หน้าหลัก / การหย่านมแม่ เมื่อไหร่ อย่างไรดี



การหย่านมแม่ เมื่อไหร่ อย่างไรดี

พ, 04/16/2008 - 14:28 โดย joyjida

มีความรู้สึกหรือความเข้าใจของแม่บางประการเกี่ยวกับการหย่านม 

*แม่บางคนเข้าใจว่าการหย่านมทำให้เด็กต้องการพึ่งพาแม่น้อยลง ตื่นกินนมในเวลากลางคืนลดลงบ แม่ควรทราบด้วยว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นใหม่ๆ เช่น การหย่านมเด็ก เด็กจะหงุดหงิดหรือต้องการความสนใจมากกว่าปกติ

*การหย่านมมีผลกระทบหรือเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของแม่และลูก ควรวางแผนการหย่านมตามอายุและพัฒนาการของเด็ก คาวมพร้อมของแม่และลูก การหย่านมตามธรรมชาติ (natural weaning)ระยะเวลาที่เหมาะสมในการหย่านมจะแตกต่างกันไปในแม่ลูกแต่ละคู่*แม่ควรพูดคุยเกี่ยวกับการตัดสินใจกับสมาชิกในครอบครัว ซึ่งจะมีส่วนช่วยสนับสนุนแม่ในการหย่านมให้ราบรื่นได้*การหย่านมโดยไม่จำเป็นซึ่งมักเกิดจากความเข้าใจผิด เช่น

-คิดว่าการหย่านมจะทำให้การดำเนินชีวิตของแม่ง่ายและสบายขึ้น ในเวลาที่แม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยจากการเลี้ยงดูลูกและการให้นม ควรช่วยให้แม่มั่นใจว่าการเลี้ยงลูกเป็นสิ่งที่ท้าทายยและการให้นมผสมลูกก็ไม่ใช่เป็นคำตอบหรือวิธีการที่จะแก้ปัญหาของแม่

-คิดว่าต้องหย่านมเมื่อมีปัญหาเต้านมอักเสบ การหยุดให้นมแม่ในช่วงนี้จะทำให้เต้านมคัดตึง และเกิดการอักเสบเพิ่มขึ้น ควรให้ลูกดูดนมแม่ต่อไป เพราะน้ำนมแม่ที่เป็นเต้านมอักเสบไม่เป็นอันตรายต่อลูก (หากปวดมาก อาจให้พักชั่วคราว โดยให้บีบน้ำนมออก และให้ลูกดื่มนมจากถ้วย)-หย่านมเพราะต้องไปทำงาน ลูกกัดหัวนมแม่ทำให้แม่เจ็บ ซึ่งหากรู้วิธี ก็สามารถแก้ไขปัญหาได้-แม่หรือลูกป่วยและอาจต้องอยู่โรงพยาบาล ไม่ควรให้หย่านมแม่ในขณะที่เด็กป่วยหรือต้องอยู่รพ. เพราะจะทำให้เด็กเกิดภาวะเครียดได้-ถ้าแม่ป่วย โดยทั่วไปจะบังคงให้นมแม่ต่อไปโดยจะต้องบีบนมออกและให้ป้อนนมให้ลูกด้วยถ้วย-แม่ที่ตั้งครรภ์บางคนตัดสินใจที่จะหย่านมเนื่องจากรู้สึกไม่สุขสบาย ขณะที่นี้ยังไม่มีข้อมูลหรือการศึกษาทางการแพทย์ที่บ่งชี้ว่าการให้นมแม่ระกว่างตั้งครรภ์จะมีอันตรายต่อเด็กในครรภ์

การหย่านมมีรูปแบบและวิธีการต่างๆดังนี้

1. การหย่านมที่มีการวางแผน (planned weaning)

โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ โดยเริ่มจากการลดจำนวนมื้อของการให้นมแม่ลงวันละ 1 มื้อ และเว้นระยะห่างระหว่างมื้อให้นานขึ้น ควรเปลี่ยนแปลงแต่ละขั้นอย่างช้าๆ ใช้ช่วงห่างประมาณ 1-3 วัน (ตามตาราง)จะทำให้น้ำนมแม่ลดลงอย่างช้าๆ เต้านมไม่คัดตึงหรือปวด และเป็นการช่วยให้แม่แน่ใจว่าจะหย่านมจริง เด็กจะได้ปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งแม่จะต้องแสดงความรักและความใกล้ชิดเพิ่มขึ้นในรูปแบบอื่นๆเพื่อทดแทนการสูญเสียที่เด็กต้องหย่านมแม่ การหย่านมควรเริ่มในมื้อกลางวันก่อน และในเวลากลางคืนควรทำทีหลังสุด

