมื่ออายุ 6 เดือน โดยเลือกชนิดที่มีโอกาสแพ้ได้น้อย ให้ไข่เมื่ออายุ 2 ปีขึ้นไป ส่วนปลาทะเล อาหารทะเล และถั่วลิสงให้ได้เมื่ออายุ 3 ปีขึ้นไป"

 

ลิ้งค์กระทู้ที่คุยกัน
http://www.thaibreastfeeding.org/component/option,com_fireboard/Itemid,95/func,view/id,40601/catid,2/limit,10/limitstart,0/