 ตารางแสดงเวลาการหย่านมในเด็กอายุเกิน 1 เดือน  เวลาที่ให้นม เมื่อจะหย่านม     แผนที่ 1:มากกว่า 2 สัปดาห์ แผนที่ 2:มากกว่า 4 สัปดาห์ 6 วันที่ 10 วันที่22 10 วันที่4 วันที่8 14 วันที่1 วันที่1 18 วันที่7 วันที่15 22 วันที่14 วันที่29

 2.การหย่านมเพียงบางส่วน (partial weaning)

อาจใช้เป็นทางเลือกในกรณีที่แม่รู้สึกว่าเวลาทั้งหมดใช้ไปกับการให้นมมาก แม่ไม่มีความสุขจากการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หรือลูกอายุเกิน 1 ปี แล้วแม่ไม่ต้องการให้ลูกกินนมแม่ต่อไป จึงอาจหยุดให้นมแม่เป็นบางส่วน ซึ่งจะได้ประโยชน์คือ แม่อาจจะตัดสินใจว่าจะหย่านมลูกอย่งสมบูรณ์หรือจะกลับมาให้นมใหม่ได้ ในเด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ปีถ้ามีการหย่านมบางส่วนอาจทำให้มีปัญหาน้ำหนักลดได้ จะต้องดูแลให้นมหรืออาหารตามวัยอย่างเหมาะสมทดแทนนมแม่ที่หยุดไปโดยมให้ดื่มจากถ้วยหรือใช้ช้อนป้อน ถ้าเด็กอายุเกิน 1 ปี อาจใช้วิธีในการชักชวนให้เด็กกินนมให้สั้นลงได้

 

3.การหย่านมทันทีทันใด (abrupt weaning)

บางครั้งการหย่านมทันทีทันใดอาจเดขึ้นได้จากการที่แม่และลูกต้องแยกจากกันหย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น การเจ็บป่วยอย่างเฉียบพลัน แมต้องเดินทางไกลอย่างกระทันหัน ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาและความยากลำบากเกิดขึ้นกับแม่และลูก ดังนี้ 

3.1 เนื่องจากร่างกายของแม่ยังคงสร้างน้ำนมอยู่ในขณะหย่านมอยางเฉียบพลัน อาจทำให้เกิดปัญหาเต้านมคัดและนำไปสู่การเกิดเต้านมอักเสบ หรือเป็นฝีได้วิธีป้องกันปัญหา คือ เมื่อเต้านมเริ่มเต่งตึง แนะนำให้แม่บีบน้ำนมออกบางส่วนเพียงเล็กน้อย เพื่อบรรเทาความไม่สุขสบายและป้องกันนมคัด ไม่ควรบีบน้ำนมออกมากเหมือนที่เก็บน้ำนมไว้ให้เด็กกิน ถ้าเด็กกินนมทุก 2 ชั่วโมง ควรบีบน้ำนมออกทุก 3 ชั่วโมง หรือเมื่อเต้านมเริ่มคัดตึง และบีบเอาน้ำนมออกน้อยลงและลดจำนวนครั้งของการบีบลง จะทำให้การสร้างน้ำนมลดลงได้อย่างช้าๆ การอาบน้ำอุ่นจะทำให้แม่รู้สึกผ่อนคลาย และกระตุ้น let-down reflexทำให้บีบน้ำนมออกได้ดี ในระยะแรกแม่อาจบีบน้ำนมออกเล็กน้อยในเวลากลางวัน และอาจจำเป็นต้องบีบน้ำนมออกในเวลากลางคืนด้วย ถ้าแม่ต้องตื่นขึ้นมาเพราะเต้านมคัดตึง อาจใช้กระเป๋าน้ำแข็งวางบนเต้านมเพื่อช่วยลดการบวมลงได้ ถ้าน้ำนมแม่ไหลมากให้ใช้ nursing pad รองเพื่อดูดซับน้ำนมที่ไหลออกมาให้แม่ใส่เสื้อชั้นในขนาดที่ใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย ไม่ต้องใช้ผ้ารัดเต้านมจะทำให้แม่รู้สึกแน่น อึดอัด แลละมีแรงกดไปที่เต้านมทำให้เกิดท่อน้ำนมอุดตันหรือเต้านมอักเสบได้ไม่มีความจำเป็นที่แม่จะต้องลดน้ำเพื่อลดปริมาณน้ำนม แต่ควรลดอาหารเค็มเพื่อลดการคั่งของน้ำในร่างกายจนกว่าเต้านมแม่จะหายคัดตึงตามปกติร่างกายของแม่จะหยุดการสร้างน้ำนมได้ภายใน 2 สัปดาห์ภายหลังจากการหย่านมอย่างสมบูรณ์แล้ว แต่ถ้าแม่ยังคงเจ็บปวดเต้านมหรือมีน้ำนมไหลซึมออกนานเป็นเดือนหรือปี จะต้องปรึกษาแพทย์เพื่อดูอาการและให้การปรึกษา 

3.2 มีแนวโน้มทำให้แม่เกิดปัญหาซึมเศร้าได้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนโปรแลคตินซึ่งช่วยให้แม่มีความรู้สึกเป็นปกติสุขได้ลดลงอย่างรวดเร็วภายหลังการหย่านมทันทีทันใด ถ้าต้องการหยุดนมทันทีจะต้องบีบหรือปั๊มเอาน้ำนมออกบางส่วนเพื่อลดปริมณการสร้างน้ำนมลงอย่างช้าๆ และทำให้ฮอร์โมนโปรแลคตินค่อยๆลดลง 

3.3 เด็กได้รับความกระทบกระเทือน การหย่านมทันทีทันใดทำให้เด็กรู้สึกว่าถูกถอดถอนความรักและเต้านมออกไปจากเด็กพร้อมกัน ทำให้เด็กรู้สึกสะเทือนใจ สูญเสียความรัก ความอบอุ่น แม่จึงควรค่อยๆหย่านมและทดแทนความรู้สึกที่เสียไปโดยให้ความสนใจ กอดรัด โอบอุ้มเด็กด้วยความรัก  และให้การดูแลอย่างใกล้ชิดเพิ่มขึ้น เด็กที่ถูกหย่านมทันทีทันใดมักจะไม่ยอมกินนมผสมได้เท่ากับที่ดูดนมแม่ ต้องสังเกตถาวะโภชนาการเด็กและดูแลให้ได้รับอาหารตามวัยทดแทนอย่างเหมาะสมและถูกวิธี

เทคนิกการปฏิบัติเพื่อช่วยแม่ในการหย่านม

การหย่านมจะต้องทำในทางบวก แม่-ลูกแต่ละคู่มีความแตกต่างกัน มีหลายเทคนิกที่แต่ละคนอาจเลือกใช้ได้ หรือใช้หลายวิธีร่วมกัน เช่น

 

*การไม่ให้-ไม่ปฎิเสธ เป็นวิธีการที่ปลอดภัยและได้ผลดีในการหย่านม แม่จะให้นมแม่เมื่อลูกร้องขอและจะไม่ให้นมแม่เมื่อลูกไม่ขอ

*เปลี่ยนแปลงตารางกิจวัตรประจำวันองเด็ก และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่จะเตือนให้เด็กกินนมบ่อย เช่น เปลี่ยนจากากรนั่งเก้าอี้ตัวที่นั่งประจำในขณะให้นมลูกไปนั่งตัวอื่นแทน เพื่อเปลี่ยนความเคยชินที่ทำให้กินนมได้ดี

*ให้พ่อมีส่วนช่วยในการหย่านมได้ ถ้าเด็กจะขอกินนมในช่วงตื่นนอนตอนเช้า ให้พ่อเป็นคนอุ้มเด็กและให้อาหารเช้าแทนนมแม่ และจะต้องเตรียมอาหารหรือเครื่องดื่มสำหรับเด็กให้พ้อมที่จะกินได้ทันที

*อาจให้เด็กดื่มหรือกินอาหารอื่นก่อนการให้นมแม่ และนำออกไปในที่ๆเด็กชอบ เช่นสนามหญ้า ที่ไกลจากบริเวณที่ให้นมแม่ เบี่ยงเบนความสนใจของเด็กดดยการอ่านนิทาน ให้องเล่นใหม่ ร้องเพลง ขี่จักรยาน เล่นกับเด็กคนอื่นๆ เป็นต้น

*เด็กบางคนจะกินนมแม่บ่อยขึ้นเมื่ออยู่บ้านและไม่มีกิจกรรมอะไร แต่จะกินห่างออกไปถ้าอยู่นอกบ้านหรือสิ่งแวดล้อมใหม่ที่เบี่ยงเบนความสนใจ ในกรณีนี้แม่จะพยายามให้เด็กอยู่นอกบ้านในสิ่งแวดล้อมให้เด็กสนใจ แต่สำหรับเด็กบางคนที่จะกินนมแม่มากขึ้นถ้าถูกเบี่ยงเบนความสนใจหรือกระตุ้นมากเกินไป แม่ก็จะต้องอยู่บ้นและเบี่ยงเบนความสนใจอย่างพอเหมาะ

*การเลื่อนเวลาออกไปเป็นวิธีที่ใช้ได้ผลในการหย่านมสำหรับแม่ที่รู้สึกว่าลูกปรับตัวในการหย่านมได้ช้า ถ้าเด็กกินนมแม่ไม่สม่ำเสมอก็ยังดีกว่าการให้หยุดดูดนม สำหรับเด็กโตการเลื่อนการให้นมออกไปช่วงเวลาหนึ่งไม่เป็นปัญหา เด็กอาจรู้สึกว่าดีเพราะแม่ได้อุ้มเขานานขึ้น

*ให้นมเมื่อลูกขอและให้ในเวลาที่สั้นลง วิธีน้จะได้ผลในเด็กที่อายุมากกว่า 2 ปี และได้มีการเตรียมการหย่านมเป็นอย่างดี

*การทำข้อตกลงระหว่างกันระหว่างแม่กับลูกจะให้ในเด็กโตได้ง่ายกว่า แต่ถ้าเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี จะยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับวิธีการขอสัญญาหรือการต่อรองนี้เป็นที่แน่นอนว่าการดูดนมแม่มีความสำคัญต่อเด็กมากกว่าอย่างอื่น แม่จึงควรให้นมแม่จนกว่าเด็กจะต้องการหย่านมด้วยตนเอง และถ้าลูกอยากจะเคล้าเคลียบริเวณเต้านมแม้จะหย่านมไปแล้ว แม่ก็ควรยอมให้เด็กได้เป็นครั้งคราว การหย่านมไม่ได้หมายความว่า  "ไม่ได้ท้งหมด" เช่น เด็กบางคนจะต่อต้านอย่างเต็มที่ต่อการหย่านมในเวลานอนหรือตอนกลางคืน แม่ก็อาจผ่อนปรนในการให้นมด็กต่อไปจนกว่าเด็กจะรู้สึกดีขึ้นจากการหย่านม ถ้าเด็กร้องหรือยืนกรานที่จะกินนมแม่ต่อไปแม้ว่าแม่จะพยายามเบี่ยงเบนความสนใจ หรือทำให้สุขสบายแล้ว แสดงว่าการหย่านมน้อาจเร็วเกินไปสำหรับเด็กและจะสังเกตได้ว่าเด็กมีอาการเปลี่ยนแปลงหรือพฤติกรรมถดถอยดังนี้  

   *ติดอ่าง   *ตื่นกลางดึก   *เกาะติดแม่มากขึ้นในตอนกลางวัน   *ติดสิ่งของมากขึ้น เช่นผ้าห่ม   *กลัวการแยกจากแม่มากขึ้น  *กัด(ซึ่งไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนี้มาก่อน)*อาการแสดงทางร่างกาย ได้แก่ ปวดท้อง ท้องอืด ท้องผูก

ถ้ามีอาการเกิดขึ้นแม่ควรจะเลื่อนการหย่านมออกไปก่อนชั่วขณะจนกว่าอาการจะหายไป ถ้าแม่สังเกตุอาการแต่ต้องการหย่านมแม่ต่อไป ต้องหาวิธีที่จะช่วยให้เด็กรู้สึกดีขึ้นและตอบสนองความต้องการในการใกล้ชิดของเด็ก

 

ที่มา รศ.กรรณิการ์ วิจิตรสุคนธ์